ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

สมัคร-HUAWEI-CLOUD-รับคูปองเงินสดฟรี.jpg

ระบบ Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนในสังคมดิจิทัลเพราะความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการเข้ามาของ Huawei Cloud ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของเรา ทั้งความสามารถในการสำรองและคืนค่าข้อมูล รวมทั้งยังสามารถซิงค์ โอนถ่ายข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องเพื่อเพิ่มพื้นที่และความสามารถในการจัดเก็บได้อย่างจุใจ

 

โอกาสดี ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บมาแล้ว

ทาง HUAWEI CLOUD (International) มอบคูปองเงินสดมูลค่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับซื้อที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ เพียงลงชื่อและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องก็สามารถรับคูปองเงินสดได้แบบทันที เพียง ลงชื่อเข้าใช้บัญชี HUAWEI CLOUD International ก็สามารถรับคูปองเงินสดได้ที่ https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/discount_area/index.html

โดยคูปองเงินสดนี้มีมูลค่าถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000 บาท โดยเราสามารถนำสิทธิ์จากคูปองเงินสดไปจ่ายค่าบริการการใช้งาน  HUAWEI CLOUD ได้ทั้งแพ็คเกจรายเดือนและรายปี ซึ่งคูปองเงินสดของเรามีจำนวนจำกัด โดยสงวนสิทธิ์ในการมอบคูปองสำหรับผู้ที่ยืนยันการรับสิทธิ์ก่อน รวมทั้งสามารถใช้คูปองเงินสดนี้ได้ทั้งโทรศัพท์มือถือ Huawei รวมไปถึง HUAWEI CLOUD ECS, EIP, EVS และฐานรับข้อมูลต่าง ๆ

 

ขั้นตอนการรับสิทธิ์

  1. เข้าไปยังลิงก์ >> https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/discount_area/index.html
    โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

    • กรณีที่เป็นผู้ใช้งาน HUAWEI CLOUD อยู่แล้ว สามารถคลิก “Get Now” คุณจะได้รับคูปองเงินสดทันที
      .
    • หากคุณยังไม่มีบัญชี HUAWEI CLOUD คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อสมัครใช้บัญชี Huawei Cloud ก่อน
      .
    • คูปองเงินสด ใช้ได้เฉพาะบัญชีที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง สามารถดูข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติในหน้าของคูปองเงินสด โดยเราจำกัดจำนวนของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในแต่ละวันตามเวลาท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ ตัวอย่าง ประเทศจีนสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 09.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง (GMT +8.00) หากสิทธิ์ที่ได้รับในวันดังกล่าวหมดลง สามารถเข้ามารับสิทธิ์ได้อีกครั้งในวันต่อมา
  2. การตรวจสอบสถานะและการใช้คูปองเงินสด
    1. การตรวจสอบสถานะการใช้คูปองเงินสด เมื่อเราเข้าไปยังลิงก์เรียบร้อยแล้วหากเรามีสิทธิ์ได้รับคูปองเงินสด จะปรากฏหน้าจอ และหน้าส่วนลดในระบบข้อมูลเพื่อเรียกเก็บเงิน ดังต่อไปนี้ หากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
      .
    2. การใช้คูปองเงินสด ตั้งค่าบัญชี (Account) ให้สมบูรณ์ตามที่ HUAWEI CLOUD กำหนด จากนั้นกรอกข้อมูลบัตรเครดิตให้เชื่อมต่อกับบัญชีการใช้งานหลักของตนโดยสามารถใช้คูปองเงินสดได้ 2 รูปแบบ
      • แพ็คเกจแบบจ่ายค่าบริการตามการใช้งาน: ตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง โดยกดยืนยันคำสั่งซื้อ หากมีข้อความที่ปรากฏคล้ายกับข้อความต่อไปนี้แสดงว่าคำสั่งซื้อสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคูปองเงินสดจะถูกนำมาหักออกจากค่าบริการตามการใช้งานจริงของเราโดยอัตโนมัติ สำหรับการชำระค่าบริการตามการใช้งานจะคิดค่าบริการตามชั่วโมงโดยใช้คูปองเงินสดที่ได้สำหรับจ่ายค่าบริการที่อยู่ในใบเสร็จ
        .
      • แพ็คเกจแบบใช้บริการทั้งแบบรายเดือนและรายปี: กำหนดแพ็คเกจที่ต้องการซื้อแล้วยืนยันการสั่งซื้อ โดยเข้าไปที่หน้าชำระเงิน แล้วเลือกคูปองเงินสดที่ได้รับ จากนั้นจึงคลิกชำระเงิน ถ้าหากไม่ได้เลือกการจ่ายค่าบริการแบบใช้คูปองเงินสดจะถูกคิดตามราคาปกติ

โดยต้องทำรายการภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนั้นคูปองเงินสดนี้สามารถใช้ได้สำหรับการสั่งซื้อในครั้งต่อไปตราบเท่าที่จำนวนเงินยังมีอยู่ ถ้าหากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Website : https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/discount_area/index.html

 

 

 


Sports-City-คลับดีของคนรักสุขภาพ.jpg

พูดถึงสปอร์ตคลับที่เราอยากแนะนำมาก ๆ มีอยู่ที่หนึ่ง เชื่อว่าชาวกรุงเทพฝั่งเหนือ นนทบุรีหลายคนน่าจะรู้จัก นั่นก็คือ Sports City Lifestyle Center สถานนี่ออกกำลังกายและฟิตเนสแบบครบวงจร ย่านนนทบุรี เส้นเลียบคลองประปา นั่นเอง เขาบอกกันว่า “สุขภาพดีมีค่ามากกว่าทองพันชั่ง” ถึงตอนนี้จะไม่ใครชั่งกันแล้วก็ตาม แต่เราเองก็เชื่อว่า ถ้าเราทำให้สุขภาพดีแล้ว อย่างอื่นก็จะดีตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ทุกคนคะ ตามเราไปเที่ยวเล่น แถมได้สุขภาพดีที่ Sports City Lifestyle Center ที่นี่มีดีอย่างไร เราจะบอก…

 

ของดีเมืองนนท์ Sports City Lifestyle Center สถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสแบบครบวงจร

Sports City Lifestyle Center ตั้งอยู่ย่านคลองประปา อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นฟิตเนสขนาดใหญ่อันดับต้นๆในย่านนี้ ที่มีกิจกรรมและอุปกรณ์ออกกำลังกายมากมาย ทั้งโซน Functional zone, Cardio zone, Group exercise และยังมี Zumba, Body combat, Cycling, Yoga,  Body JAM ยังไม่พอเราขอเพิ่มเติมสนามฝึกซ้อมกีฬาต่าง ๆ อย่าง สนามแบดมินตัน สนามบาสเกตบอล และยังมีสระว่ายน้ำ อีกต่างหาก ครบแล้ว Everything สำหรับหมู่มวลคนรักสุขภาพและชอบออกกำลังกายแบบเรา มาเลยค่ะ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมชมทุกๆมุมใน Sports City  หากเพื่อน ๆ ชอบออกกำลังกายแบบกายแบบไหน จะได้เลือกถูกค่ะ

เมื่อมาถึงด้านหน้าของ Sport city ก่อนที่จะไปออกกำลังกายตามที่ตัวเองชอบ เพื่อนๆจะเจอกับพี่ ๆ Reception ที่พร้อมให้ข้อมูลในทุกเรื่อง ทั้งแพคเกจการสมัครสมาชิก ความพร้อมของโปรแกรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน รวมถึงให้การต้อนรับแขกที่สมาชิกพามาแนะนำ เรียกว่าดูแลความเรียบร้อยบริเวณด้านหน้าเกือบทุกเรื่อง เพื่อให้ทุก ๆ วันเป็นวันที่พร้อมที่สุดสำหรับการให้บริการค่ะ

เมื่อสแกนบัตรสมาชิก และเดินเข้าไปสัก 20 – 30 เมตร ซ้ายมือจะเจอทางแยกไปห้องอาบน้ำ ซาวด์น่า สระว่ายน้ำรูปแบบฟรีฟอร์มติดบึงน้ำสวยๆเห็นท้องฟ้าใส ๆ แต่เรายังไม่ไปนะคะ เรามาทางด้านขวาเป็น Cardio zone  ประกอบด้วยอุปกรณ์สร้างเสริมการทำงานของหัวใจ หลอดเลือดและปอด มีเครื่องเล่นไม่ต่ำกว่า 30 ตัว ให้เลือกเล่นกันค่ะ

 

CARDIO ZONE

คาร์ดิโอเป็นสิ่งที่เราโปรดปรานที่สุดเมื่อมาที่นี่ ถ้าใครที่ชอบเล่นคาร์ดิโอบอกเลยค่ะว่าที่นี่ตอบโจทย์ดีๆให้กับทุกคน เพราะมีเครื่องเล่นที่หลากหลาย สามารถเล่นได้ทั้งเบา ปานกลาง หนักถึงหนักมาก และเลือกได้ทั้งแบบยืน เดินและนั่ง รวมกันหลายสิบตัว อาทิ Treadmill, Stationary bike, และอื่น ๆ อีกหลายตัว  ถามพี่ๆที่เล่นบอก ไม่เคยต้องรอคิวกันเลย วันนี้ทีมงานลองวิ่งบนลู่หรือที่เรียกกันว่า Treadmill ได้ไป 30 นาที เพราะต้องไปโซนอื่นต่อ สนุกดีทีเดียว ที่นี่เขาเปิดหนังให้ดูด้วย จากการดูด้วยสายตา เครื่องออกกำลังกายของที่นี่สภาพการใช้งานระหว่าง 90 – 100% พี่เทรนเนอร์ที่พูดคุยด้วยบอก จะมีการปรับจูนเกือบทุกอาทิตย์

และเมื่อเดินเลยคาร์ดิโอโซนไป บริเวณชั้นเดียวกันจะเป็นโซนของเวทเทรนนิ่ง

 

