ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

-เกียร์จักรยานทำงานอย่างไร.jpg

ไม่ว่าจะเป็นจักรยานชนิดใด หากมีจานคู่และเกียร์ สับจานกับตีนผีและก้านเปลี่ยนเกียร์หรือชิฟเตอร์ จะทำให้จักรยานประเภทนั้นๆ มีสมรรถนะของการปั่นใช้งานออกกำลังมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

จักรยานสมัยใหม่ เช่น เสือหมอบ เสือภูเขา จักรยานพับหรือทัวส์ริ่ง ที่ติดตั้งชุดเกียร์วิ่งโดยอาศัยแรงถีบกดที่ถูกส่งผ่านจากก้านจาน ตัวใบจาน โซ่ไปยังเฟืองขับที่ล้อด้านหลัง เกียร์ที่ติดตั้งมาให้สามารถปรับระดับได้ว่าต้องการให้ล้อหลังหมุนกินระยะเท่าใดต่อการออกแรงถีบลงไปบนบันไดจำนวนหนึ่งรอบ สำหรับเกียร์ต่ำในจักรยานนั้นจะใช้แรงถีบน้อยกว่าเกียร์สูง แต่ได้ระยะทางสั้นกว่าต่อการถีบหนึ่งรอบ เกียร์ต่ำจึงเหมาะกับการปั่นขึ้นสะพานหรือปั่นขึ้นเขาที่มีความลาดชันหรือตอนปล่อยตัวออกจากเส้นสตาร์ต ส่วนเกียร์สูงนั้นมีเอาไว้ใช้ทำความเร็วสูงบนทางราบ โดยเฉพาะการทำความเร็วแบบต่อเนื่องบนรถจักรยานทางเรียบแบบเสือหมอบ

 

Shifter

ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จะประกอบด้วยตัวเปลี่ยนตำแหน่งจานหน้าซึ่งจะอยู่ด้านซ้ายมือ และตัวเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังซึ่งจะอยู่ด้านขวามือของแฮนด์

 

สายเกียร์และปลอกสาย (Shift cable and shift-cable casing)

สายเกียร์ทำมาจากลวดเส้นเล็กๆ นำมาควั่นเป็นเกลียวคล้ายกับสายลวดสลิง สายเกียร์จะแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆ ได้แก่ Plain cable เป็นสายโลหะธรรมดาไม่มีอะไรเคลือบอยู่ จึงมีโอกาสสกปรกหรือเป็นสนิมได้ ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ Coated cable เป็นสายโลหะเคลือบผิวด้วยสารสังเคราะห์ ได้แก่ teflon มีผลช่วยลดความเสียดทานระหว่างตัวสายกับปลอกสายทำให้การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ราบรื่นขึ้น และยังช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมของสายเกียร์ได้ สายเกียร์จะสอดร้อยไปในปลอกสายแล้วเดินไปตามตัวถังจักรยาน การเดินสายเกียร์จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือเดินไปตามท่อบน (top tube) จะใช้กับสับจานชนิดดึงบนส่วนสายที่ดึงตีนผี จะเดินไปตามตะเกียบอาน (seat stay) การเดินสายโดยวิธีนี้มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการดึงสับจานเพราะแนวของสายเกียร์จะค่อยๆ โค้งไปตามปลอกสายจากท่อบนลงมาที่ท่ออาน ทำให้ไม่ต้องออกแรงในการดึงสับจานมากนัก เดินไปตามท่อล่าง (down tube) จะใช้กับสับจานชนิดดึงล่าง ส่วนสายที่ดึงตีนผีจะเดินไปตามตะเกียบโซ่ (chain stay) วิธีเดินสายไปตามท่อล่างเป็นที่นิยมกันในหมู่เสือหมอบและเสือภูเขาบางยี่ห้อ การเดินสายวิธีนี้จะใช้ปลอกสายน้อยกว่าวิธีการเดินตามท่อบน แต่มีข้อเสียที่สายเกียร์จะมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือโคลนทำให้เกิดสนิมได้ง่าย และสายเกียร์ที่ดึงสับจานก็จะต้องมีการวกอ้อมกะโหลกขึ้นไปโดยอาศัยร่องพลาสติกเป็นตัว guide ทำให้การเปลี่ยนตำแหน่งจานหน้าจะค่อนข้างกินแรงกว่าวิธีเดินตามท่อบน

 

สับจานหน้า (Front deraillure)

สับจานจะเป็นตัวเปลี่ยนตำแหน่งของโซ่บนจานหน้า โดยอาศัยการดึงของสายเกียร์เพื่อผลักโซ่จากจานเล็กขึ้นไปจานใหญ่กว่า และอาศัยการดีดกลับของสปริงในการดันโซ่จากใบจานใหญ่ลงไปใบจานที่เล็กกว่า

 

ตีนผี (Rear derailleur)

ตีนผีจะทำหน้าที่เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลัง โดยอาศัยการดึงของสายเกียร์ในการเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองตัวเล็กขึ้นไปสู่เฟืองตัวใหญ่ และอาศัยแรงดีดกลับของสปริงในตีนผีในการเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองตัวใหญ่ลงไปสู่เฟืองตัวเล็ก (ในตีนผีรุ่น reverse หรือ RapidRise ของ Shimano XTR จะทำงานตรงกันข้ามกับตีนผีทั่วไป)

 

ชุดใบจานหน้า (chain rings)

ใบจานหน้าในปัจจุบันจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ใบจานหน้าของระบบเฟืองหลัง 7 สปีดใบจานหน้าของระบบเฟืองหลัง 8 สปีดใบจานหน้าของระบบเฟืองหลัง 9 สปีด ในแต่ละกลุ่มไม่ควรจะนำมาใช้แทนกัน เนื่องจากมีลักษณะปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของโซ่ที่ใช้ หากใช้ผิดระบบจะมีผลต่อความราบรื่นของการทำงาน รวมไปถึงอายุการใช้งานของโซ่

 

ชุดเฟืองหลัง (cog set)

ชุดเฟืองหลังโดยทั่วไปจะมีอยู่ตั้งแต่ 7, 8 และ 9 ชั้น เฟืองแต่ละชุดจะมีความแตกต่างกันและไม่อาจนำมาใช้ทดแทนกันได้เลย (ยกเว้นจะเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด) ชุดเฟือง 7 ชั้น ซึ่งปัจจุบันจะมีใช้ในระบบเกียร์รุ่นล่างสุดและกำลังเสื่อมความนิยมลง เพราะระบบเกียร์ที่ถูกผลิตออกสู่ตลาดในปัจจุบันเป็นชุด 8 และ 9 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ ระยะห่างระหว่างเฟืองใบใหญ่สุดกับเฟืองใบเล็กสุดของระบบเฟือง 7 ชั้นจะมีระยะน้อยกว่าของระบบ 8 และ 9 ชั้น ทำให้ต้องใช้กับดุมหลัง (free wheel hub) เฉพาะรุ่นที่ทำมาเฉพาะเฟือง 7 ชั้นเท่านั้น ชุดเฟือง 8 ชั้น เป็นระบบที่ยังได้รับความนิยมอยู่ และยังถูกผลิตออกมาจำหน่ายในรุ่นล่างถึงรุ่นกลาง ชุดเฟือง 9 ชั้น เป็นระบบที่ทาง Shimano เริ่มผลิตออกมาจำหน่ายในปี ค.ศ.1999 หลังจากประสบความสำเร็จกับจักรยานถนนมาก่อน ชุดเฟือง 9 ชั้นจะมีระยะห่างระหว่างเฟืองใหญ่สุดกับเฟืองเล็กสุดเท่ากันกับชุดเฟือง 8 ชั้น จึงทำให้สามารถใช้ดุมหลังร่วมกันได้ แต่เนื่องจากระยะห่างดังกล่าวเท่ากันจึงทำให้เฟือง 9 ชั้นต้องมีระยะช่องไฟระหว่างเฟืองแคบกว่า และเฟืองมีความหนาน้อยกว่าระบบเฟือง 8 ชั้น จึงทำให้ต้องใช้โซ่ที่มีความบางกว่า