WEIGHT TRAINING ZONE

สำหรับเวทเทรนนิ่งของที่นี่ ทีมงานเห็นจะมีอยู่ 3 โซน เป็น Free weight  1 โซนอยู่ชั้น 2 และ Weight machine 2 โซน โดยจากการที่ดูด้วยสายตา ชั้น 2 เครื่องจะใหม่กว่า แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เห็นพี่เทรนเนอร์บอกสมาชิกนิยมเล่นทั้งชั้น 2 และ 3 แล้วแต่กลุ่ม และความถนัด วันนี้ทีมงานขอนำภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนะนะค่ะ

สำหรับพื้นที่ชั้น 1 ถ้าเดินต่อไปจะเปิดเข้าสู่โซนที่เป็นสนามแบดมินตัน และสนามบาสเกตบอล ซึ่งบางครั้งปรับแบ่งพื้นที่มาเล่นวอลเลย์บอลกับฟุตซอลด้วย แต่ตอนนี้ทีมงานขอพาเพื่อนๆขึ้นมาดูชั้น 2 โซนฟิตเนสกันต่อนะค่ะ โดยเมื่อเดินขึ้นไปชั้น 2 นอกเหนือจากโซนเวท เทรนนิ่งซึ่งอยู่ซ้ายมือทั้งสองโซนแล้ว ขวามือจะเป็นโซนที่เรียกว่า Functional zone น่าสนใจทีเดียว มาดูกันเลยค่ะ

 

FUNCTIONAL ZONE

โซนนี้จะให้สมาชิกสแกนบัตรเข้ามาอีกครั้งนะคะ มีกิจกรรมให้เลือกหลายแบบอยู่เลยทีเดียวทั้งเวทีมวย ให้ฝึกซ้อม แน่นอนว่า นอกจากเวทีแล้วยังมีกระสอบทรายให้ซ้อมมือซ้อมเท้ากันก่อนด้วย บริเวณเดียวกันยังมีลู่วิ่งแบบที่มีโปรแกรมในจอให้เราเลือกว่าจะวิ่งแบบไหน เช่น วิ่งเทรลในสวนสาธารณะ วิ่งเทรลในป่า วิ่งในเมือง โดยระหว่างวิ่งก็จะมีภาพของลู่วิ่งและบรรยากาศรอบ ๆ ให้การวิ่งสนุกสนานมากขึ้น ถัดไปมีเครื่องที่เขาเรียกว่า Stair climber จะเดินหรือจะวิ่งขึ้นบันไดเพิ่มกล้ามเนื้อน่องก็น่าสนใจอยู่ ฝั่งตรงข้ามก็จะมีเครื่องเล่นทั้งที่เป็น Weight machine และดัมเบล อุปกรณ์หลักของ Free weight อยู่ด้วย ถัดไปจะเป็นโซนของเชือกออกกำลังกาย หรือที่มักเรียกกันว่า TRX ซึ่งมีหลากหลายเส้น หลายรูปแบบให้ได้เลือกเล่นกัน ตรงจุดนี้ทีมงานมองไปรอบๆเห็นเครื่องเล่นอีกหลายแบบ เช่น ตุ้มน้ำหนัก เครื่องเล่นเวทสร้างกล้ามเนื้ออก ไหล่ และอื่น ๆ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตอนนี้ หากสนใจแต่ไม่เคยเล่นมาก่อน ที่ sport city จะมีพี่ ๆ เทรนเนอร์สลับกันมาคอยให้คำแนะนำวิธีการเล่นที่ถูกต้องอยู่ตลอด เรียกได้ว่าสบายใจกันได้เลยค่ะ เล่นเป็น เล่นถูก ปลอดภัยแน่นอน

และที่กล่าวไว้ในตอนแรกนะค่ะ นอกเหนือจากฟิตเนสทั้งเวทและคาร์ดิโอในหลากหลายรูปแบบแล้ว ที่ Sport city ยังมีสนามแบดมินตัน สนามบาสเกตบอลมาตรฐาน ซึ่งสามารถปรับเป็นสนามฟุตซอล หรือสนามวอลเลย์บอลได้ ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่มีแอร์ทำให้บรรยากาศเย็นสบายดีเลยนะค่ะ รวมถึงสระว่ายน้ำติดบึงธรรมชาติ และสนามเทนนิสด้วยค่ะ เชิญดูภาพบรรยากาศได้เลยนะค่ะ

 

สนามแบดมินตันมาตรฐาน 4 คอร์ต รับรองไม่แย่งกันแน่นอน

 

สนามบาสเกตบอลมาตรฐาน สามารถปรับเป็นสนามวอลเลย์บอล สนามฟุตซอลได้

 

สำหรับสนามบาสเกตบอล ยังเป็นพื้นที่ให้ทางบริษัทที่สนใจติดต่อเช่าจัดกิจกรรมสันทนาการให้กับพนักงานด้วย ถ้าดูจากรูปชั้นบนเป็นลู่วิ่งลอยฟ้า อีกรูปแบบการวิ่งสำหรับใครที่เบื่อการวิ่งบนลู่ค่ะ

 

สระว่ายน้ำมีทั้งรูปแบบสี่เหลี่ยมมาตรฐาน และรูปแบบฟรีฟอร์ม ทั้งตื้นและลึกตามมาตรฐาน รวมทั้งสระจากุซซี่ใช้แช่ตัว คลายกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับการเล่นเช้าและเย็นของทุกวันค่ะ

 

GROUP EXERCISE

เป็นประจำในแต่ละเดือน ทาง Sport city จะมีโปรแกรมกิจกรรมในลักษณะที่เป็น group exercise หลากหลายรูปแบบ เช่น Zumba, Body combat, Body balance, Pilates, Tai Chi, Advance Yoga, Easy aerobic, Cycling  และอื่น ๆ เป็นประจำในเกือบทุกวัน ส่วนที่ทีมงานชอบก็จะเป็น Zumba ถึงแม้การเริ่มเล่นจะเหนื่อย แต่ผ่านไปสักพัก รับรองวาเพื่อนๆจะสนุกไปกับการเล่น การได้เพื่อนใหม่ และมิตรภาพที่ดีด้วยค่ะ

  

สิ่งอำนวยความสะดวก

นอกเหนือจากเครื่องเล่น สนาม โปรแกรมออกกำลังกายต่างๆแล้ว ทาง Sport city ยังมีมีบริการทั้งโซนรับรองบริการน้ำดื่ม และน้ำหวาน โซนห้องอาบน้ำมีล็อกเกอร์ ซาว์น่าเปียกละแห้ง ผ้าเช็ดตัว/เช็ดหน้า แชมพุอาบน้ำ แชมพูนวดผม ครีมทาตัว ไดร์เป่าผม บริเวณด้านหน้าก่อนถึง Reception ยังมีร้านกาแฟ STARBUCK ไว้ให้เพื่อนๆนั่งจิบกาแฟสบายๆ ระหว่างรอเข้าคลาส และยังมีร้านขายอาหารสุขภาพให้ได้เลือกทานและเลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย ตอนนี้เราขออนุญาตไปสมัครสมาชิกก่อนนะคะ ถ้าใครอยากมาเจอกัน เดี๋ยวดูรายละเอียดที่ทีมงานทิ้งให้ไว้เลยค่ะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Website : https://www.sportscity.co.th/sportsday

 

 


เท้าแบน-หลากหลายอาการกับวิธีปรับแก้.jpg

สรีระเท้าที่แตกต่างกันของแต่ละคนอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดยปกติอุ้งเท้า (Arch) ซึ่งอยู่ตรงกลางฝ่าเท้าจะมีส่วนโค้งทอดตามแนวยาวของฝ่าเท้า และมีความกว้างในระดับหนึ่ง เพื่อให้เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูกเท้าทำงานได้อย่างปกติ อย่างไรก็ตามในแต่ละคนมีอุ้งเท้าแตกต่างกันไป บางคนมีอุ้งเท้าที่สูง (High arch) ในขณะที่บางคนมีอุ้งเท้าแบน (Flat foot) ทั้งสองแบบล้วนส่งผลเสียที่แตกต่างกัน เอาทิ เกิดรองช้ำ ปวดเข่า ปวดข้อเท้า เจ็บเท้าขณะวิ่ง-เดิน เป็นต้น

 

ลักษณะและวิธีการเช็คเท้าแบน

  • ลักษณะเท้าแบน (Flat Feet) คือ ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืนฝ่าเท้าจะราบแนบไปกับพื้นทั้งหมด ตรงกลางฝ่าเท้าที่โค้งขึ้นมานั้นคืออุ้งเท้า (Arch) ซึ่งทอดไปตามแนวยาวและแนวขวางของฝ่าเท้า อุ้งเท้าเกิดจากการยึดกันระหว่างเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกเท้า โดยเส้นเอ็นที่เท้าและเส้นเอ็นส่วนที่ต่อจากขาส่วนล่างจะยึดกระดูกตรงกลางเท้าเข้ากับเส้นเท้า ทำให้กลางฝ่าเท้าโค้งเข้ามาและไม่ราบไปกับพื้น ภาวะเท้าแบนเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นเด็กเล็ก เนื่องจากฝ่าเท้าของเด็กมีไขมันและเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้มองเห็นอุ้งเท้าตรงฝ่าเท้าได้ไม่ชัด แต่เมื่อโตขึ้นช่องโค้งก็จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
  • วิธีการเช็คที่ง่ายที่สุด ให้วางเท้าในน้ำให้เปียกจนทั่วฝ่าเท้า และยกวางบนพื้นที่แห้ง สังเกตรูปฝ่าเท้าที่พื้นเปรียบเทียบกับรูปฝ่าเท้าด้านล่าง โดยรูปกลางเป็นรูปอุ้งเท้าปกติ รูปซ้ายเป็นรูปอุ้งเท้าแบน และรูปขวาเป็นรูปอุ้งเท้าสูง