 

โซ่ (chain)

โซ่ถูกออกแบบมา โดยขึ้นกับลักษณะของชุดเฟืองและใบจาน โดยทั่วไปแล้วโซ่ของระบบเฟือง 7 กับ 8 ชั้นนั้นพอจะใช้ทดแทนกันได้แต่กรณีสำหรับโซ่ของเฟือง 9 ชั้นจะแปลกแยกออกไปเนื่องจากความแตกต่างของความหนาและระยะช่องไฟของเฟืองหลังทำให้โซ่
ของระบบเฟือง 9 ชั้น มีความบางกว่าของระบบ 8 ชั้น ประมาณ 0.6 mm

เกียร์จักรยานนั้นถูกออกแบบมาให้มีการทำงานคล้ายกับเกียร์รถยนต์ เพื่อให้นักปั่นสามารถใช้รอบขาและแรงถีบได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ความเร็ว และสภาพของตัวผู้ถีบเอง โดยจะเลือกอัตราทดจากการเปลี่ยนตำแหน่งโซ่ในชุดจานหน้าซึ่งจะมีตั้งแต่ 2 – 3 จาน ร่วมกับการเปลี่ยนตำแหน่งโซ่ในชุดเฟืองหลังซึ่งมีตั้งแต่ 7 – 9 เฟือง ปัจจุบันมีบางบริษัทที่ผลิตชุดขับเคลื่อนของจักรยานเแข่งได้ทำชุดเฟืองหลัง 10 เฟืองออกมาได้สักระยะหนึ่งแล้วและเริ่มเป็นที่แพร่หลายเนื่องจากใช้ในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี เกียร์จักรยานมีทั้งแบบภายนอกและภายในรวมไปถึงเกียร์ที่ทำงานด้วยไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนใบจานหน้าขนาดต่างๆ รวมถึงชุดเฟืองหลังทำให้นักปั่นสามารถเลือกปรับเกียร์หรืออัตราทดได้อย่างหลากหลายซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการปั่นจักรยานในการแข่งขันทางไกลที่มีสภาพเส้นทางแตกต่างกันมีทั้งทางตรง โค้งและทางขึ้นลงเขา เกียร์ในรถจักรยานโดยเฉพาะรถเสือหมอบและเสือภูเขาจึงถูกออกแบบมาให้ทดกำลังท่ามกลางการปั่นในสถานการณ์ต่างๆ น้ำหนักเกียร์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่นักปั่นทุกคนจะต้องเลือกใช้ตามความจำเป็นและความถนัด เช่นเดียวกันกับเกียร์ของรถยนต์ที่ไม่สามารถใส่เกียร์สูงขับขึ้นทางลาดชันได้ การเลือกตำแหน่งของเกียร์จึงเป็นเรื่องของกำลังและความถนัดคุ้นเคยที่นักปั่นจะต้องหาเองเนื่องจากแต่ละบุคคลก็จะมีสไตล์ของการปั่นที่มีความแตกต่างกันไป

เกียร์จักรยานมีทั้งแบบภายนอกและภายในรวมไปถึงเกียร์ที่ทำงานด้วยไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนใบจานหน้าขนาดต่างๆ รวมถึงชุดเฟืองหลังทำให้นักปั่นสามารถเลือกปรับเกียร์หรืออัตราทดได้อย่างหลากหลายซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการปั่นจักรยานในการแข่งขันทางไกลที่มีสภาพเส้นทางแตกต่างกัน มีทั้งทางตรง โค้งและทางขึ้นลงเขา เกียร์ในรถจักรยานโดยเฉพาะรถเสือหมอบและเสือภูเขาจึงถูกออกแบบมาให้ทดกำลังท่ามกลางการปั่นในสถานการณ์ต่างๆ น้ำหนักเกียร์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่นักปั่นทุกคนจะต้องเลือกใช้ตามความจำเป็นและความถนัด เช่นเดียวกันกับเกียร์ของรถยนต์ที่ไม่สามารถใส่เกียร์สูงขับขึ้นทางลาดชันได้ การเลือกตำแหน่งของเกียร์จึงเป็นเรื่องของกำลังและความถนัดคุ้นเคยที่นักปั่นจะต้องหาเองเนื่องจากแต่ละบุคคลก็จะมีสไตล์ของการปั่นที่มีความแตกต่างกันไป

โซ่ของจักรยานรับหน้าที่ส่งถ่ายพลังงานที่เกิดจากการถีบบันไดถ่ายเทไปยังจานและลงไปที่โซ่ แล้วจึงไปยังเฟืองล้อหลัง ห่วงลูกโซ่แต่ละห่วงจะล็อกเข้ากับฟันของใบจานกับชุดขับเคลื่อนที่เป็นเฟืองต่างขนาดในบริเวณกลางดุมล้อหลัง หากอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทั้งจาน ใบจาน สับจาน ตีนผี โซ่และเฟืองรวมถึงดุมล้อและยาง นักปั่นจะสามารถส่งกำลังไปยังล้อขับเคลื่อนหลังได้ 90% แต่หากจานเกิดสนิมหรือขาดการหล่อลื่นที่ดีพอในบริเวณจุดที่เคลื่อนไหวจะทำให้นักปั่นสูญเสียแรงปั่นโดยใช่เหตุ ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ก็จะลดลงตามไปด้วยจากอุปกรณ์ที่ไม่สมบูรณ์

สำหรับฟันของใบจานทั้งจานหน้าและหลังในแต่ละวงจรการปั่นกำหนดถึงระดับของเกียร์ หากใบจานหน้ามีฟัน 54 ซี่ และชุดเฟืองหลังมีขนาด 27 ซี่ หมายความว่าล้อหลังจะหมุน 2 รอบต่อการปั่นหนึ่งรอบ

เมื่อนักปั่นออกแรงถีบบันได ก้านจานที่ยึดติดกับใบจานจะหมุนดึงให้สายโซ่เคลื่อนที่ โดยใบจานใหญ่จะมีจำนวนเยอะกว่าใบจานเล็กเมื่อทำการเปลี่ยนเกียร์ สายเกียร์จะทำการดึงตัวสับจานหน้าซึ่งจะผลักให้สายโซ่เลื่อนไปยังจานใบใหญ่หรือเกียร์สูงไปยังจานใบเล็กหรือเกียร์ต่ำหรือสลับกันแล้วแต่สภาพของเส้นทางและการเลือกใช้งานของนักปั่นเอง