สาเหตุของการเกิดภาวะเท้าแบน

ภาวะเท้าแบนเกิดได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งแบบที่เป็นมาแต่กำเนิดและแบบที่เป็นในภายหลัง โดยมีลักษณะเบื้องต้นดังนี้

  • ภาวะเท้าแบนแบบเป็นมาแต่กำเนิด จะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ
    1. เท้าแบนแบบนิ่ม (Flexible Flat Foot) ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้จัดเป็นภาวะเท้าแบนที่พบได้มากที่สุด พบตอนเป็นเด็ก เมื่อยืน ฝ่าเท้าจะราบไปกับพื้นทั้งหมด แต่เมื่อยกเท้าขึ้นมาจะเห็นช่องโค้งของฝ่าเท้า เท้าแบนแบบนิ่มไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด
    2. เท้าแบนแบบแข็ง (Rigid Flat Foot) จะพบได้น้อย ตรงอุ้งเท้าจะโค้งนูนออก เท้าผิดรูป แข็งและเท้ามีลักษณะหมุนจากข้างนอกเข้าด้านในเสมอ (Pronation) ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดหากต้องยืนหรือเดินมากเกินไป รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับการสวมรองเท้า
  • ภาวะเท้าแบนแบบเกิดขึ้นภายหลัง มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย เช่น เอ็นข้อเท้าหย่อน โรคข้อรูมาตอยด์ ข้อเท้าเสื่อม กระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขา เอ็นร้อยหวายสั้น เอ็นเท้าอักเสบ ข้อต่อหย่อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถพบได้บ่อยในผู้ที่มีคนในครอบครัวมีภาวะเท้าแบนด้วย

 

อาการที่สำคัญของภาวะเท้าแบน

ภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากไม่ได้มีอาการเจ็บปวดใด ๆ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ รู้สึกเจ็บที่อุ้งเท้าและส้นเท้า ฝ่าเท้าด้านในบวมขึ้น ยืนไม่ค่อยได้ หรือเคลื่อนไหวทรงตัวบนเท้าลำบาก เจ็บหลังและขา รองเท้าที่เคยสวมได้ ไม่สามารถสวมได้ และชำรุดเร็วเกินไป ฝ่าเท้าอ่อนแรง รู้สึกชา หรือเกิดอาการฝ่าเท้าแข็ง เป็นต้น

ทั้งนี้หากอาการและสาเหตุของภาวะเท้าแบนถูกปล่อยไว้ ไม่ได้ทำการรักษา จะส่งผลกระทบต่อการเดินของผู้ป่วย ส่งผลให้มีการปวดเท้า ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอาการอักเสบของเส้นเอ็นที่ใช้ในการเดิน

 

แนวทางการรักษา “ภาวะเท้าแบน”

หากรู้สึกเจ็บป่วยไม่สบายในระหว่างการเดิน วิ่ง โดยมีการตรวจเช็คอุ้งเท้าพบว่าอาจมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้ภาวะเท้าแบนมีแนวทางการรักษาเบื้องต้นดังนี้

  • การทำกายภาพบำบัด ภาวะเท้าแบนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจากการเดินหรือวิ่งมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ลักษณะการเดินวิ่งของผู้ป่วย และให้ข้อแนะนำในการปรับลักษณะและเทคนิคการวิ่งให้ดีขึ้น
  • การรักษาด้วยยา ผู้ป่วยที่เกิดอาการเจ็บเท้าเรื้อรังและเท้าอักเสบ จะได้รับยาต้านอักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดบวม
  • การผ่าตัด หากการรักษาภาวะเท้าแบนวิธีอื่น ๆ ไม่ช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ หรือสาเหตุของภาวะดังกล่าวทำให้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดให้แก่ผู้ป่วย โดยแตกต่างกันตามสาเหตุ

 

รองเท้า Shcoll ช่วยปรับสภาพอุ้งเท้า อีกทางเลือกช่วย “ภาวะเท้าแบน”

สำหรับผู้ที่เป็นไม่มาก หรือภายหลังจากการเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์แล้ว การปรับลักษณะรองเท้าเพื่อช่วยลดปัญหาการแบนของฝ่าเท้าเป็นอีกวิธีที่เหมาะสม ทั้งนี้การใส่รองเท้าที่พอดี สอดรับกับรูปเท้าจะช่วยในการสร้างสมดุล ลดปัญหาในการทรงตัวและการเดิน สามารถทำกิจวัตรในแต่ละวันได้ใกล้เคียงกับผู้ที่มีอุ้งเท้าปกติ

Scholl Biomechanics เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาโดยนายแพทย์ดร.ฟิลลิป เจ วาสิลี่ ชาวออสเตรเลีย ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพราะมีการออกแบบโดยคำนึงถึงแนวความคิดด้านสรีระของผู้สวมใส่เป็นหลัก ให้พื้นรองเท้ามีส่วนโค้งนู้นรับกับอุ้งเท้า ลดปัญหาสุขภาพเท้าที่เกิดจากปัญหาเท้าเอียงเข้าสู่ด้านใน หรือภาวะเท้าแบนได้อย่างตรงจุด และยังช่วยดูแลโครงสร้างของขาและเท้าให้ตรงตามธรรมชาติ

เทคโนโลยี ไบโอปรินท์ เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบพื้นรองเท้าอย่างถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า ที่จะช่วยเสริมระบบการทรงตัวขอร่างกายที่ถูกต้องตามสมดุลในทุกส่วนของเท้า และยังสามารถปรับให้เข้ากับเท้าผู้สวมใส่แต่ละคนได้อย่างเหมาะสม มีส่วนโค้งเว้าเข้ารูปลักษณะเท้าของผู้สวมใส่อีกทั้งยังผลิตด้วยวัสดุที่มีน้าหนักเบาความเบาและคงทน พร้อมด้วยโครงสร้างทางกายวิภาคของช่วงเท้าจึงช่วยรองรับแรงกระแทกจากการเดิน ทำให้สามารถสวมใส่รองเท้าได้นานขึ้น ลดความเมื่อยล้าจากการยืนเดิน รู้สึกสบายเท้า และสร้างสุขภาพที่ดีในขณะก้าวเดิน

อีกส่วน เป็นเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์ ตัวนี้จะช่วยในการปรับโครงสร้างของเท้า และป้องกันการเดินภาวะเท้าแบนเพราะโครงสร้างของเทคโนโลยีนี้ ออกแบบให้มีส่วนโครงนูน รับกับอุ้งเท้าของผู้ใส่ ยิ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องเดินบนพื้นแข็งๆ ใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับโครงสร้างเท้า เช่น รองเท้าส้นแบน,รองเท้าส้นสูง ก็จะทำให้มีความเสี่ยงของการเกิดภาวะเท้าแบนขึ้นได้เช่นกัน และตัวเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์นี้ นอกจากจะช่วยเรื่องเท้าแบนแล้วยังช่วยดูแลสุขภาพเท้า และยังช่วยลดแรงกระแทกในขณะเดิน และรักษาสมดุลของเท้าด้วย

 

CLAYTON DARK BROWN

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02 820 8999 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.30 น.
ยกเว้นวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
Facebook : https://www.facebook.com/SchollShoesThailand
Line : http://line.me/ti/p/@schollshoes
Website : https://www.schollshoesthailand.com/store

 

 

 


กระชับก้นและต้นขา-ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด.jpg

เชื่อว่าหลายคนในช่วงนี้กำลัง Work From Home กันอยู่เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคไวรัสโควิด-19 เราเลยชวนเพื่อน ๆ มาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้การอยู่บ้านของเรามีสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น เราเลยขอชวนเพื่อน ๆ มาออกกำลังกาย และดูแลรูปร่าง เพื่อทำให้การกลับมาทำงานของตัวเองอีกครั้งได้สุขภาพใหม่ รูปร่างใหม่เป็น News Look New style เราเลยขอเริ่มต้นด้วยการ “กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด” เพียงใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายเพียงแค่เล็กน้อย ก็มีรูปร่างที่ดีได้

 

ออกกำลังกายปั้นก้นกลม สลายไขมันที่ต้นขา

สะโพกหรือก้น (Glutes) เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายเราเป็นขุมพลังในการพยุงตัว และส่งพลังต่อไปช่วยกล้ามเนื้ออื่นๆ  ทำให้เราออกแรงได้มากขึ้น  สำหรับต้นขา  (Quads) ต้นขาเป็นอีกกล้ามเนื้อที่สำคัญและมีผลต่อบุคลิกภาพในหลาย ๆ คนที่มีปัญหาไขมันกองต้นขาใส่กางเกงแลดูไม่สวยงาม ทำให้ขาดความมั่นใจเอาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้นเราจะชวนเพื่อน ๆ มาปั้นก้นกลม สลายต้นขาด้วยห่วงผ้ายืดของเราค่ะ

อุปกรณ์ที่ใช้

  • เสื่อออกกำลังกาย
  • รองเท้าผ้าใบ
  • ห่วงผ้ายืดสำหรับออกกำลังกาย

 

5 ท่าปั้นก้นกลม พร้อมสลายไข่มัน

  1. Lateral Walk: เป็นการออกกำลังกายโดยใช้ห่วงผ้ายืดใส่ไว้รอบต้นขา จากนั้นจึงแยกขาทั้งสองข้างให้ห่างกัน ย่อตัวลงงอเข่าเพียงเล็กน้อย พนมมือไว้ที่หน้าอก จากนั้นก็ขยับเท้าไปซ้ายชิดเท้าขวา และยกเท้ากลับท่าเดิม ต่อยกเท้าขวาขยับชิดเท้าซ้ายแล้วกลับท่าเดิมอีกครั้ง ทำสลับกันไปมา แล้วหมุนตัวเป็นวงกลม ให้ครบ 40 วินาทีพัก 10 วินาทีแล้วเปลี่ยนท่า
  2. lying abduction stretch: นอนตะแคงเลือกข้างใดข้างหนึ่งก่อน เอาแขนข้างที่ติดพื้นแทนหมอนหนุนศีรษะ แขนอีกข้างเท้าเอวเอาไว้ จากนั้นนำห่วงผ้ายืดใส่ไว้รอบต้นขา งอเข่าทั้งสองข้าง เริ่มการออกกำลังโดยพยายามเกร็งสะโพกเอาไว้แล้วยกหัวเข่าขึ้นให้สูงที่สุดแล้วยกลงโดยข้อเท้ายังติดกันอยู่ ทำขึ้นลงให้ครบ 40 นาที พักสัก 10 วินาที แล้วหันไปทำอีกด้านหนึ่งเหมือนเดิมจากนั้นจึงเปลี่ยนท่า
  3. Glute Kickback Pulse: ท่านี้ต้องคุกเข่าลงบนเสื่อโยคะ วางมือไว้ด้านหน้าแขนเหยียดตรงให้หลังขนานไปกับพื้น หัวเข่าทำมุม 90 องศา ใส่ห่วงยางยืดที่ใต้หัวเข่า ยกขาขึ้นไปด้านหลังแบบงอขาทำมุม 90 องศาให้ปลายเท้าชี้เพดาน ลดขาลงทำท่าเดิมโดยใช้เวลา 40 วินาที พัก 10 วินาที แล้วเปลี่ยนข้างทำแบบเดิม
  4. Straight Leg Kickback: คุกเข่าลงบนเสื่อโยคะแบบเดิม วางมือไว้ด้านหน้าแขนเหยียดตรงให้หลังขนานไปกับพื้น หัวเข่าทำมุม 90 องศา ใส่ห่วงยางยืดที่ใต้หัวเข่า แล้วยกขาขึ้นจนต้นขาด้านหลังเป็นเส้นตรงเสมอไปกับหลัง บีบกล้ามเนื้อก้นไว้ตลอด เมื่อเตะขึ้นจนสุด ค้างไว้เล็กน้อย ลดขาลงทำท่าเดิมโดยใช้เวลา 40 วินาที พัก 10 วินาที แล้วเปลี่ยนข้างทำแบบเดิม
  5. Glute Bridge: เปลี่ยนมาเป็นท่านอนหงายกันบ้างค่ะ ชันเข่าขึ้น พับขาเข้าหากันใส่ห่วงยางยืดบริเวณต้นขาใกล้หัวเข่าด้านบน คว่ำมือทั้งสองข้างลงจากนั้นสูดลมหายใจเข้าจนสุด แล้วออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อก้น เพื่อยกสะโพกขึ้นในแนวเส้นตรง แล้วหายใจออก ค่อยๆคลายกล้ามเนื้อก้นออก ลดสะโพกลง เพื่อกลับสู่ท่าเตรียม พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนสุด นับเป็น 1 ครั้ง ทำประมาณ 40 วินาที

เป็น 5 ท่าที่ทำให้ทุกคนได้ทั้งและก้น ที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอโดยทุกคนต้องทำเป็นประจำนะคะ แค่นี้ก้นสวย ต้นขากระชับก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ แต่ที่สำคัญและขาดไม่ได้คือการใช้ “ห่วงยางยืด”ที่ต้องมีเนื้อผ้าที่มีคุณภาพ มีความยืดหยุ่น และมีแรงต้านที่เหมาะสมกับระดับการออกกำลังกายของเราด้วย  นั่นก็คือ ห่วงผ้ายืดออกกำลังกาย กระชับก้นและขา Hip Band Set 3 แรงต้าน

 

ห่วงผ้ายืดออกกำลังกาย กระชับก้นและขา Hip Band Set 3 แรงต้าน

ห่วงผ้ายืดที่ตอบโจทย์การช่วยให้ก้นและต้นขากระชับเรียวสวย ด้วยเนื้อผ้าคุณภาพมีความยืดหยุ่น และเลือกระดับของแรงต้านที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับระดับการออกกำลังกายของเราได้  พร้อมด้วยเทคโนโลยีคงความยืดหยุ่นที่สามารถใช้ออกกำลังกายได้นานหลายปี

กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด

 

Hip Band Set (Twenty One S-Twist) แตกต่างจากห่วงผ้ายืดทั่วไปอย่างไร

กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด

  • ความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นดี เนื่องจาก Hip Band Set ผลิตจาก Cotton ผสมยาง Latex ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นดีมาก ๆ ค่ะ  
  • เนื้อผ้าคุณภาพพรีเมี่ยม ด้วยความหนาพิเศษ ให้ความนุ่ม เป็นวัสดุที่ทนทาน มีการเสริมอีกขั้นด้วยการเย็บแบบไขว้บริเวณรอยต่อ
  • เทคโนโลยีคงความยืดหยุ่นได้นาน ใช้ออกกำลังกายได้นานหลายปี ก็ยังคงแรงต้านที่ดี
  • ชั้นแถบป้องกันลื่น และการออกแบบที่กว้างขึ้น ทำให้สวมใส่ได้สบาย ไม่ลื่นหรือเลื่อนไปมาระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมโดยไม่หยุดชะงัก กระชับ ไม่ลื่นหลุดระหว่างออกกำลังกาย
  • มีทั้งหมด 3 ระดับแรงต้าน ไม่ว่าจะเริ่มต้น หรือออกกำลังแบบมือโปร ชุดยางนี้สามารถให้แรงต้านที่เหมาะกับระดับการออกกำลังกายของเราได้

ท่าออกกำลังกายพร้อม อุปกรณ์ก็พร้อม รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ มาออกกำลังกายเร่งหุ่นสวย ก้นกระชับ สลายไขมันที่ขา พร้อมอวดหุ่นสวย อวดขาเรียว เพื่อเรียกความมั่นใจของเราให้กลับมาอีกครั้งค่ะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ยางยืดออกกำลังกาย Twenty One S-twist เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นฟิตเนส
โทร. 094-925-7649
Facebook : https://www.facebook.com/TwentyOneStwist
Line : https://line.me/TwentyOneStwist
Website : https://www.21stwist.com

 

 


รังสี-UV-ตัวอันตราย-ทำร้ายผิว.jpg

รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ รังสียูวี (UV) แท้จริงแล้วจะมีประโยชน์ในส่วนของการกระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตวิตามินดี และสามารถใช้ในการรักษาโรค อาทิ ด่างขาว สะเก็ดเงิน และโรคกระดูกอ่อนในเด็ก แต่หากได้รับรังสียูวีเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้ โดยเฉพาะผิวพรรณของผู้หญิง เราเลยจะเล่าให้ทุกคนฟังถึงอันตรายจากรังสี UV กันค่ะ

 

ผลกระทบของรังสี UV

อย่างที่กล่าวไปนะคะว่ารังสี UV หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลานาน จะให้โทษต่อร่างกายของเราได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเลย ดังนี้

  1. ผิวหนัง ผิวหนังเป็นผลกระทบโดยตรงที่เกิดจากการได้รับรังสี UV โดยอาจทำให้ผิวของเรามีริ้วรอย คล้ำ ไปจนถึงอาการแพ้ ผิวไหม้ จนถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนังได้เลยนะคะ
    • ผิวคล้ำแดด เป็นปัญหาหนักของสาว ๆ เลยค่ะ ในเรื่องของผิวคล้ำแดด ซึ่งเจ้ารังสี UV เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ร่างกายของเราจะสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวของเราคล้ำขึ้น โดยรังสียูวีเอ (UVA) นั้นจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีชั้นนอก หากอยากได้สีผิวเดิมกลับมาจะใช้เวลาไม่นาน แต่รังสียูวีบี (UVB) จะไม่ทำให้สาวๆ คล้ำขึ้นในทันที และใช้เวลานานกว่าสีผิวของเราจะกลับมาเป็นปกติ
    • ผิวไหม้ ผิวไม้เกิดจากเราได้รับรังสียูวีบี (UVB) ในปริมาณสูง จนทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกถูกทำลาย ในคนที่แพ้อาจมีการผิวลอก เป็นแผลพุพอง นอกจากนั้นอาการผิวไหม้จากแดดทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย
    • ริ้วรอย เมื่อรังสียูวีเอทะลุผ่านผิวหนังของเรามาถึงชั้นหนังแท้ มันจะเข้าไปกระทบโครงสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวของเราสูญเสียความยื่นหยุ่น ทำให้เรามีริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยได้
    • อาการแพ้แดด ผู้ที่มีผิวไวต่อแสงหากโดนรังสียูวีในปริมาณเพียงน้อยนิด อาจทำให้เกิดอาการแพ้คล้ายผิวไหม้ได้
    • มะเร็งผิวหนัง มีงานวิจัยอ้างว่ารังสี UV ทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ในร่างกาย และเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังได้โดยตรง ซึ่งทำให้เป็นมะเร็งได้
  1. ดวงตา ผู้ที่เผชิญกับรังสี UV ในปริมาณที่สูงอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาของเราได้ โดยเฉพาะ การเกิด กระจกตาอักเสบและเยื่อบุตาอีกเสบ ต้อกระจก และต้อเนื้อด้วย ดังนี้
    • กระจกตาอักเสบและเยื่อบุตาอักเสบ อาการนี้เกิดจากเราได้รับรังสี UV ในปริมาณสูงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดตาแดง แสบ คัน และระคายเคือง โดยอาจมีอาการรุนแรงไปจนถึงขั้นเซลล์ผิวชั้นนอกของลูกตาถูกทำลายจนมองไม่เห็นชั่วคราว
    • ต้อกระจก เกิดจากการมีโปรตีนสะสมปกคลุมเลนส์แก้วตา ทำให้การมองเห็นภาพขุ่นมัว และรังสียูวีบีก็ป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดต้อกระจกได้
    • ต้อเนื้อ เป็นอาการที่เป็นผลมาจากการได้รับรังสียูวีต่อเนื่องเป็นเวลานาน เกิดขึ้นเมื่อมีเนื้อยื่นเข้าไปในตาดำ บดบังการมองเห็นจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด
  2. ระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่ารังสียูวีเป็นอันตรายต่อ DNA และส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเป็นปัจจัยให้ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ทั้งหากได้รับรังสียูวีในปริมาณสูงยังส่งผลให้วัคซีนทำงานได้ไม่เต็มที่