เมื่อเกียร์ด้านหน้าเปลี่ยนมาคล้องอีกเฟือง ตีนผีหรือที่เรียกกันว่าตัวสับเฟืองหลังจะทำการปรับสายโซ่ให้คล้องกับวรจรเฟืองหลังที่ตรงกับเกียร์แบบอัตโนมัติ สายโซ่ของจักรยานจึงไม่ควรที่จะปรับให้ตึงหรือหย่อนมากจนเกินไป

กลุ่มของชุดขับเคลื่อนถูกแยกออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ตามการใช้งาน ได้ 3 ประเภท คือ เสือภูเขา (MTB) เสือหมอบ (Road bike) และกลุ่มที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะงาน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อาคม รวมสุวรรณ.(2010).รู้ไว้ใช่ว่า เกียร์จักรยานทำงานอย่างไร.1 มีนาคม 2558.
แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/content/498303
ภาพประกอบจาก : http://www.thairath.co.th


7-เคล็ดลับไดเอทแบบนางฟ้า-Victorias-Secret.jpg

อยากหุ่นดีเหมือนนางแบบ…เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจมีเป้าหมายแบบนี้อยู่ในใจ แต่นางแบบคนไหนล่ะที่ถือเป็นไอดอลด้านสุขภาพ ไม่ผอมจัดจนดู Skinny เกินไป ยังคงสัดส่วนความเป็นผู้หญิงที่ดู Healthy ก็คงไม่พ้นเหล่านางฟ้า Victoria’s Secret ที่เดินอวดโฉมบนรันเวย์เมื่อไหร่ก็เรียกเสียงชื่นชมได้ทุกครั้ง ทำเอาหลาย ๆ คนเริ่มออกกำลังกาย Pilates และ T25 ตามกันมาแล้ว เรามาตามดูเคล็ดลับของเหล่านางฟ้าที่ประมวลมาจากทางหน้า IG กันดีกว่าว่าแต่ละคนไดเอทรักษารูปร่างกันอย่างไร

 

ดื่มน้ำ

การดื่มน้ำเป็นวิธีที่ง่ายและเบสิกที่สุดในการรักษาสมดุลของร่างกาย โดยมาตรฐานแล้วคนเราควรดื่มน้ำประมาณวันละ 8 – 10 แก้วหรือราว ๆ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน แต่เคล็ดลับของนางฟ้าอย่าง Adriana Lima ที่มักจะเป็นการดื่มน้ำวันละ 1 แกลลอนเป็นอย่างต่ำ เฉลี่ยประมาณวันละ 2 – 4 ลิตร สาว ๆ คนไหนที่อยากกระตุ้นร่างกายแบบเร่งด่วน เช่น โอกาสพิเศษอย่างช่วงเดือนก่อนแต่งงาน หรือช่วงสุดท้ายที่วางโปรแกรมเร่งเบิร์นลองใช้วิธีนี้กันดูก็เข้าที

 

รับประทานอาหารเหลว

อาหารเหลวที่เราคุ้นเคยกันดีมักมาในรูปแบบของ Protein shake ต่าง ๆ ซึ่งสามารถปรับแต่งสูตรเพื่อสุขภาพได้โดยการใส่ผักและผลไม้ผสมรวมไปปั่นเป็นสมูทตี้ได้อย่างที่ถ้าใครตาม Follow ทาง Instagram ของสาว ๆ วิคตอเรียหลาย ๆ คน จะเห็นภาพเหล่านางแบบที่มักโพสคู่กับสมูทตี้มื้อเช้าคุ้นตากันดี
ซึ่งวิธีนี้มี 2 สไตล์ด้วยกันคือ แบบปกติที่เหล่านางแบบมักจะรับประทานเป็นมื้อเช้า และแบบพิเศษคือช่วง 1 สัปดาห์หรือ 7 วันก่อนเริ่มโชว์ใหญ่ก็จะดื่มสมูทตี้แบบนี้ทั้งวันแทนอาหารปกติไปเลย เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจแบบเร่งด่วนในกรณีที่อาจจะไปเที่ยวทะเล ต้องการความเป๊ะเป็นพิเศษเมื่อต้องใส่ชุดว่ายน้ำ

 

กินคลีน

การรับประทานอาหารคลีนเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งถ้าใครเคยใช้วิธีนี้มาก่อนแล้ว จะรู้สึกว่าได้ผลและระบบต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้นั่นก็คือ การขับถ่าย เมื่อเริ่มกินคลีนเป็นประจำต่อเนื่องไปจะพบว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
เหล่านางฟ้าวิคตอเรียมักจะเลือกใช้วิธีนี้เป็นพื้นฐานในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวมให้คงที่ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย คำว่ากินคลีนนั้นไม่ได้หมายถึงต้องอดอาหารตามความเชื่อเดิม ๆ แต่ต้องรับประทานให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอต่อความต้องการ กระตุ้นการเผาผลาญให้เป็นระบบ โดยหลักแล้วมักแบ่งเป็น 5 มื้อต่อวัน คือ เช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น ไม่เน้นปรุงแต่ง ไม่เน้นอาหารขัดสีหรือจำพวกที่ผ่านกระบวนการแปรรูป

 

นอนหลับให้เพียงพอ

มาถึงข้อนี้บางคนอาจคิดว่าการนอนหลับกับการไดเอทนั้นเกี่ยวข้องกันตรงไหน ที่จริงแล้วกระบวนการนอนหลับนี้เองที่จะช่วยให้ร่างกายของเราพักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในที่นี้ต้องหมายถึงการนอนหลับสนิทด้วย
ซึ่งสาว ๆ นางฟ้าหลายคนมักจะให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อฯ หลายครั้ง เมื่อมีการถามถึงเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพของพวกเธอ ตัวเลขที่สาว ๆ แนะนำอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ พร้อมตื่นขึ้นมาลุยกับวันใหม่อีกครั้ง

 

ตัวช่วยพิเศษคือ แอปเปิ้ลไซเดอร์

ในบรรดาโปรแกรมอาหารของทีมนางฟ้าวิคตอเรีย ซีเคร็ท ที่มักถูกเปิดเผยจากสื่อฯ ต่าง ๆ บ่อยครั้ง บ้างก็ถึงกับจัดเป็นโปรแกรมรับประทานอาหารตลอดทั้งเดือนกันเลยก็มี แต่หนึ่งในเคล็ดลับที่ถือว่าเป็นตัวช่วยของทุกสูตรที่เหล่าเทรนเนอร์ประจำตัวของนางฟ้ามักจะอกมาเผยกัน
นั่นก็คือ การดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์วันละ 1 ช็อท ทุกเช้าทันทีที่ตื่นนอนก่อนเริ่มมื้ออาหาร โดยแอปเปิ้ลไซเดอร์มีฤทธิ์ในการระบาย ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและดูดซึมสารอาหารของร่างกายอีกด้วย