 

การป้องกันตัวเองจากรังสีอัลตราไวโอเลต

  1. หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วง 9.00 – 14.00 น. เนื่องจากมีความเข้มข้นของรังสี UV สูงมากทั้งยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากออกกลางแจ้งเราต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งด้วยนะคะ หรือสวมเสื้อแขนยาว
  2. สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว และสวมหมวก ถ้าให้การสวมเสื้อแขนยาว และกางเกงขายาวมีประสิทธิภาพมากที่สุดต้องเป็นผ้าทอและมีสีเข้ม เนื่องจากมีประสิทธิในการปกป้องร่างกายได้มากกว่าสวมเสื้อผ้าสีอ่อน หรือเสื้อผ้าที่ใช้สารเคลือบวัสดุสิ่งทอที่มีคุณสมบัติดูดซับรังสี UV
  3. แว่นกันแดด เลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์ขนาดใหญ่และมีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ 99 – 100%
  4. ครีมกันแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่ปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุม (Broad-Spectrum) ค่า SPF30 ขึ้นไป กันน้ำได้ (Water Resistant) และไม่มีสารเคมีที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้

เพียงเพื่อน ๆ ปฏิบัติตามได้ดังต่อไปนี้รังสี UV ปริมาณและเข้มข้นมากมายแค่ไหน ก็ทำอะไรเราไม่ได้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง “ครีมกันแดด” นับว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างมาก และเท่าที่เราสังเกตมาครีมกันแดดของผู้หญิงยังมีการเพิ่มเติมในส่วน “การทาทับเมคอัพ” “การควบคุมความมัน” และยังสามารถ “ปกป้องผิวของเราจากมลภาวะต่างๆได้” เราเลยขอนำเสนอเพื่อนถึงครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติครบจบในอันเดียวคือ Valani Sun Gel เจลกันแดดเนื้อเจลใส

 

กันแดดอย่างไรให้หน้าเรายังเป๊ะ ต้อง “Valani Sun Gel”

เป็นประสบการณ์ใหม่ของครีมกันแดดเลยนะคะ สำหรับ Valani Sun Gel ครีมกันแดดเนื้อเจลใส ที่สามารถกันแดดได้ ควบคุมความมันด้วย ทำให้เมคอัพติดทนนานตลอดทั้งวัน ไม่เกิดปัญหาหน้าไหล หน้าเละ และหน้าลื่นแน่นอน โดยครีมกันแดดมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • สามารถดูดซับรังสี UVA/UVB และรังสีอื่น ๆ ได้
  • ปกป้องผิวจากมลภาวะแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม
  • Gum-4 เจลให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ละมุนผิว อ่อนโยนและไม่ทำอันตรายต่อผิวสาวของเราแน่นอน
  • สามารถทาทับเมคอัพได้ เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • มี Bisabolol เพิ่มความนุ่ม ชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองผิว ดูแลปลอบประโลมผิวที่แพ้ง่าย

คุณสมบัติครบถ้วนขนาดนี้เพื่อน ๆ จะพลาดกันได้อย่างไรล่ะคะ ต้องลองใช้สักครั้ง แล้วเพื่อน ๆ จะไม่เปลี่ยนใจแน่นอนค่ะทุกคน แล้วเพิ่มประสบการณ์คุณค่าของผิวสวยยิ่งกว่านั้น หากใช้ควบคู่กับ Valani Opuntia Gold Shower gel ครีมอาบน้ำเนื้อทองคำ ที่สกัดจากต้นแคคตัสแดงที่หาได้จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเท่านั้น สามารถทำความสะอาดผิวให้กระจ่างใส ล็อคความชุ่มชื้นทำให้ผิวของแรงแข็งแรง และบำรุงได้อย่างล้ำลึก

 

Valani sun gel & Valani Opuntia Gold Shower gel สองสิ่งที่ช่วยในการปกป้องผิวและบำรุงผิว ที่สามารถทำให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพผิวที่ดีไปตลอดกาล

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Dr.Somsak Cosmetic Surgery Clinic
รัชดา 24 สามเสนนอก ห้วยขวาง กทม. 10320
โทร. 095 292 3249
https://www.facebook.com/valaniofficial

 


รังสี-UV-อันตรายกว่าที่คุณคิด.jpg

ใกล้เข้าเดือนเมษายน กรมอุตุฯ มีการคาดการณ์ไว้ว่าอุณหภูมิในประเทศไทยจะสูงเกิน 45 องศา แน่นอนว่าสิ่งที่มาพร้อมอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นก็คือ แสงแดด และรังสี UV ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับร่างกายของเรา

 

รังสี UV ส่งผลกระทบโดยตรงกับร่างกายของเรา ได้แก่

  1. เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย เนื่องจากรังสี UV ส่งผลกระทบทำให้เม็ดเลือดขาวกระจายตัว ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคได้ง่าย
  2. โรคผิวหนัง จริง ๆ แล้วแสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง โดยทำให้เกิดโรคเอสแอลอี โรคติดเชื้อเริม และลมพิษจากแสงแดดอีกด้วยค่ะ
  3. กระจกตาอักเสบและต้อกระจก ซึ่งรังสี UV มีส่วนทำให้ตาของเราอักเสบ อาการที่เห็นได้ชัดคือแพ้แสงและน้ำตาไกล และอาจทำให้เกิดโรคต้อกระจกในที่สุดค่ะ และที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้ตาบอดได้เลยค่ะ
  4. ผิวมีกระแดด และฝ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงหลายคนค่อนข้างกังวลใช่ไหมเอ่ย เพราะว่ารังสี UV และ Visible Light มีส่วนทำให้เกิดการผลิตเซลล์เม็ดสีเมลานิน หากเมลานินมีจำนวนมากขึ้น ผิวของเราจะมีความเข้มขึ้น ยังทำให้สีผิวของเราไม่เท่ากัน เกิดกระ เกิดฝ้าตามมาได้
  5. ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย เพราะว่ารังสี UV นั้นจะเข้าไปลำลายคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังของเรา ทำให้เกิดริ้วรอย หมองคล้ำ และเกิดจุดด่างดำที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

 

วิธีการรับมือกับแสงแดด

  1. ทาครีมกันแดด
  2. ใช้ร่ม ใส่หมวก และแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
  3. ใส่เสื้อมีแขนเพื่อปกปิดผัวหนัง
  4. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10:00 – 16:00 น.

 

วิธีการทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง

  • ควรทาเป็นประจำทุกวันให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
  • ควรทาแต่ละครั้งอย่างน้อย 2 มิลลิกรัมต่อตร.ซม. ของผิวหนัง โดยความถี่ขึ้นอยู่กับความโอกาสในการสัมผัสแสงแดด
  • เลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับสภาพผิวและลักษณะการดำเนินชีวิต

 

SPF คืออะไร

โดยรังสี UV ในแสงแดดมีทั้ง UVA และ UVB โดย UVB จะมีผลกับ ผิวหนังชั้นตื้น ทำให้ไหม้เกรียม และ UVB จะลงสู่ผิวหนังชั้นลึกกว่า ทำให้ของเราผิวคล้ำขึ้น

สำหรับ SPF (Sun Protection Factor) เป็นหน่วยวัดประสิทธิภาพในการกันแดดของแสง UVB เท่านั้น ปกติผิวที่ตากแดดนาน 15 นาทีจะมีอาการแดง หากทาครีมกันแดดที่มี SPF10 ก็จะทำให้ผิวทนแดดได้นานขึ้น 10 เท่าเป็น 150 นาที ผิวจึงจะแดง ส่วนความสามารถในการป้องกัน UVA ของครีมกันแดดจะดูจากระดับของ PA เป็นหลัก ได้แก่

  • PA+ จะป้องกัน UVA ได้ 2 – 4 เท่า
  • PA++ จะป้องกัน UVA ได้ 4 – 8 เท่า
  • PA+++ จะป้องกัน UVA ได้ 8 – 12 เท่า
  • PA++++ จะป้องกัน UVA ได้มากกว่า 12 เท่า

 

รับมือแสงแดด หยุดให้รังสี UV ทำร้ายผิว ด้วย Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++ ปกป้องผิวถึงชั้นคอลลาเจน

จากการทดสอบเมื่อนำ เม็ดเจลไว้ในแก้วแล้วปิดด้วยฟิล์มใสและทากันแดดไว้ที่ด้านบน ก่อนจะแปะแผ่น Smart Sun ที่ทากันแดดแล้วพบว่า  ผลลัพธ์ที่ได้ Biore UV Essence เซฟได้สูงสุด ขนาดเม็ดเจลในแก้ว นั้นยังคงปริมาณเท่าเดิม ปกป้อง UV ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แทบไม่เผยรอยเหี่ยวย่นที่ซ่อนอยู่เลยค่ะ

ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++ กันน้ำกันเหงื่อ แต่เนื้อบางเบาพิเศษจนสามารถทาทับเมคอัพได้ เติมได้ระหว่างวัน  และที่นำ เทคโนโลยี Micro Defense ซึ่งเป็น Micro UV Cut Capsule อนุภาคขนาดเล็กระดับไมโคร ป้องกันผิวได้อย่างไร้ช่องว่างถึงร่องผิวลึก แตกต่างจากกันแดดสูตรเดิม ครอบคลุมทั่วทุกตารางผิวแม้ร่องผิวลึก หรือบริเวณร่องผิวที่มีขนาดเล็กกว่า 100 ไมครอน เสมือนเกราะป้องกันไม่ให้รังสี UV แทรกผ่านผิวชั้นนอกเข้าไปทำร้ายคอลลาเจน รวมถึงการผสานคุณค่าของ Hyaluronic Acid, Royal Jelly Extract และ Butylene Glycol ที่ช่วยคงความชุ่มชื่นของผิวไว้อีกด้วย

Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

 

คุณสมบัติ

  • Very High Level UVB/UVA Protection: ปกป้องขั้นสุด ได้อย่างทั่วถึงแม้ร่องผิวลึก ด้วยเทคโนโลยี Micro UV-Cut Capsule อนุภาคขนาดเล็กระดับไมโคร ช่วยป้องกันผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ และผิวแก่ก่อนวัยจากแสงแดดที่ทำลายชั้นคอลลาเจน ด้วย SPF+PA++++
  • Very Water Resistance: กันแดดติดทนนาน ด้วยสูตรกันน้ำกันเหงื่อ
  • Moisture Essence: เนื้อเอสเซ้นส์สัมผัสบางเบาพิเศษ ไม่เหนอะหนะ ทาทับเมคอัพได้ผสาน HyaluronicAcid, Royal Jelly Extract คุณค่าการบำรุงของ Butylene Glycol ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น
  • Skin Tested: ผ่านการทดสอบระคายเคืองผิว (Allergy Tested) ผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (Nin – comedogenic Tested)

บอกได้เลยว่า Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++ สามารถป้องกันผิวแก่ก่อนวัยได้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เนื้อบางเบามาก “ไม่กลัวแก่ ไม่แคร์แดด”

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.skinhospital.co.th
  2. www.biorethailand.com/article
  3. www.biorethailand.com/biore-uv

 

 


กินเวย์เสริม-เพิ่มกล้ามเนื้อ-ลดน้ำหนัก-มาดูกัน.jpg

กล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกายมนุษย์ โดยมีหลายประเภท หลายหน้าที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลายจะทำงานร่วมกับกระดูก เอ็นและข้อ ช่วยพยุงร่างกายให้สามารถทรงตัวอยู่ได้ และที่สำคัญช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ  ปริมาณหรือมวลกล้ามเนื้อปกติในผู้ชายวัยกลางคนจะอยู่ที่ 33.2 – 39.2% ในผู้หญิงจะอยู่ที่ 24.2 – 30.3% โดยจะแตกต่างไปตามโครงสร้างร่างกาย และมีแนวโน้มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

 

อยากสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำอย่างไร

ปกติแล้วการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะต้องดูแลทั้งเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย โดยปรับแต่งให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ของแต่ละคน โดยเทคนิคการออกกำลังกายและเทคนิคการรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ในเบื้องต้นมี ดังนี้

  • การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายที่มีความหลากหลาย ในลักษณะ Well – rounded exercise program เช่น ใน 1 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายที่ผสมกัน ทั้งแบบแอโรบิกเพื่อพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจและปอด เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน แบบเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ และแบบเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนตัว เช่น โยคะ พิลาทิส โดยผู้ที่ออกกำลังกายครบทั้ง 3 ลักษณะ ติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายจะมีกล้ามเนื้อที่ทนทานแข็งแรง แต่สามารถยืดหยุ่นได้ดี ออกกำลังกายแบบแอโรคบิคติดต่อกันได้นาน โดยไม่เหนื่อยง่าย ทั้งนี้ให้เพื่อนๆ จัดสัดส่วนในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น กรณีที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อให้เน้นการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ เช่น เวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ ประมาณ 60% โดยแบ่งเวลาอีก 40% ให้กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคและการฝึกความยืดหยุ่น อย่างละเท่าๆกัน
  • การรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำควบคู่กันในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ ดื่มน้ำก่อนและหลังการออกกำลังกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ เทคนิคง่าย ๆ คือ รับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายทุกวัน รับประทานคาร์โบไฮเดรต เน้นธัญพืชไม่ขัดสี ในปริมาณแค่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ รับประทานอาหารโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ควรเลือกแบบไม่ติดมันและลอกหนังออก รับประทานไขมัน ในรูปของอาหารไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย เน้นใช้น้ำมันทำจากพืช เช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชอื่น ๆ รวมทั้งเลี่ยงการบริโภคอาหารไขมันสูงหรือมีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม เนย หรือไอศกรีม เป็นต้น

นอกจากรับประทานอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว ในการเพิ่มกล้ามเนื้อ ร่างกายยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเพียงพอ โดยคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกายควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 2 – 3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. หรือมากกว่าคนปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 2 – 3 เท่า และอาจต้องแบ่งทานเป็นมื้อย่อย ๆ เนื่องจากด้วยข้อจำกัดของร่างกายที่ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้เพียงครั้งละ 30 – 50 กรัม

 

ความแตกต่างระหว่างคนอ้วนกับคนผอม เมื่ออยากสร้างกล้ามเนื้อ

ปกติแล้วคนอ้วนมีโอกาสเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่าคนผอม เพราะว่าภายใต้ชั้นไขมันส่วนใหญ่ก็จะมีกล้ามเนื้อมากกว่าคนผอม เพื่อให้มีแรงมากพอที่จะขยับร่างกายที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะได้ผลเร็วมากกว่า เพียงแค่ต้องลดอาหารประเภทไขมัน ให้กล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏออกมาให้เด่นชัดนั่นเอง ในขณะที่คนผอมนั้นจะมีมวลกล้ามเนื้อค่อนข้างน้อย แต่มีดีตรงที่ระบบเผาผลาญพลังงานนั้นสูงกว่าคนอ้วนง่าย ไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจนมากเกินไป

สำหรับเทคนิคการรับประทานและการออกกำลังกาย สำหรับคนผอมที่อยากสร้างกล้ามเนื้อนั้น มีเทคนิคเบื้องต้นดังนี้

  • กินให้บ่อยและมากกว่าปกติ เน้นปริมาณโปรตีนให้เพียงพอ คนผอมหากต้องการให้ร่างกายขยายและเต็มไปด้วยมัดกล้ามมากขึ้น ต้องรับประทานอาหารให้มากกว่าปกติ โดยหากรับประทานมากไม่ได้ ให้ใช้วิธีรับประทานบ่อยขึ้น มีช่วงมื้อว่างระหว่างวัน เน้นรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนสูงเพื่อนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ รับประทานของหวานหรืออาหารอื่น ๆ ได้ตามปกติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่คนอ้วนที่ต้องการลดน้ำหนักสร้างกล้ามเนื้อไม่สามารถทำได้เลย โดยเมื่อร่างกายเรามีสารอาหารและพลังงานมากพอก็จะไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งไม่ดึงไกลโคเจนที่กล้ามเนื้อมาใช้เมื่อพลังงานขาดแคลน ทำให้คุณสามารถออกกำลังกายแล้วกล้ามขึ้นได้เร็ว
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ใช้ดัมเบลล์น้ำหนัก 5 กก. สัปดาห์ต่อมาขยับขึ้นไปเป็น 6 – 7 กก. และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น หรืออีกวิธีใช้การเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในแต่ละเซต ตัวอย่างเช่น เซตแรกยก 5 กก. เซตต่อมา 7 กก. ต่อมา 9 กก. โดยปรับความหนักเพิ่มขึ้นในแต่ละเซต หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อจนยกไม่ขึ้นถึงจะพอใจ จากนั้นพักการเล่นกล้ามเนื้อในส่วนนั้นประมาณ 1 – 2 วัน ทั้งนี้ในการยก ให้ยกให้ช้า ใส่ใจกับการหายใจเข้าออก ให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้ออกแรง ทั้งตอนยกขึ้นและลง

ทั้งนี้การสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วหรือช้านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัย นอกเหนือจากการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เช่น การพักผ่อนนอนหลับ สรีระความแข็งแรงที่แตกต่างกันในแต่ละคน อายุ เป็นต้น

 

เวย์โปรตีนกับเทคนิคการกินเพื่อลดน้ำหนัก

เป้าหมายของคนน้ำหนักเกินในการเล่นเวท นอกจากการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว คือ การลดน้ำหนักตัว โดยบางคนต้องคุมอาหารอย่างหนักหน่วง เลือกกินผักไข่ในทุกมื้อ หลาย ๆ ครั้งกลายเป็นได้ปริมาณโปรตีนไม่เพียงพอกับการสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อขึ้นช้า ไม่เป็นรูปร่างชัดเจน

สำหรับเทคนิคการกินเวย์โปรตีนให้สามรถลดน้ำหนักอย่างได้ผล มีแนวทางเบื้องต้นดังนี้

  • กินตอนเช้าหลังตื่นนอน ตอนเช้าหลังตื่นนอน ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการกินเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนักเป็นที่สุด เพราะช่วงเวลานี้ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้ดีมาก แต่ก็อย่าลืมออกกำลังกายในระหว่างวันด้วย หรือจะออกกำลังกายหลังกินเวย์โปรตีนในตอนเช้าเลยก็ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็เป็นผลดีต่อสุขภาพมากเช่นกัน
  • กินควบคู่กับการออกกำลังกาย วิธีที่จะทำให้การกินเวย์โปรตีนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก็คือการออกกำลังกายไปด้วย โดยแนะนำให้ออกกำลังกายที่มีแรงต้านสูง เพราะจะทำให้มีการสร้างกล้ามเนื้อเร็วขึ้น และช่วยลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การเพาะกาย เล่นเวท เป็นต้น
  • กินหลังออกกำลังกาย หลังจากออกกำลังกายประมาณ 30 – 60 นาที เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะการกินเวย์โปรตีนในช่วงเวลานี้ ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนและสารอาหารต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งจะไปกระตุ้นการเผาผลาญให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอย่าลืมกินเวย์โปรตีนหลังออกกำลังกายสักแก้ว จะช่วยได้มากทีเดียว

โดยเวลาที่ร่างกายต้องการมากที่สุดคือหลังเราออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเกิดการฉีกขาดเล็กๆที่เรียกว่า Microscopic tears (ไม่เป็นอันตราย) ที่เป็นสาเหตุการล้า หรือรู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังเราเราออกกำลังกายไปแล้ว (ประมาณ 1 วันถัดไป) เราเรียกอาการนี้ว่า DOMS (Delayed onset muscle soreness) ซึ่งช่วง 30 – 45 นาทีหลังออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะยิ่งต้องการ โปรตีนย่อยเร็ว เข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ทดแทนกล้ามเนื้อที่สลายไป และเข้าไปสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ให้มีมากขึ้น

 

 

BAAM MY WHEY อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

BAAM WHEY อุดมไปด้วย BCAA (ประกอบไปด้วย leucine, isoleucine และ valine) ที่เป็นกรดอะมิโนสำคัญในการจุดชนวนการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งจะถูกดูดซึมทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อย จึงสามารถเข้าไปซ่อมแซม และป้องกันการสลายตัวของกล้ามเนื้อได้ทันที ทำให้อาการล้าหลังเล่น (DOMS) หายได้ไวขึ้น BCAA ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อ และเป็นเหมือนกุญแจในการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเปิดให้โปรตีนสามารถเข้าไปสร้างกล้ามเนื้อได้เต็มที่

BAAM WHEY อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งปริมาณโปรตีนแท้ ๆ 25 กรัม NO AMINO SPIKINGโดยมีส่วนผสมจาก Whey protein Isolate, Whey protein concentrate, Hydrolyzed whey protein อุดมไปด้วยกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด มี BCAA 5 กรัม และ Glutamine 4 กรัมต่อช้อน ผลิตที่ USA ทุกกระบวนการ มี 3 รสชาติที่อร่อย ละลายง่าย

 

5 Pounds (lbs)

 

10 Pounds (lbs)

 

BAAM MY WHEY เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อแบบเน้น ๆ
  • กำลังลดไขมัน ต้องการเพิ่มความกระชับ และคมชัดของกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา เป็นประจำ
  • ไม่ว่าจะเล่น Weight Training, ฟุตบอล, บาส, ว่ายน้ำ, วิ่ง, ปั่นจักรยาน ฯลฯ ควรทานเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
  • ต้องการอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพ แทนการทานจุกจิก
  • คนที่ทานโปรตีนไม่พอในชีวิตประจำวัน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.fitwhey.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.health2click.com/หัวใจของการออกกำลังกาย
  2. www.fitwhey.com

 


กินเวย์-เพิ่มกล้ามเนื้อ-เพิ่มน้ำหนักดีไหม.jpg

กล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกายมนุษย์ โดยในร่างกายมีกล้ามเนื้อหลายประเภท ทำหลายหน้าที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลายจะทำงานร่วมกับกระดูก เอ็นและข้อ ซึ่งไว้ยพยุงร่างกายให้ร่างกายทรงตัวอยู่ได้ และที่สำคัญช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ  ปริมาณหรือมวลกล้ามเนื้อปกติในผู้ชายวัยกลางคนจะอยู่ที่ 33.2 – 39.2% ในผู้หญิงจะอยู่ที่ 24.2 – 30.3% โดยจะแตกต่างไปตามโครงสร้างร่างกาย และมีแนวโน้มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

 

อยากสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำอย่างไร

ปกติแล้วการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะต้องดูแลทั้งเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย โดยปรับแต่งให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งไว้ เทคนิคการออกกำลังกายและเทคนิคการรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ในเบื้องต้นมีดังนี้

  • การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายให้มีความหลากหลาย ในลักษณะ Well – rounded exercise program เช่น ใน 1 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายที่ผสมกันทั้งแบบ แบบแอโรบิกเพื่อพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจและปอด เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน แบบเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ และแบบเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนตัว เช่น โยคะ พิลาทิส โดยผู้ที่ออกกำลังกายครบทั้ง 3 ลักษณะ ติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายจะมีกล้ามเนื้อที่ทนทานแข็งแรง แต่สามารถยืดหยุ่นได้ดี ออกกำลังกายแบบแอโรคบิคติดต่อกันได้นาน โดยไม่เหนื่อยง่ายทั้งนี้ให้เพื่อน ๆ จัดสัดส่วนในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเป้าหมาย อย่างกรณีเพิ่มกล้ามเนื้อ ให้เน้นการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ เช่น เวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ ประมาณ 60% โดยแบ่งเวลาอีก 40% ให้กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคและการฝึกความยืดหยุ่น อย่างละเท่าๆกัน
  • การรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำควบคู่กันในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ ดื่มน้ำก่อนและหลังการออกกำลังกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ เทคนิคง่าย ๆ คือ รับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายทุกวัน รับประทานคาร์โบไฮเดรต เน้นธัญพืชไม่ขัดสี ในปริมาณแค่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ รับประทานอาหารโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ควรเลือกแบบไม่ติดมันและลอกหนังออก รับประทานไขมัน ในรูปของอาหารไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย เน้นใช้น้ำมันทำจากพืช เช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชอื่น ๆ รวมทั้งเลี่ยงการบริโภคอาหารไขมันสูงหรือมีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม เนย หรือไอศกรีม เป็นต้นนอกจากรับประทานอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว ในการเพิ่มกล้ามเนื้อ ร่างกายยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเพียงพอ โดยคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกายควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 2 – 3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. หรือมากกว่าคนปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 2 – 3 เท่า และอาจต้องแบ่งทานเป็นมื้อย่อย ๆ เนื่องจากด้วยข้อจำกัดของร่างกายที่ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้เพียงครั้งละ 30 – 50 กรัม

 

ความแตกต่างระหว่างคนอ้วนกับคนผอม เมื่ออยากสร้างกล้ามเนื้อ

ปกติแล้วคนอ้วนมีโอกาสเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่าคนผอม เพราะว่าภายใต้ชั้นไขมันส่วนใหญ่ก็จะมีกล้ามเนื้อมากกว่าคนผอม เพื่อให้มีแรงมากพอที่จะขยับร่างกายที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะได้ผลเร็วมากกว่า เพียงแค่ต้องลดอาหารประเภทไขมัน ให้กล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏออกมาให้เด่นชัดนั่นเอง  ในขณะที่คนผอมนั้นจะมีมวลกล้ามเนื้อค่อนข้างน้อย แต่มีดีตรงที่ระบบเผาผลาญพลังงานนั้นสูงกว่าคนอ้วนง่าย ไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจนมากเกินไป

สำหรับเทคนิคการรับประทานและการออกกำลังกาย สำหรับคนผอมที่อยากสร้างกล้ามเนื้อนั้น มีเทคนิคเบื้องต้นดังนี้

  • กินให้บ่อยและมากกว่าปกติ เน้นปริมาณโปรตีนให้เพียงพอ คนผอมหากต้องการให้ร่างกายขยายและเต็มไปด้วยมัดกล้ามมากขึ้น ต้องรับประทานอาหารให้มากกว่าปกติ โดยหากรับประทานมากไม่ได้ ให้ใช้วิธีรับประทานบ่อยขึ้น มีช่วงมื้อว่างระหว่างวัน เน้นรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนสูงเพื่อนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ รับประทานของหวานหรืออาหารอื่น ๆ ได้ตามปกติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่คนอ้วนที่ต้องการลดน้ำหนักสร้างกล้ามเนื้อไม่สามารถทำได้เลย โดยเมื่อร่างกายเรามีสารอาหารและพลังงานมากพอก็จะไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งไม่ดึงไกลโคเจนที่กล้ามเนื้อมาใช้เมื่อพลังงานขาดแคลน ทำให้คุณสามารถออกกำลังกายแล้วกล้ามขึ้นได้เร็ว
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ใช้ดัมเบลล์น้ำหนัก 5 กก. สัปดาห์ต่อมาขยับขึ้นไปเป็น 6-7 กก. และเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น หรืออีกวิธีใช้การเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในแต่ละเซต ตัวอย่างเช่น เซตแรกยก 5 กก. เซตต่อมา 7 กก. ต่อมา 9 กก. โดยปรับความหนักเพิ่มขึ้นในแต่ละเซต หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อจนยกไม่ขึ้นถึงจะพอใจ จากนั้นพักการเล่นกล้ามเนื้อในส่วนนั้นประมาณ 1-2 วัน ทั้งนี้ในการยก ให้ยกให้ช้า ใส่ใจกับการหายใจเข้าออก ให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้ออกแรง ทั้งตอนยกขึ้นและลง

ทั้งนี้การสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วหรือช้านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัย นอกเหนือจากการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เช่น การพักผ่อนนอนหลับ สรีระความแข็งแรงที่แตกต่างกันในแต่ละคน อายุ เป็นต้น

 

เวย์โปรตีนอีกตัวเลือก ช่วยคนผอมสร้างกล้ามเนื้อ

เป้าหมายของคนผอมในการเล่นเวทสร้างกล้ามเนื้อ คือ การเพิ่มน้ำหนักตัวให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้น้ำหนักตัวที่มากขึ้น มาจากกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้น บางคนอาจจะเลือกทานอกไก่มากถึงวันละ 2 กิโลกรัม เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนที่เพียงพอ ไม่รวมถึงสารอาหารอย่างอื่นที่จำเป็นต้องเพิ่มด้วย