 

วิตามินและอาหารเสริม

บางคนอาจมีความเชื่อว่าการรับสารอาหารจากแหล่งธรรมชาติโดยตรงมีประโยชน์มากกว่าการรับประทานอาหารเสริม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในชีวิตประจำวันของเราอาจไม่สามารถควบคุมการรับประทานอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่ตลอดทั้งวัน บางคนอาจสามารถจัดการกินได้ตามโปรแกรมที่วางไว้ทุกมื้อ บางคนอาจทำได้บางมื้อเท่านั้น และยังไม่นับกับความเป็นจริงว่าร่างกายของเราสามารถดูดซึมเอาสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ครบหรือไม่
ความจริงในส่วนนี้นี่เองจึงทำให้วิตามินและอาหารเสริมเข้ามามีบทบาทสำคัญ อย่างสาว Martha Hunt ยังเผยว่าเธอมักจะรับประทานอาหารเสริมและวิตามินที่จำเป็นควบคู่กับการไดเอท และยิ่งในช่วงเดินทางทำงาน ซึ่งนาฬิกาของชีวิตแปรปรวน ยิ่งต้องเสริมวิตามินเหล่านี้เพิ่มนอกเหนือมื้ออาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย

 

ออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์

การออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์อาจดูเหมือนมาก แต่บอกเลยว่าเมื่อคุณทำจนเป็นนิสัยแล้วเป็นเรื่องไม่ยากเลย หลายคนออกกำลังกายตอนเช้าทุก ๆ วันเสียด้วยซ้ำ อย่างเหล่านางฟ้าที่มักใช้เวลาเฉลี่ยครั้งละ 1 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย บางคนทำทุกวันเสียด้วย เคล็ดลับอยู่ที่เลือกกิจกรรมที่คุณชอบ ลองให้ครบจนรู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับแบบไหน เมื่อนั้นคุณจะมีความสุขเมื่อได้ทำมัน ยกตัวอย่างสาว Gigi Hadid ซึ่งถ้าใครติดตามจะรู้ว่าเธอชอบกิน Fast food มาก แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า เฟรนช์ฟราย น้ำอัดลม อะไรที่คอเลสเตอรอลสูงถือว่าได้หมด ดังนั้น เมื่อความชอบของเธอไปกับไม่ได้กับการควบคุมอาหาร เจ้าตัวจึงเลือกที่จะออกกำลังกายด้วยกีฬาที่เผาผลาญพลังงานสูงอย่างปีนเขาและชกมวย สำหรับสาวสายสมดุลอย่าง Josephine Skriver ก็มาทางกินคลีนและออกกำลังแบบคาร์ดิโอ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นคำตอบของการเลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.thesun.com   www.byrdie.com   www.vogue.co.uk
ภาพประกอบจาก : www.facebook.com

 


.jpg

มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว แผนการต่าง ๆ ก็เตรียมไว้แล้วอะไร ๆ ก็ดูน่าจะราบรื่นดี แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ แล้วเจ้าตัวปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ก็วิ่งกันให้วุ่นอยู่ในแผน ทำให้ ไปไม่ถึงเป้าหมายเสียที

 

เพื่อไม่ให้แผนการที่อุตส่าห์วางไว้ต้องล่มไปเพราะอุปสรรคต่าง ๆ ก่อนจะเริ่ม ลงมือทำตามแผน เรามาทำความรู้จักกับศัตรูตัวร้ายของเงินออม เพื่อเตรียมรับมือกับมันเสียก่อนดีกว่า

 

ศัตรูตัวแรก คือ เงินเฟ้อ

เงินเฟ้อเป็นศัตรูของเงินออมตรงที่เป็นตัวบั่นทอนค่าของเงิน เช่น ปีที่แล้วกางเกง ตัวละ 100 บาท ถ้าอัตราเงินเฟ้อ 5% พอปีหน้า จะซื้อกางเกงตัวเดิมด้วยเงิน 100 บาท ไม่ได้แล้ว เพราะราคาขึ้นไป เป็นตัวละ 105 บาทเสียแล้ว นั่นคือค่าของเงินน้อยลง ฉะนั้นถ้าการลงทุนเพื่อให้การออมของเราได้อัตราผลตอบแทนเท่ากับอัตราเงินเฟ้อ คือ 5% หมายความว่า 5 บาทที่เพิ่มขึ้นมานั้น เอาไปหักลบกลบกับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากจะ ไม่กำไรแล้วยังขาดทุนด้วย

ศัตรูตัวนี้เรากำจัดไม่ได้ เพราะเกิดขึ้นจากระบบการเงินไม่ใช่เกิดจากผู้ออม แต่ เราสามารถเอาชนะได้ด้วยการลงทุนให้อัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ สูงกว่าเท่าไร ก็ได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น เช่น บางคนลงทุนได้อัตราผลตอบแทน 10% ก็ดีใจ คิดว่าปีหน้าจะมีเงินเพิ่มขึ้นถึง 10% ปรากฏว่ามาดูอัตราเงินเฟ้อเป็น 12% แทบลมจับ เพราะจาก 10% ที่คิดว่าจะได้เพิ่มมากกลับหายไป 2% เสียนี่ แต่ถ้าอัตรา เงินเฟ้อ เป็น 7% ยังพอดีใจได้ว่าเราชนะเงินเฟ้อได้อยู่ 3%

ในช่วงทศวรรษ 2520 มีบางปีที่อัตราเงินเฟ้อสูงมากและมากกว่าอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประมาณ 10% เกิดข้าวยากหมากแพงประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่ว แต่จาก นั้นอัตราเงินเฟ้อก็เริ่มลดลง เป็นเวลากว่าเกินกว่า 10 ปี ที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ช่วงนั้นผู้ฝากเงินสบายใจว่าดอกเบี้ยที่ได้มาไม่ถูกอัตราเงินเฟ้อ หั่นจนถึงกับขาดทุน แต่บางปีถึงจะไม่ขาดทุนก็ได้กำไรไม่มาก แค่ปริ่มๆ จึงมีโอกาส เสมอที่เงินเฟ้อจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะฉะนั้นก่อนจะวางแผนหรือลงทุนอะไร ควรจะตรวจสอบเจ้าศัตรูตัวร้ายนี้ให้ดีเสียก่อนจะได้ไม่ดีใจเก้อ และควรจะต้องเหลียว มองรอบตัว เปิดหู เปิดตาและเปิดใจ หาช่องทางการลงทุนหลายๆ ทาง เพื่อแข่งกับ เงินเฟ้อให้ได้

 

ศัตรูตัวที่ 2 คือ ความไม่มีวินัยในการออม

ศัตรูตัวนี้ต่างไปจากเงินเฟ้อตรงที่เกิดขึ้นจากตัวเราเอง เป็นศัตรูที่เรากำจัดได้ แต่ กำจัดยาก เพราะส่วนใหญ่จะถูกปลูกฝังมาเป็นนิสัย ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่สามารถ บังคับตัวเองให้ทำตามแผนได้ เป็นเจ้าตัวร้ายที่จะทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายการออม

คนที่มักเป็นอย่างนี้ ต้องนึกไว้ว่าถ้าไม่มีวินัยในการออมจะลำบากตอนแก่ เพราะฉะนั้นต้องออมให้เป็นนิสัย เป็นกิจวัตร เหมือนที่ต้องอาบนํ้า กินข้าว ไปทำงาน ฯลฯ และต้องหมั่นทบทวนสำรับของตัวเองอยู่เสมอ จากที่เคยผัดวันประกันพรุ่ง ชอบบอกตัวเองว่าวันนี้ขอเอาเงินไปใช้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยออมเพิ่มเป็น 2 เท่า ขอให้นึก ใหม่ว่าถ้าคุณพูดกับตัวเองอย่างนี้ไปตลอดสัปดาห์ พอสิ้นสัปดาห์ คุณต้องเก็บเงินถึง 7 เท่า จากเงินที่ต้องเก็บทุกวัน… อย่าให้ใน 1 สัปดาห์ของคุณ มีวันที่ต้องลำบากอย่างนั้น อยู่เลยดีกว่า

 

ศัตรูตัวที่ 3 คือ ความอยาก

ความไม่มีวินัยในการออมมีฝาแฝดคือ ความไม่มีวินัยในการใช้เงิน หรือความ อยาก ซึ่งเป็นตัวยุยงส่งเสริมตัวเอ้ให้หยุดออม คือพอมีเงินแล้วก็อยากได้โน่นอยากได้นี่ ไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด สมัยนี้มีบัตรเครดิตสารพัดแบบล่อใจให้อยากได้โน่น อยากได้นี่ แล้ว ความอยากก็กระตุ้นให้รูดก่อนจ่ายที่หลัง แบบนี้เงินออมก็ไม่ได้เก็บ แถมก่อหนี้ด้วยการ เอาเงินวันข้างหน้าถอยกลับมาใช้วันนี้เสียอีก

ทางยับยั้งความอยาก ยับยั้งได้ที่ตัวเองเพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากใจตัวเอง

อย่างแรกคือต้องมีสติ ถ้ารูดบัตรเครดิตไป แล้วไม่มีเงินใช้ตามกำหนด ก็จะมี ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบานเบอะตามมาเป็นของแถมที่ท่วมทับเงินต้น และกัดกินเงิน ออมได้รวดเร็วเหลือเชื่อ

แต่ข่มใจก็แล้ว ไม่คิดก็แล้ว ก็ยังอยากได้จนทนไม่ไหว ควรตั้งเป็นแนวทาง ว่า เราจะไม่หยิบเงินออมออกมาใช้ ไม่หยิบบัตรเครดิตออกมารูด จะใช้เฉพาะดอกผลของ เงินออม คืออย่าใช้เงินที่เราหามาจนหมด ให้ใช้เงินนั้นเป็นตัวหาเงินมาให้เราก่อน เทียบ ได้กับผู้บริหารใช้คนทำงาน แต่นี่เป็นเงินของเรา เราจึงต้องคิดใช้เงินให้ทำงานให้เรา โดยกำหนดหน้าที่ (Job description) ให้เงินว่า ต้องไปลงทุนอะไร อย่างไร เพื่อจะ หาเงินมาได้เท่านี้ๆ แล้วเอาส่วนที่หาได้เพิ่มนี้มาใช้แทน หรือดียิ่งกว่านั้น คือใช้เฉพาะ ส่วนที่หามาได้เกินเป้าหมายเท่านั้น เป็นการให้โบนัสกับตัวเองแบบหนึ่ง ข้อดีของวิธี การนี้ นอกจากจะไม่ทำให้สำรับเงินออมของเราต้องเสียไปแล้ว เผลอๆ กว่าจะได้เงิน มาใช้ (เรื่องการออม ดูหมวด “แบ่งงานให้เงิน”) คุณอาจจะหมดความอยากไปแล้วก็ได้ เลยได้เงินออมเพิ่มไปด้วย

 

ศัตรูตัวที่ 4 คือ ความโลภ

พุทธศาสนาบอกว่าตัณหาหรือความอยากเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ความโลภเป็น ตัณหาที่ทำลายแผนการออมเงินให้พังทลาย ถึงขั้นทำลายชีวิตของผู้ออมได้

พูดกันจริง ๆ ถือว่าตัวนี้เป็นศัตรูตัวร้ายที่สุดก็ได้ เพราะเป็นสาเหตุใหญ่ ประการหนึ่งที่ทำให้เป้าหมายการออมเสียไป บางคนโลภมากอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ ไปลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงจนหมด โดยไม่ดูว่าตัวเองจะรับความเสี่ยงเหล่านั้นได้เท่า ไหร่ เหมือนคนเล่นการพนันพอเล่นได้ก็ติดใจ ทุ่มเงินเล่นไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงเวลาจะ เสีย ก็กินเงินส่วนที่ออมไว้ไปจนหมด ต้องกลับมาเริ่มต้นออมแบบนับหนึ่งใหม่

การใช้เงินไปลงทุนเพื่อหาเงินเพิ่ม ถ้าลงทุนด้วยความโลภโอกาสเสียจะมีมาก เวลาลงทุนจึงต้องตั้งสตินึกถึงสำรับของตัวเองให้ดีว่าต้องการทำอะไร เท่าไหร่ และที่ ต้องพึงนึกไว้ตลอดเวลาคือยิ่งอยากได้ผลตอบแทนสูงเท่าไร ก็มักจะนำเงินไปลงทุนที่มี ความเสี่ยงสูงขึ้นเท่านั้น ต้องรู้จักคำว่าพอ โดยมองเลยไปถึงว่า ถ้าเสี่ยงต่อไปแล้วเกิด โชคไม่ดี ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร รับได้ไหม คงช่วยบรรเทาความโลภได้บ้าง

ถึงแม้ว่าเรากำจัดศัตรูทั้ง 4 อย่างได้แล้ว คือออมเงินอย่างมีวินัย ใช้เงินจาก เงินเพิ่ม ลงทุนตามสำรับที่จัดไว้ โดยได้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ แต่ถ้าอยู่ ๆ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงินขึ้นมา ก็ทำให้เงินออมของเราหายไปได้เหมือนกัน

 

ศัตรูตัวที่ 5 คือเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเหตุฉุกเฉิน

ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บ ไข้ได้ป่วย ขึ้นโรงขึ้นขึ้นศาล ไฟไหม้ รถชน และเรื่องต่าง ๆ ทั้งหลายที่อยู่นอกเหนือ แผนการใช้เงิน

มีหลายคนที่เงินออมตลอดชีวิตหายเกลี้ยง เพราะเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากเรา ไม่รู้ว่า เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร เกิดแล้วแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ไขได้ยาก ทางที่ดีที่สุด คือ รักษาสุขภาพตัวเองให้ดี ระมัดระวัง รอบคอบ อย่าให้เกิดเหตุ แต่ถ้าเรื่องมันต้อง เกิด ทางป้องกันไม่ให้เงินออมต้องเสียไปกับเรื่องนี้ คือการทำประกัน อย่างน้อยที่สุด ควรมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพของเราเองเพราะเรื่องชีวิต เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องที่ รอไม่ได้ ถ้าทำประกันไว้จะได้ปลอดภัยทั้งชีวิตและเงินออม