วันนี้เพื่อน ๆ สามารถเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือ เวย์โปรตีนสูตรเพิ่มน้ำหนัก MEGA MASS XTREME 1350 โดยนอกจากจะให้พลังงานสูงถึง 1350 Kcal ต่อ Serving แล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน มากเพียงพอที่จะสนับสนุนการเพิ่มน้ำหนัก และกล้ามเนื้อ ได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งปริมาณโปรตีนแท้สูงถึง70+ กรัม  No Amino Spiking มีคาร์โบไฮเดรต คุณภาพทั้งแบบย่อยไว กลาง และช้า รวมถึง 255 กรัม ต่อ Serving และที่สำคัญใน Mega Mass มีไขมันจากแหล่งที่ดีต่อร่างกาย สูงสุดถึง 8 กรัม ต่อ Serving นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานแล้ว ไขมันยังช่วยในการรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ เร่งการสังเคราะห์/ดูดซึมโปรตีน ช่วยหล่อลื่นข้อต่อต่าง ๆ รวมถึงวิตามิน และแร่ธาตุ กว่า 20 ชนิด ที่ร่างกายต้องการ เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และเร่งการฟื้นตัว  MEGA MASS XTREME 1350 มีให้เลือก 4 รสชาติแสนอร่อย ละลายง่าย

 

Chocolate

 

Banana

 

 

Mega Mass XTREME 1350 เหมาะสำหรับใคร

  • เพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักแบบ HARDCORE แต่เป็นคนผอมมาก ๆ แบบกุ้งแห้ง ไม่มีไขมันสะสม ข้อมือเล็กมาก ๆ และไม่มีพุงเลย (น้ำหนัก < ส่วนสูง – 105)
  • เพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก แต่กินเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ขึ้น ระบบเผาผลาญดีมาก ๆ หรือมีกิจกรรม/กีฬา ที่ใช้พลังงานเยอะมาก ๆ
  • นักเพาะกาย หรือ ผู้ที่มีประสบการณ์สูงในการออกกำลังกาย ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก/เพิ่มพลังงาน และเข้าใจการคำนวณสารอาหารเป็นอย่างดี

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.fitwhey.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.health2click.com/หัวใจของการออกกำลังกาย
  2. www.fitwhey.com

กราโนล่า-อีกทางเลือกการกินเพื่อสุขภาพดี.jpg

ปัจจุบันคงจะปฏิเสธกันไม่ได้ว่า หนึ่งในพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมักจะเกี่ยวเนื่องกับการกิน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินที่ผิด เช่น กินตอนดึก ๆ กินก่อนเข้านอน กินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ กินอาหารมีความมันสูง กินอาหารรูปแบบเดียวซ้ำ ๆ หรือการกินแบบที่มีสัดส่วนของสารอาหารไม่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต เช่น กินคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมาก กินไขมันมาก ทั้งหมดล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การกินให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อการมีสุขภาพที่ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

อยากมีสุขภาพดีต้องกินอย่างไร

กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องของการกินเพื่อให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ซึ่งมีอยู่หลายประการ เริ่มจากการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย กินข้าวซ้อมมือที่ไม่ขัดสีจนขาว เพราะจะมีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีนและใยอาหารสูงสลับกับก๋วยเตี๋ยวบางมื้อ กินพืชผัก ผลไม้เป็นประจำ กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย กินไขมันแต่พอควรและควรเลือกเป็นชนิดที่มีไขมันดี หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด อาหารปราศจากการปนเปื้อน รวมถึงการงดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

และสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการปรับน้ำหนักให้เหมาะสม นอกจากการกินตามข้อแนะนำแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าพลังงงานของอาหารแต่ละมื้อรวมกัน ต้องสอดคล้องกับค่าพลังงานที่ร่างกายใช้ในแต่ละวันด้วย โดยเพื่อน ๆ ที่สนใจลดน้ำหนักควรกินอาหารให้ได้ค่าพลังงานน้อยกว่าค่าพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ สามารถปรับด้วยการควบคุมปริมาณและประเภทอาหาร รวมถึงเพิ่มการออกกำลังกายควบคู่กัน ในทางตรงข้ามหากเพื่อนต้องการเพิ่มน้ำหนัก ต้องกินให้ร่างกายมีพลังงานเหลือใช้ ซึ่งจะไปเก็บในรูปของไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย

 

หลีกเลี่ยงการกินที่ทำให้สุขภาพไม่ดี

หลาย ๆ พฤติกรรมการกิน สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น กินมาก กินมันอาจทำให้อ้วนไขมันเยอะ กินก่อนเข้านอน อาจทำให้นอนไม่หลับ ผิวพรรณไม่สวย อ้วนหรือกรดไหลย้อน กินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาจทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคพยาธิ และการกินคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมาก กินไขมันมาก ไม่สอดคล้องกับพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ อาจทำให้เป็นโรคความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ เบาหวาน อื่น ๆ เป็นต้น พฤติกรรมการกินในลักษณะดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง

 

กราโนล่า อีกทางเลือกการกินเพื่อสุขภาพดี

กราโนล่า (Granola) คืออาหารที่ได้รับความนิยมจากชาวตะวันตก มักรับประทานเป็นอาหารเช้าหรือของว่าง กราโนล่าสามารถให้พลังงานสูง เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่ร่างกายต้องการ โดยมีส่วนผสมหลักประกอบด้วย เมล็ดธัญพืชจำพวกข้าวโอ๊ต ถั่วต่าง ๆ และผลไม้แห้ง ที่นำมาคลุกเคล้าโดยการนำไปอบให้กรอบ สามารถทานเป็นอาหารเช้าแทนซีเรียล นิยมทานคู่กับนมหรือโยเกิร์ต ทั้งนี้มีประโยชน์หลายประการ อาทิ

  • ลดอาการท้องผูก ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น จากการที่ข้าวโอ๊ตมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ถ้าเรากินอาหารที่มีเส้นใยสูง ๆ เราจะอิ่มท้องนาน ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง และการสะสมไขมันส่วนเกินก็จะน้อยลงด้วย
  • ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงหัวใจ และกระตุ้นการเผาผลาญได้ ธัญพืชและพืชตระกูลถั่วอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะวิตามิน E ไทแอมีน และ โฟเลต (กลุ่ม วิตามิน B) นอกจากนี้ส่วนผสมของ กราโนล่า ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซิงค์ ทองแดง แมงกานีส ธาตุเหล็ก และ ซีลีเนียม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทำงานได้ดีขึ้น
  • สามารถควบคุมความหิวระหว่างมื้อได้ดี ช่วยลดการทานจุบจิบลงได้ ง่ายต่อการคุมแคลลอรี่ต่อมื้อ คุณค่าทางสารอาหารของข้าวโอ๊ตนอกจากจะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารแล้ว ยังให้โปรตีนที่สูงอีกด้วย หากยี่ห้อไหนที่ใส่ถั่วนา ๆ ชนิดเข้าไปด้วย เราก็ยิ่งจะได้โปรตีนมากขึ้น และเมื่อรับประทานคู่กับกรีกโยเกิร์ต หรือนมวัว เราก็จะได้โปรตีนมากขึ้นไปอีก

 

Good day Granola กราโนลาธรรมชาติแตกต่างไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งแบรนด์ของกราโนล่าคุณภาพคือ “กู๊ดเดย์ กราโนล่า” (Good day granola) ที่มาพร้อมรสชาติแตกต่างไม่เหมือนใคร และรสยอดฮิตที่ทำให้มื้ออาหารและขนมทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ สามารถทานได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ด้วยส่วนผสมของข้าวโอ๊ตเต็มเมล็ด (whole Grain) มีสารอาหารและไฟเบอร์สูง อิ่มท้องบำรุงระบบขับถ่าย ใช้น้ำมันรำข้าวแทนเนย ใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล ไม่มีส่วนผสมของแป้งหรือน้ำตาลขัดสี ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ผสมนมเนยไข่ น้ำตาลและไขมันต่ำ ไม่มีโซเดียม ควบคุมแคลอรี่ต่อมื้อได้ง่าย มาพร้อมหลากหลายรสชาติให้เลือก อาทิ

 

 

รสโปรตีน

สำหรับหนุ่มสาวที่มีแอคทีฟไลฟ์สไตล์ ทำให้ได้พลังงานคุณภาพไม่เคยตก

 

รสน้ำผึ้งมะนาว

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำผึ้งมะนาว ได้รสสัมผัสเปรี้ยวอมหวาน อย่างลงตัว

 

รสส้ม

ให้ความสดชื่น กลิ่นหอมหวานของผลส้มและเปลือกส้มแท้ๆ

 

รสโกโก้กล้วยหอม

ดาร์คโกโก้เข้มข้น ผสานกับ กล้วยหอม freeze dry คงคุณค่าสารอาหารครบถ้วน

 

รสมะพร้าว

มะพร้าวคัดพิเศษ กะทิสดจากธรรมชาติ กลมกล่อมแบบน้ำตาลต่ำ

 

รสกาแฟ

ปริมาณกาแฟเท่ากับคาปูชิโน่ 1 แก้ว รสชาติเข้มข้น ให้รสสัมผัสที่ลงตัว

 

รสรวมถั่ว

อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์จากถั่วเน้น ๆ เคี้ยวมัน เคี้ยวเพลิน

 

รสดั้งเดิม

ความลงตัวของข้าวโอ๊ตเต็มเมล็ด อัลมอนด์และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

 

บรรจุ 2 ขนาด ทั้งแบบถ้วย (40 กรัม) พอดีสำหรับ 1 มื้อ พกพาสะดวก และแบบถุงซิปล็อค (300 กรัม) แบ่งทานได้ 7 – 8 มื้อ เลือกขนาดที่เหมาะสม และปรับใส่ส่วนผสมที่อยากทานเพิ่ม เช่น นม โยเกิร์ต ผลไม้ หรือจะโรยหน้าซุป ขนมปัง สลัด ก็อร่อยไม่น้อยทีเดียวค่ะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.gooddaybrand.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.thaihealth.or.th
  2. www.lovefitt.com/healthy
  3. www.gooddaybrand.com
  4. www.fitterminal.com