ภาษิตจีนว่าไว้ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง เมื่อตั้งเป้าหมายการ ออมและจัดสำรับของตนเองไว้เรียบร้อย มาบทนี้ก็รู้จักแล้วว่าศัตรูของเงินออมคืออะไร และจะรับมือได้อย่าไร ถึงตอนนี้ คุณพร้อมแล้ว….เตรียมใส่เกราะออกรบได้เลย

เงินเฟ้อ…ต้นทุนแฝงของการออมเงินที่ไม่ควรมองข้าม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.diy4wealth.com.(2010).ศัตรูของเงินออม. 12 มีนาคม 2558.
แหล่งที่มา : http://www.diy4wealth.com/saving/chapter8.aspx
ภาพประกอบจาก : www.dreamtime.com


Cool-Work.jpg

เมื่อวันเวลาเดินหน้าไปอยู่เสมอ ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนในยุคนี้ คูล และ เวิร์ค น่าทำตาม กลุ่มคนรุ่นเดิมก็ถูกผลัดเปลี่ยนด้วยคนรุ่นใหม่ วิถีชีวิตของคนแต่ละรุ่นหรือแต่ละกลุ่มย่อมแตกต่างกันไป วิถีชีวิตที่ว่า คือ คำที่คนในสมัยนี้เรียกกันอย่างติดปากว่า “ไลฟ์สไตล์” ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนในยุคนี้ ในยุคปัจจุบันอย่างเรา ๆ นั้น มีสิ่งที่แปลกใหม่หรือสิ่งที่นิยมทำกันเกิดขึ้นใหม่ ๆ มากมาย บางสิ่งก็ดูแล้วไร้สาระหรือไม่เป็นประโยชน์อะไรนัก หรือถึงขั้นเกิดผลเสียก็เป็นได้ เราลองมาเลือกไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย อินเทรนด์ และดู คูล และ ชิค เหมาะที่จะนำมาทำให้ชีวิตสดใส และมีความสุขขึ้นกันดีกว่า

 

ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มีเวลาใส่ใจดูแลสุขภาพ

จะสังเกตได้ว่ากระแสไลฟ์สไตล์ที่กำลังมาแรงอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยของยุคนี้ ก็คือ การหันมาแบ่งเวลาให้สุขภาพ ดูได้จาก คนมากมายทั้งกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิศ คนสูงอายุในวัยเกษียณ นักเรียนนักศึกษา ต่างก็หันมาให้เวลากับการดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย มีกีฬาและวิธีในการออกกำลังเกิดขึ้นใหม่มากมาย เช่น โยคะ ซึ่งมีทั้งโยคะร้อน โยคะทั่วไป โยคะฟรายด์ พิราทิส ครอสฟิต ปั่นจักรยาน เล่นเวท หรือแม้แต่กีฬาต่าง ๆ ซึ่งมีสถานที่ออกกำลังกาย โรงเรียนที่สอนเฉพาะทางเกิดขึ้นมากมายทุกหนแห่ง สาเหตุหนึ่ง คงเป็นเพราะคนเรามองเห็นแล้วว่าการป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยนั้นสำคัญและให้ผลดียิ่งกว่าการรักษา นับว่าเป็นไลฟ์สไตล์ที่ คูล และน่าจะเลือกมีไว้ในตารางชีวิตบ้างเหมือนกัน

 

นิยมอาหารคลีน

คำว่าอาหารคลีน คงไม่ใช่ศัพท์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกันแล้ว เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะเห็นคนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่รักสุขภาพ และใส่ใจในการรับประทาน เนื่องจากมลพิษและสารปนเปื้อนมีมากมายในอาหารที่รับประทานกันทุกวัน และอาหารนี่เองที่เป็นตัวชี้ว่าร่างกายจะแข็งแรงหรือจะเกิดโรคในภายหน้า การทานอาหารคลีนก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่สดใหม่และมีขั้นตอนในการปรุงที่น้อย ทำให้อาหารมีการปนเปื้อนน้อย และเป็นอาหารสดที่มีอายุของอาหารสั้น ไม่ใช่อาหารดอง หมัก แช่แข็ง เพราะอาหารอายุยาวทำให้อายุคนรับประทานสั้น และอาหารอายุสั้นคืออาหารสดจะทำให้คนรับประทานมีอายุยาว การทานอาหารคลีนอาจจะเลือกโดยการทำรับประทานเองที่บ้าน หรือด้วยไลฟ์สไตล์ของตน ก็มีบริการของร้านอาหารคลีนที่เปิดรองรับ ทั้งรับประทานภายในร้าน และสั่งเป็นมื้อเหมือนผูกปิ่นโตก็ได้ ซึ่งมีให้เลือกสั่งซื้อในแทบทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัดก็มีแล้วเช่นกัน หากสนใจไลฟ์สไตล์ดูแลอาหารการกิน คูล ๆ เช่นนี้ลองหามารับประทานหรือทำเองก็ไม่ยาก

 

ชอบสินค้า DIY

อาจจะด้วยทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างฝืดเคือง คนในยุคเราจึงเพิ่มทางเลือกให้กับชีวิตด้วยการมีไลฟ์สไตล์นิยมสินค้า DIY สินค้า DIY เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความชอบและความสุขของยุคสมัยในราคาเบา ๆ เรียกว่าเป็นไลฟ์สไตล์ชิค ๆ มาก เมื่อเราต้องการของอะไรสักอย่าง การซื้อของสำเร็จรูปที่มีคุณภาพและมีแบรนด์อาจทำให้เป็นภาระหนักต่อกระเป๋าสตางค์ แต่หากหันไปมองสินค้า DIY เราจะเห็นว่ามีสินค้าหลายอย่างที่คุณภาพและดีไซน์ใกล้เคียงกัน และอาจจะมีเอกลักษณ์แตกต่าง ดีไซน์ที่ออกแบบเพิ่มเองได้อย่างสวยตรงใจ เพียงแต่ต้องลงแรงและฝีมือในการประกอบหรือทำขึ้นมาเองในบางขั้นตอนเท่านั้น

 

มีงานอดิเรกหรือกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม

อาจจะด้วยพัฒนาการอันทันสมัยแห่งโลกโซเชี่ยล ไลฟ์สไตล์ คูล ๆ ของคนในยุคเราอีกอย่างคือ มีกิจกรรมเฉพาะกลุ่มที่ตรงใจกัน เราสามารถมีกลุ่มสังคมที่มีความรักชอบในสิ่งเดียวกัน และรวมกันไปทำกิจกรรมที่ชอบในวันว่างร่วมกัน ซึ่งคนเหล่านั้นอาจจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิตประจำวัน แต่สามารถมาพบรู้จักคนใหม่ ๆ ที่มีความสนใจเหมือนกัน ทำให้เกิดกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน เช่น ก๊วนปั่นจักรยาน กลุ่มเพื่อนสายบุญ กลุ่มงานประดิษฐ์ คนชอบธรรมชาติ ชมรมคนรักต้นไม้ เป็นต้น

 

ใช้ชีวิตสุด ๆ ทั้งทำงานสุด ๆ และพักผ่อนสุดชิล

ไลฟ์สไตล์ของคนยุคเราที่แสนจะชิลและชิค อย่างไม่มีใครเถียงก็คือ การทำอะไรสุด ๆ และพยายามรักษาสมดุลของชีวิต ต่างจากคนในยุคก่อนที่อาจจะบ้าทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือมีชีวิตเรียบเกินไปอยู่แต่บ้าน หรือไม่ก็เที่ยวจนไม่เป็นอันทำงาน แต่ไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันรักษาสมดุลได้ดี เมื่อทำงานก็ทำกันอย่างเต็มที่ เพื่อเก็บเงินและเพื่อความก้าวหน้า แต่เมื่อถึงวันหยุด เราจะเห็นได้ว่าทุกคนต่างมุ่งหน้าไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เกิดขึ้นใหม่ หลากหลายอย่างมีความสุข

การใช้ชีวิตนับว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ละเอียดอ่อน การจะวัดความสำเร็จของคนเรา คงไม่สามารถวัดได้จากหน้าที่การงานหรือเงินในกระเป๋าของคนแต่ละคนเพียงเท่านั้น แต่ยังวัดได้จากการเลือกใช้ชีวิตที่มีทั้งสาระและความสุขได้ในทุก ๆ วินาทีของชีวิตอีกด้วย การเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ลองทำในสิ่งที่เราเองอาจจะยังไม่เคยได้ทำ หรือค้นหาความชอบความรักของตน เป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มสีสันละความสุขให้กับชีวิต ไลฟ์สไตล์ เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกด้วยตนเอง เพราะไลฟ์สไตล์นั้นบ่งบอกความเป็นเราที่ไม่มีใครจะเข้าใจตัวเราเองได้ดีไปกว่าตัวเรา วันนี้คุณมีไลฟ์สไตล์ คูล และ ชิค ที่เหมาะกับตนเองแล้วหรือยัง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://moneyhub.in.th/article/5-lifestyle-that-good-to-follow/
ภาพประกอบจาก : www.happyjuiceco.ca


5-ดาราสาวสายสตรองหุ่นดีสร้างแรงบันดาลใจ.jpg

ในการออกกำลังกายนั้น หากคุณกำหนดเป้าหมายเอาไว้จะช่วยให้ทิศทางการวางโปรแกรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เคล็ดไม่ลับอยู่ที่ลองหาไอดอลทางด้านรูปร่างและสุขภาพมาเป็นแนวทางซักคน คิดไว้เลยว่าฉันอยากมีสะโพกแบบนี้ ต้องสควอชแค่ไหนหรือแม้แต่ดาราคนนั้นดูหน้าอ่อนจัง…เขาบอกว่าเล่นโยคะเหมือนกันแล้วจะช่วยได้ล่ะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยทำให้คุณถึงจุดหมายได้ไวขึ้น ที่เหลือต่อจากนั้นก็คือความพยายามและสม่ำเสมอของคุณนั่นเอง เรามาดู 5 ดาราสาวไทยกันดีกว่าว่าคนไหนหุ่นสตรองสุด ๆ รู้แล้วก็รีบเซฟเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจเลย

 

ยิปซี – คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์

หากใครติดตามสาวยิปซีทางอินสตาแกรมจะพบว่าเธอเป็นสาวรักสุขภาพตัวยงเลยทีเดียว แนวทางการดูแลร่างกายเริ่มตั้งแต่พื้นฐานเรื่องโภชนาการนั่นก็คือการกินคลีนรวมไปถึงการออกกำลังกาย 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเจ้าตัวเคยกล่าวไว้ว่าไม่เน้นออกกำลังกายหนัก แต่เน้นทำสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ก็ทำให้เราได้เห็นว่าสาวยิปซีมีรูปร่างดีมาก กล้ามท้องกำลังดีและดูมีเสน่ห์สุด ๆ กีฬาที่เธอชอบคือ ชกมวย เต้นซุมบ้า และบอดี้เวท

 

เบเบ้ – ธันย์ชนก ฤทธินาคา

อยากหุ่นดีแบบสาวเบเบ้ เจ้าตัวเคยกล่าวไว้ว่าก็ต้องออกกำลังกาย…แบบนี้หวังว่าคงเป็นแรงบันดาลใจให้สาว ๆ ลุกขึ้นมาฮึดกันได้แล้วนะ เธอคนนี้ชื่นชอบการออกกำลังกายหลากหลายสไตล์และยังรู้ลึกจนถึงขั้นแนะนำได้เลยทีเดียว หุ่นสไตล์เบเบ้จะเน้นกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก ถ้าใครชอบดูคลิปการออกกำลังกายของฝั่งอเมริกาเทรนเนอร์หญิงก็จะรูปร่างประมาณนี้ ดังนั้นถ้าใครอยากได้หุ่นรูปแบบเบเบ้ต้องลองทำตามโปรแกรมเล่นบอดี้เวทที่เธอมักจะแชร์บน FB :  Bebe Fit Routine

 

เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

มาต่อกันที่สาวหมวยหุ่นดีกันบ้าง ที่ล่าสุดความรักและใส่ใจสุขภาพของเธอทำให้ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การออกกำลังกายที่สาวเกรซชื่นชอบคือยืดเหยียดและบอดี้เวท หุ่นดีขนาดนี้ได้เป็นถึงพรีเซนเตอร์ของแบรนด์สปอร์ตแวร์มาแล้วด้วย เธอไม่ได้กินคลีนเป็นประจำ แต่จะเน้นพวกอาหารเพื่อสุขภาพแบบทางสายกลาง ใครอยากมีรูปร่างแบบสาวเกรซต้องลองดู

 

เบลล่า – ราณี แคมเปน

ครบเครื่องทั้งความเฟิร์มและความฟิตต้องสาวคนนี้ เธอมีกล้ามเนื้อที่สวยกำลังดี โดยการออกกำลังกายของเบลล่าจะเน้นไปที่ วิ่ง โยคะและบอดี้เวท ประมาณ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ อุปกรณ์พื้นฐานแบบนี้ใครอยากทำตามไม่ยากแน่นอน ส่วนในเรื่องอาหารเธอเน้นรับประทานตามหลักโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ และเน้นแนวคิดเรื่องการรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดเข้ามาปรับใช้ด้วย

 

เจนี่ – เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

ถ้าพูดถึงตัวแม่เรื่องการออกกำลังกายคงขาดสาวคนนี้ไปไม่ได้ ถ้าเราได้เห็นภาพเจนี่ในเมื่อก่อนและรูปร่างในตอนนี้จะพบว่าเธอใช้ความพยายามอย่างหนักมากจนได้หุ่นแบบนี้มา เริ่มแรกของการดูแลสุขภาพเธอเข้าคลาสโยคะและพิลาทิสที่เริ่มบูมในสมัยแรก ๆ จากนั้นความชอบก็มากเรื่อย ๆ จนลองการออกกำลังกายแบบอื่น คาร์ดิโอ บอดี้เวท มีกี่ชนิด เจนี่ลองครบหมด เธอมีบอดี้ไลน์ที่สวยมาก และปัจจุบันยังเปิดยิมของตัวเองอีกด้วย

 

เห็นกันชัด ๆ ไปเลยว่า กว่าจะสวยหุ่นดีแบบนี้ต้องอาศัยความพยายามเท่านั้น ไม่มีทางลัด บางคนอาจเคยคิดว่าลำพังเพียงผอมก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้วความผอมนั้นอาจไม่ใช่คำตอบของรูปร่างที่ดูดีสมส่วนเสมอไปค่ะ เพราะการออกกำลังกายทำให้แต่ละส่วนมีความแข็งแรง กระชับขึ้น ดูตัวอย่างหุ่นสุดแซ่บของสาว ๆ ตัวแม่ทั้ง 5 คนนี้ก็จะรู้เลยว่าสำคัญแค่ไหน ดังนั้น ใครที่อยากดูดีและมีสุขภาพแข็งแรงอย่ารอช้า ตัดสินใจออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพประกอบจาก : gypsykeerati   thisisbebe   gracekanklao   bellacampen   janienineeleven


10-บทเรียนสำคัญ...ในการใช้ชีวิต.jpg

ในสังคมยุคดิจิทัลเรามักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคำแนะนำ หรือประสบการณ์ของผู้มีอายุกันเท่าไร ยุคนี้หลายคนถือว่าเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นผู้สูงอายุหรือผู้มีประสบการณ์ จึงมักไม่ใช่แหล่งที่เราจะเข้าไปหาเมื่อมีปัญหาหรือต้องการคำแนะนำ คนรุ่นใหม่มักจะหันหน้าเข้าหาผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ หรือไม่ก็หนังสือพวก Self-Help หรือไม่ก็ปรึกษา Google เลย

 

เรามักจะมองว่าบรรดาผู้สูงอายุหลาย ๆ ท่านไม่ทันสมัย ชอบแต่เล่าเรื่องเก่า ๆ ไม่ทันต่อยุคและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแต่จริงๆ ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง เราจะพบว่าบรรดาผู้สูงอายุทั้งหลายนั้นได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และกว่าที่อายุจะยืนยาวได้ถึงระดับหนึ่งย่อมจะต้องได้เรียนรู้ในบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่า ที่หนังสือหรือเว็บไหนก็ไม่สามารถที่จะทดแทนได้ ถึงแม้สภาวะแวดล้อมในอดีตกับปัจจุบันไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่แก่นและหลักการพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตย่อมไม่ต่างกันมาก

ในต่างประเทศนั้นได้มีอาจารย์ท่านหนึ่งของ Cornell ชื่อ Karl Pillemer ซึ่งได้ไปสัมภาษณ์ชาวอเมริกันที่อายุเกิน 70 ปีขึ้นไปมากกว่า 1,200 คน โดยคำถามเด็ดนั้นอยู่ที่ว่า จากประสบการณ์ชั่วชีวิตคุณ อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากไว้ให้ลูกหลาน แล้วก็นำมาเขียนเป็นหนังสือชื่อ 30 Lessons for Living ครับ แต่เขาได้คัดเลือกบทเรียนสำคัญ 10 ประการที่โดดเด่นเอาไว้ครับ

 

บทเรียนทั้ง 10 ประการ ประกอบด้วย

  1. ให้เลือกอาชีพโดยดูจากความต้องการภายในมากกว่าผลตอบแทนด้านการเงิน โดยบรรดาผู้สูงวัยกล่าวว่าความผิดพลาดสำคัญในการเลือกอาชีพของเขา คือ การเลือกอาชีพโดยดูจากผลตอบแทนมากกว่าสิ่งที่ชอบและคุณค่าของอาชีพ
  2. ให้ปฏิบัติต่อร่างกายเหมือนกับต้องใช้งานไปอีกร้อยปี โดยให้ลดและเลิกพฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกายเราไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ กินอาหารที่ไม่ดี หรือไม่ออกกำลังกาย พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เราเสียชีวิตในฉับพลัน แต่ทำให้เราเกิดความทรมานเมื่อสูงวัย
  3. ตอบตกลงต่อโอกาสที่เข้ามา โดยเมื่อมีโอกาสหรือความท้าทายเข้ามา ต้องอย่าปฏิเสธครับ เพราะส่วนใหญ่มักจะมาเสียใจหรือเสียดายในภายหลัง
  4. เลือกคู่ด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบร้อนตัดสินใจ ใช้เวลาในการดูและทำความรู้จักคนที่เราจะอยู่ด้วย อย่ารีบด่วนตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยกันจนกว่าจะรู้จักอีกฝ่ายหนึ่งอย่างถ่องแท้
  5. เที่ยวให้มากไว้ เมื่อมีโอกาสให้เดินทางครับ คนสูงวัยส่วนใหญ่จะมองย้อนกลับมายังโอกาสต่าง ๆ ที่ได้ท่องเที่ยวเดินทาง และมองว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ และมีคุณค่าของชีวิตเลยทีเดียว
  6. ให้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเดี๋ยวนี้ เนื่องจากเรามักจะเสียใจและเสียดาย ว่าไม่ได้พูดในสิ่งที่เราอยากจะพูดกับหลาย ๆ คน เมื่อไม่มีโอกาส เราจะมีโอกาสแสดงความรู้สึกที่แท้จริงต่อผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่ออีกคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นนะครับ
  7. เวลาเป็นของมีค่า ชีวิตของเรานั้นแสนสั้น แต่ไม่ใช่ให้มานั่งเศร้า นะครับ แต่ให้ทำในสิ่งที่สำคัญและมีค่าเดี๋ยวนี้ เนื่องจากยิ่งเราอายุมากขึ้น เราจะพบว่าเวลายิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วขึ้น
  8. ความสุขเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขต่าง ๆ คำแนะนำหนึ่ง ก็คือ จงรับผิดชอบต่อความสุขของตัวเราเองตลอดชีวิตเรา
  9. การใช้เวลามานั่งกังวลต่อสิ่งต่าง ๆ นั้นเป็นการเสียเวลา ดังนั้น ให้หยุดกังวลครับหรือไม่ก็พยายามลดความกังวลลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลในสิ่งที่ไม่เกิดขึ้น
  10. คิดเล็ก-อย่าคิดใหญ่ ค่อย ๆ ซึมซับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นสิ่งที่ดีในชีวิตเรา และมีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นครับ

ท่านผู้อ่านคงจะเห็นตรงกันนะครับว่าข้อคิดดี ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง ในประเทศไทยเองก็น่าจะมีการศึกษาในลักษณะนี้เหมือนกันนะครับ เพื่อรวบรวมบทเรียนสำคัญของชีวิตจากผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เอาไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับรุ่นหลังต่อไปครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thaihealth.(2010).10 บทเรียนสำคัญ…ในการใช้ชีวิต.23 สิงหาคม 2558.
แหล่งที่มา : http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/28122l
ภาพประกอบจาก : www.thaihealth.or.th


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก