ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

.jpg

คุณอาจมีชีวิตสุดเหวี่ยงในช่วงอายุที่ผ่านมา แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองสุขภาพก็เริ่มถดถอย สารเคมีและฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมนิสัยการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยดีก็อาจจะส่งผลไปถึงหัวใจและหลอดเลือดของเราอย่างเห็นได้ชัดขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

 

สิ่งที่ควรทำหรือเลิกทำเมื่อเข้าสู่วัยทอง

ระวังเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบการเผาผลาญก็เริ่มลดน้อยลง ทำให้การกินอาหารนิดเดิม ๆ ปริมาณเดิม ๆ อาจเป็นสาเหตุให้น้ำหนักของคุณเพิ่มมากขึ้นทีละนิด และไขมันในร่างกายก็จะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรหมั่นตรวจเช็คน้ำหนักของตนเองอยู่เสมอ โดยชั่งน้ำหนักตอนเช้าก่อนการรับประทานอาหาร ในช่วงเวลาเดิมทุกวัน พร้อมจดบันทึกเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง

กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดแคลอรี่ ลดคาร์โบไฮเดรต ไขมัน น้ำตาล รวมทั้งอาหารแปรรูปต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยโซเดียม เน้นการกินผัก ผลไม้ การทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างพอเพียงจะทำให้คุณไม่หิวในระหว่างวัน หรือแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยขึ้นก็ช่วยได้เช่นกัน

ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
ถึงแม้ร่างกายของคุณจะดูปกติ ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย แต่การตรวจร่างกายปีละครั้งก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะความผิดปกติหรือโรคร้ายบางอย่างไม่ได้แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น การตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละครั้งจะทำให้สบายใจ และอาจพบปัญหาสุขภาพแต่เนิ่น ๆ ในระยะที่ยังไม่ลุกลามร้ายแรง ทำให้การรักษาสามารถทำได้ง่าย และมีโอกาศหายมากขึ้น

เลิกบุหรี่
หากช่วงอายุที่ผ่านมาคุณยังหยวน ๆ ให้กับการเลิกบุหรี่ เข้าเลข 4 แล้วก็ควรตัดให้ขาดซักที เพราะการสูบบุหรี่สามารถส่งผลเสียมากมายต่อร่างกายจากสารพิษอันตรายต่าง ๆ เช่น นิโคติน แอมโมเนีย หรือทาร์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคร้ายได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งปอด หลอดอาหาร โรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตีบ ที่อาจต่อเนื่องถึงความเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจวาย และโรคเรื้อรังมากมาย ส่งผลให้ร่างกายถดถอยได้เร็วยิ่งขึ้น

ออกกำลังกาย
ซึ่งโดยปกติแล้วการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ต้องมีการเตรียมร่างกายอย่างเหมาะสม อุ่นเครื่องอย่างน้อย 5 – 10 นาที ควรออกกำลังอย่างน้อยประมาณ 30 – 45 นาทีในแต่ละวัน ซัก 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ แน่นอนว่าการขยับตัวทำสิ่งต่าง ๆ จะช่วยคงความแอคทีฟ กะปรี้กะเปร่าในชีวิตประจำวัน แต่การออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินไปอาจเป็นปัญหาต่อสุขภาพ เช่น กล้ามเนื้อและข้อต่อ

ทำสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด
ความเครียดสามารถส่งผลเสียในระยะยาวได้ ยิ่งช่วงอายุที่มีอารมณ์แปรปรวนพร้อมหน้าที่ความรับผิดชอบ อาจจะหลีกเลี่ยงอาการเครียดได้ยาก แต่ก็ควรมีลิมิต และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หยุดพักบ้าง เยียวยาความเครียดด้วยการทำสมาธิ ผ่อนคลายใจ ร่างกาย จัดการระบบความคิด ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมารับมือกับสิ่งต่าง ๆ อีกครั้ง

นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
เมื่อคุณอายุมากขึ้น การนอนน้อยจะมีผลกระทบกับร่างกายของคุณมากกว่าเดิม ความเหนื่อยล้าจะกินเวลานานขึ้น สมองจะเฉื่อยชาลง ขี้หลงขี้ลืม ในบางคนอาจจะมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นง่ายเกิดขึ้นในเวลากลางคืน ซึ่งหากมีอาการแบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานควรปรึกษาแพทย์เพื่อบำบัดรักษาต่อไป

 

ปัญหาสุขภาพในวัยทองถือเป็นจุดหมายที่หลายคนไม่ต้องการแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทางที่ดี การเริ่มต้นดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่ตอนนี้เลยก็จะเป็นการปูพื้นฐานที่ดีแก่สุขภาพในระยะยาว จำเอาไว้ว่าสุขภาพดีเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุ 40 ก่อนก็ได้!

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.prevention.com
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com


-อีกมิติแห่งศาสตร์การรักษาโรค.jpg

กฎหมาย กัญชา และยาเสพติด เป็น 3 คำ ที่ทรงพลังและถูกวิพากษ์ร่วมกันอย่างกว้างขวางในทุกวันนี้ ด้วยความที่กัญชาแม้จะบริโภคได้ แต่ก็ไม่ใช่พืชที่สามารถใช้บริโภคได้อย่างธรรมดาเช่นเดียวกับพืชผักทั่วไป และอย่างที่เรารู้กันดีว่า กัญชาได้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดของยาเสพติด ดังนั้นเมื่อมีกระแสการปลดล็อดพืชชนิดนี้ ในการนำมาใช้ทางด้านการแพทย์ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ด้วยการถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ยาเสพติด ทำให้หลาย ๆ คนในสังคม ยังกังวลถึงผลกระทบอีกเช่นกัน

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดสัมมนาและระดมสมอง เวที ฬ.จุฬาฯ นิติมิติ ว่าด้วย “กัญชาทางการแพทย์ (Medical cannabis) กับกฏหมาย : จากยาเสพติดสู่ยารักษาโรค” ขึ้น ณ อาคารเทพทวาราวดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย นพ.โสภณ เมฆธน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประธานองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ได้กล่าวถึงการร่วมกับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเสนอร่าง พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เพื่อแก้ไขให้กัญชาและพืชกระท่อม สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปใช้ในการรักษาภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้

แต่เดิม กัญชา หรือต่างประเทศเรียกว่า เฮมพ์ (Hemp) ทางการแพทย์เรียกว่า แคนนาบิส (Cannabis) คือพืชตระกูลป่านปอ ที่ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีการควบคุมเรื่องการปลูก การครอบครอง การจำหน่ายหรือบริโภค โดยที่สามารถขออนุญาตทำการศึกษาวิจัยและพัฒนกัญชาได้ แต่ยังไม่สามารถเสพได้ ด้วยเหตุนี้ กัญชาจึงยังไม่สามารถทำการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในมนุษย์ได้ เมื่อองค์ความรู้ในด้านนี้ถูกจำกัดไว้ ก็สูญเสียโอกาสที่จะได้ทดลองถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงซึ่งอาจมีอีกมากมาย

 

นพ.โสภณ ได้แจ้งถึงช่วงการนำเสนอร่างกฎหมาย และรับฟังความเห็นทางเว็บไซต์ของ สนช. ทั้งสิ้น 15 วัน ทั้งหมดประมาณ 1 แสนคน พบว่า ประชาชน ร้อยละ 98.9 เห็นด้วยให้นำสารสกัดทางกันชามาใช้ในการแพทย์ นอกจากนั้นยังมี 5 แนวโน้มซึ่งอาจเป็นไปได้ ในขั้นตอนการปลดล็อคกัญชาเพื่อการแพทย์ ดังนี้

  1. รอตามกระบวนการของประมวลกฎหมาย ว่าด้วยยาเสพติดตามปกติ
  2. กรณีของ สนช. รวมเสนอร่างกฎหมาย และจัดสัมมนาใหญ่ในการรับฟังความคิดเห็น
  3. เสนอให้ใช้มาตรา 44 ปลดล็อคกัญชา เพื่อความรวดเร็ว
  4. คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด อาจต้องหารือว่า สามารถใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามเปลี่ยนแปลงกัญชา จากสารเสพติดประเภทที่ 5 เป็นประเภท 2 ได้หรือไม่
  5. ออกกฎหมายใหม่เฉพาะขึ้น เพื่อนำสารสกัดจากกัญชามาใช้เพื่อทางการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องใช้เวลา

หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต จะพบว่า กัญชา มีสรรพคุณรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง แม้กระทั่งในอังกฤษก็ได้มีการใช้ยาสกัดจากกัญชา รักษาอาการเจ็บป่วย หนึ่งในนั้นคือ พระราชินีวิคทอเรีย และคนในราชวงศ์ โดย นายแพทย์ เจ.รัสเซล เรโนลส์ (John Russell Reynolds) นักประสาทวิทยา ผู้เป็นแพทย์ประจำราชสำนักอังกฤษ ได้บันทึกประสบการณ์การใช้กัญชารักษาโรคของตนในช่วง 30 ปี (เมื่อ 127 ปีมาแล้ว) บรรยายถึงโรคต่าง ๆ ที่สามารถใช้กัญชารักษาแล้วได้ผลดี  ได้แก่

  • ความผิดปกติทางจิตใจ (อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ)
  • ความเจ็บปวดและชา (อาการปวดทุกชนิด โดยเฉพาะอาการปวดจากระบบประสาท อาการปวดเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน ปวดข้อ อาการชาที่แขนขา ปวดประจำเดือน)
  • โรคกล้ามเนื้อ (กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง อาการชักบางชนิด ชักจากเนื้องอกในกล้ามเนื้อขาเป็นตะคริวตอนกลางคืน)
  • โรคอื่น ๆ เช่น หอบหืด เป็นต้น

จากการทบทวนตำราแพทย์แผนไทย 2 เล่ม คือ ตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ และตำราพระโอสถพระนารายณ์ พบว่าตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์มีตำรับยาไทยที่ใช้กัญชาจำนวน 11 ตำรับ ตำราพระโอสถพระนารายณ์มีตำรับยาไทยที่ใช้กัญชาจำนวน 3 ตำรับ โดยมีข้อบ่งใช้หลักคือ แก้ปวด เจริญอาหาร ช่วยให้นอนหลับ

สำหรับการใช้กัญชาในการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น เมื่อพิจารณาจากงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับที่น่าเชื่อถือได้ พบว่ามีการใช้สำหรับอาการปวดเรื้อรังโดยเฉพาะ Neuroleptic pain หรือ Cancer pain และ ภาวะกล้ามเนื้อเกร็งเนื่องจากภาวะปลอกประสาทอักเสบ (Spasticity due to multiple sclerosis) โดยใช้สาร Cannabinoids ได้แก่ Nabiximol, Nabilone, Tetrahydrocannabinol, Cannadidiol, Dronabinol

 

ดังนั้น…หากมีการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์จริงควรทำอย่างไร คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของหลายคนตอนนี้  ซึ่งเราคงต้องอ้างอิงจากประเทศที่ประสบความสำเร็จกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ โดยเฉพาะประเทศแคนาดาเป็นต้นแบบแนวทางที่น่าสนใจ ได้มีการออกระเบียบว่าด้วยการเข้าถึงกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ (Access to cannabis for medical purposes regulation) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 โดยระบุว่า จะต้องซื้อจากผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 35 รายทั่วประเทศ มีการจำกัดปริมาณการใช้ส่วนตัว หรือจำกัดปริมาณการผลิต โดยที่บุคคลที่ต้องการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์นี้ จะไม่มีสิทธินุญาตให้ผู้อื่นใช้กัญชาของตน เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย การปลดล็อคครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดการวิจัยถึงสรรพคุณทางยาของกัญชาได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจยังมีอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้มาก่อน โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ และการคลายกล้ามเนื้อผู้ป่วย คือกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรง นับเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมายที่แข็งแรงคอยรองรับอย่างรัดกุมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จึงนับได้ว่ากัญชาถือเป็นอีกมิติหนึ่งแห่งการรักษา ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการรับการรักษาสุขภาพของประชาชนได้ในอนาคต

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : วารสารยาวิพากษ์ ปีที่ 9 ฉบับที่ 36   เอกสารประกอบการสัมมนา “กัญชาทางการแพทย์ (Medical cannabis) กับกฏหมาย : จากยาเสพติดสู่ยารักษาโรค”   laws-lois.justice.gc.ca   ncbi.nlm.nih.gov

 


13-สิ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ทางเพศ.jpg

ชีวิตคู่กับเรื่องเซ็กส์หรือความสัมพันธ์ทางเพศเป็นสิ่งมีอิทธิพลต่อกันไม่น้อย บางคู่อาจมองว่าเรื่องความรักนั้นควรเน้นไปที่จิตใจมากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่งทางกายอย่างเซ็กส์นี่แหละที่สามารถทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ระหว่างคนรักขยายวงกว้างได้มากขึ้น และอะไรบ้างที่เป็นตัวการพาให้เซ็กส์จืดชืดไร้อารมณ์ ควรรีบแก้ไขด่วนก่อนจะเกินเยียวยา

 

อะไรบ้างที่ทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ

  1. ความเครียด
    หลายคนทำอะไรได้ดีหลายอย่างเมื่อพวกเขาเครียด ทำให้รู้สึกเซ็กซี่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือได้ เช่น ความเครียดในที่ทำงาน ที่บ้านหรือในความสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้ได้กับทุกคน เรียนรู้วิธีการจัดการกับสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ คุณสามารถทำอะไรได้มากมายด้วยตัวคุณเองและแพทย์สามารถช่วยคุณได้
  2. ปัญหาคู่ของคุณ
    ปัญหาเกี่ยวกับคู่ของคุณอยู่ในระดับต้น ๆ ของสิ่งบั่นทอนอารมณ์ขับเคลื่อนทางเพศสัมพันธ์ สำหรับผู้หญิง การได้ใกล้ชิดเป็นส่วนสำคัญของความปรารถนา สำหรับทั้งชายและหญิง ผลกระทบจากการทะเลาะกัน การสื่อสารที่ไม่ดี ความรู้สึกที่ถูกทรยศหรือปัญหาความไว้วางใจในเรื่องอื่น ๆ หากเป็นการยากที่จะกลับมาคืนดีกัน ควรติดต่อกับผู้ให้คำปรึกษาเพื่อขอข้อแนะนำ
  3. แอลกอฮอล์
    เครื่องดื่มอาจทำให้คุณรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น แต่ถ้าดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถทำให้ความรู้สึกทางเพศของคุณด้านชาไปได้ เมามาก ๆ ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ แย่ลงโดยเฉพาะกับคู่ของคุณกับสิ่งที่เขาต้องการ หากคุณมีปัญหาจากการดื่ม อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากนักบำบัด
  4. นอนน้อยเกินไป
    ถ้าการมีอารมณ์ทางเพศของคุณหายไป บางทีคุณอาจนอนหลับไม่เพียงพอ คุณเข้านอนดึกหรือตื่นเร็วเกินไปหรือเปล่า คุณมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับหรือไม่ เช่น นอนหลับยากหรือนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หรืออาการนอนไม่หลับเลย สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เพศสัมพันธ์ยุ่งเหยิงได้ ความรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงไปด้วย จัดการกับปัญหาการนอนหลับของคุณ หากยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
  5. มีลูก
    คุณอาจไม่หมดอารมณ์ทางเพศโดยตรงเมื่อเป็นพ่อคนแม่คน แต่คุณจะสูญเสียเวลา ลองจ้างพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยงลูก เพื่อที่คุณจะได้บริหารเวลาให้กับคู่ชีวิตของตัวเองหรือลองมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานอนหลับของลูก
  6. ยา
    ยาบางชนิดสามารถทำให้อารมณ์ทางเพศลดลง เช่น 

    • ยาซึมเศร้า
    • ยาความดันโลหิต
    • ยาคุมกำเนิด (บางการศึกษาแสดงว่ามีผลเกี่ยว บางการศึกษาบอกไม่มีผล)
    • ยาเคมีบำบัด
    • ยาต้าน HIV
    • ยาฟิแนสเทอร์ไรด์ (Finasteride)
    • ยาใช้รักษาต่อมลูกหมากโตและอาการศีรษะล้าน
      โดยการเปลี่ยนยาหรือปริมาณอาจช่วยได้ ลองปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้และอย่าหยุดรับประทานยาด้วยตัวเอง
  7. รูปร่างไม่ดี
    คุณจะรู้สึกเซ็กซี่ง่ายขึ้นถ้าคุณชอบรูปร่างของตัวเอง ดูแลรูปร่างให้ดีและอยู่ในระดับที่คุณยอมรับได้ สร้างความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเอง มีช่วงอารมณ์ที่ดี หากคู่ของคุณไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองทำให้เขามั่นใจว่าเขาดูเซ็กซี่
  8. โรคอ้วน
    เมื่อคุณมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจส่งผลให้คุณไม่สนุกกับการมีเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่คุณต้องการ หรือถูกเก็บกดไว้ด้วยความไม่มั่นใจ จัดการกับสิ่งที่คุณรู้สึกเกี่ยวกับตัวคุณเอง หากจำเป็นขอคำแนะนำกับผู้ให้คำปรึกษาอาจทำให้รู้สึกดีมากขึ้น
  9. ปัญหาการตื่นตัว
    ผู้ชายที่เป็นโรค ED (Erectile dysfunction) หรือการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักกังวลว่าจะสามารถทำเรื่องทางเพศได้อย่างไร และความกังวลนั้นทำให้ความต้องการทางเพศของพวกเขาลดลง โรค ED สามารถรักษาได้ ดังนั้นคู่รักยังสามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนเดิมอีกด้วย
  10. ฮอร์โมน T ต่ำ
    ฮอร์โมน T (Testosterone) เป็นฮอร์โมนหลักที่ช่วยกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย ช่วยกระตุ้นการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายถ้าอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมน T อาจลดลงเล็กน้อย ไม่ทั้งหมดอารมณ์ทางเพศลดลง บางคนอาจจะสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นอีกหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์กับน้ำหนักก็สามารถส่งผลต่อระดับความต้องการทางเพศและระดับฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบคำดียวที่ชี้ชัดได้แน่นอน
  11. ภาวะซึมเศร้า
    การหดหู่ใจสามารถปิดความสุขในเรื่องเพศสัมพันธ์ หากการรักษาของคุณเกี่ยวข้องกับยา บอกแพทย์ของคุณว่าอารมณ์ทางเพศลดลง เนื่องจากยารักษาโรคซึมเศร้าบางตัวมีผลต่อความต้องการทางเพศ ดังนั้นพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนักบำบัดโรคด้วย
  12. วัยหมดประจำเดือน
    สำหรับผู้หญิงหลายคนอารมณ์ทางเพศจะลดลงเมื่อมาถึงวัยหมดประจำเดือนนั่นเนื่องมาจากอาการ เช่น ความแห้งกร้านทางช่องคลอดและปวดในระหว่างการมีเซ็กส์ แต่ผู้หญิงทุกคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางรายอาจไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ ดังนั้นควรดูแลความสัมพันธ์ให้ดี มีความมั่นใจในตนเองและรักษาสุขภาพร่างกยาให้แข็งแรง
  13. การขาดความใกล้ชิด
    การจะมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีความรู้สึกใกล้ชิดสามารถทำให้หมดอารมณ์ได้ ลองใช้เวลาด้วยกันทำกิจกรรอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยอยู่เพียงสองต่อสองเท่านั้น เช่น พูดคุย กอด นวดให้กัน เป็นต้น ค้นหาวิธีแสดงออกความรักโดยไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์ ความใกล้ชิดสามารถกระตุ้นความปรารถนาได้

 

ทั้ง 13 สิ่งที่บั่นทอนให้หมดอารมณ์ทางเพศนี้ อันที่จริงแล้วมีทางออกเสมอ ในด้านที่เป็นปัจจัยภายนอกคุณควรสังเกตดูว่าอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ หรือแม้แต่เรื่องทางกายภาพอย่างความป่วยไข้ สำหรับปัจจัยภายในอย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคนรักเป็นสิ่งที่ควรทะนุถนอม ใส่ใจ ดูแลกันให้ดี เพียงเท่านี้ก็สามารถดำเนินชีวิตรักได้อย่างมีความสุขพร้อมกับเซ็กส์ที่ดีแล้ว

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.webmd.com
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com


5-เทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณถึงสุดสุดยอดได้ง่าย.jpg

ถ้าพูดถึงสุขภาพของชีวิตรักและเซ็กส์ที่ดี คงหลีกเลี่ยงเรื่องการไปถึงจุดสุดยอดไม่ได้เลย สาว ๆ ยกมือขึ้นถ้าคุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายประมาณว่า…ตอนที่คุณมีเซ็กส์อยู่และกำลังใกล้ถึงจุดสุดยอด คุณรู้สึกว่า… มันใกล้แล้วแต่ก็ไม่เสร็จสักที และสุดท้ายคุณก็ไม่สำเร็จความใคร่ ทำยังไงล่ะทีนี้

 

จุดสุดยอด ‘Orgasm’ สำคัญแค่ไหน

เป็นเรื่องเลวร้ายมากถ้าคุณผู้หญิงพูดขึ้นมาว่าแทบไม่เคยถึงจุดสุดยอดเวลามีเซ็กส์เลย…ราวกับว่าช่องคลอดเสื่อม ผู้หญิงส่วนใหญ่เคยเป็นแบบนั้นและหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงแบบนี้ไว้ว่า เหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงไม่ถึงจุดสุดยอดนั้นมีมากมาย เช่น การกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้หรือกลัวว่าจะเสียการควบคุมนั่นเอง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจมากกว่าทางกายภาพ โดยเฉพาะกับผู้หญิงหลายคนไม่รู้ตัวว่าพวกเธอใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว ทำเอาสูญเสียอรรถรสที่ควรได้รับจากความสัมพันธ์ทางเพศไปโดยปริยาย

 

เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณถึงจุดสุดยอด

  1. จินตนาการ
    ลองจินตนาการดูว่า..คุณกำลังช่วยตัวเองอยู่และกำลังจะถึงจุดสุดยอดแล้ว จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าคุณลืมส่งอีเมล หรือคิดถึงกองผ้าที่ต้องจัดการในสุดสัปดาห์นี้ ทันใดนั้นความรู้สึกที่จะถึงฝั่งฝันนั้นก็จะค่อย ๆ มลายหายไปจากความคิดของคุณอย่างรวดเร็ว หากคุณรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ไม่ว่าจะตอนที่คุณทำเองหรือกับคู่นอนของคุณ  เรื่องใต้สะดือช่วยได้ ลองจินตนาการว่าคุณถูกพันธนาการเหมือนอย่างในหนัง Fifty Shades of Grey หรือไม่ก็ลองนึกถึงการมีเซ็กส์แบบเราสองสามคนดูสิ วิธีนี้ช่วยให้มีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณกำลังทำและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในขณะที่คุณจะทำเรื่องนี้ให้จินตนาการถึงเหตุการณ์ที่จะทำให้คุณไปถึงจุดสุดยอดได้อย่างมีความสุข
  2. สมาธิในการช่วยตัวเอง
    เราควรรู้สึกอินไปกับการสำเร็จความใคร่ เพราะมันเป็นเวลาที่คุณจะผ่อนคลายและสุขสมไปกับช่วงเวลานั้น แต่การไปถึงจุดสุดยอดมันอาจจะถูกขัดจังหวะขึ้นได้อีก ถ้าคุณยังคิดถึงแต่งานหรือกองบิลที่ยังไม่ได้ชำระ เพราะฉะนั้นการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณกำลังทำจะช่วยให้คุณลืมเรื่องในหัวและลื่นไหลไปกับอารมณ์และร่างกายของคุณ ในครั้งต่อไปที่คุณช่วยตัวเอง คุณต้องมีสมาธิอยู่กับมันและพยายามทำให้ดีที่สุด ใส่ใจกับความรู้สึก ณ ตอนที่คุณกำลังลูบไล้จุดนั้นอย่างเพลิดเพลิน หรือลองสลับกับการลูบไล้บริเวณหัวนมซึ่งเป็นอีกจุดที่ให้ความซาบซ่านได้เป็นอย่างดี ลองจุดเทียนหรือหรี่ไฟเล็กน้อย หรือลองทำในขณะที่นอนแช่ในน้ำอุ่น ๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นดีในการคลายเครียด การมีสมาธิไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยให้ร่างกายของคุณรับรู้ได้ถึงทุกอรรถรสอีกด้วย
  3. ลิ้มลองของเล่นใหม่ ๆ
    ถ้าคุณไม่ถึงจุดสุดยอดด้วยตัวเอง ไม่ต้องอายที่จะลองใช้ของเล่นเป็นตัวช่วย อย่างเช่น The Womanizer ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวช่วยของสาว ๆ หลายคนในการกระตุ้นจุดกระสันหรือจุดคลิตอริส (การสั่นและดูดโดยใช้อากาศเป็นช่วย) และสัมผัสอรรถรสที่แท้จริงของการถึงจุดสุดยอด (จำไว้นะ ‘ปุ่มกระสัน’ หรือ ‘คลิตอริส’ เป็นจุดทำให้ผู้หญิงถึงไปจุดสุดยอดได้) ส่วนเครื่องสั่นแบบ Eva ขนาดกะทัดรัดนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคู่รัก เพราะมีขนาดเล็ก ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ (ส่วนปีกของตัวเครื่องสามารถห่อหุ้มบริเวณแคมได้เป็นอย่างดี) และยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้อย่างตรงจุด ของเล่นทั้งสองแบบนี้จะกระตุ้นทำให้ร่างกายสุขสมและถึงจุดสุดยอดได้อย่างง่ายดาย
  4. ลองผสมผสานท่าทางของเซ็กส์
    ทุกคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับเซ็กส์แล้ว การลองสิ่งใหม่ ๆ ยิ่งเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนความลงตัวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีใครถึงจุดสุดยอดในท่าเดิม ๆ หรอก ถ้าคุณเริ่มเบื่อกับการทำอะไรเดิม ๆ แนะนำให้ลองเปลี่ยนก่อนที่จะสายเกินแก้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณชอบท่าด้านหลังให้ลองเปลี่ยนมาอยู่ด้านบนดูหรือถ้าปกติคุณถึงจุดสุดยอดด้วยท่าปกติลองหันมาใช้ปากในการสำเร็จความใคร่ก็น่าจะดี บางครั้งการลองอะไรที่แปลกใหม่อาจจะได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึงก็ได้
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
    ถ้าการไม่ถึงจุดสุดยอดมักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ หากคุณรู้สึกว่าลองมาหมดแทบทุกวิธีแล้วก็ยังไม่ได้ผล ลองหาวิธีการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมหรือรูปแบบทางเพศดู การกลัวเสียการควบคุมหรือความกังวล หรือคุณอาจรู้สึกไม่สบายใจกับคู่นอนของคุณ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและอาจได้วิธีการรับมือกับเรื่องนี้เป็นของแถมอีกด้วย

 

เรื่องการไปถึงจุดสุดยอดด้านเซ็กส์นี้แม้จะดูเป็นเรื่องมิดชิดและเล็ก ๆ สำหรับบางคน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าแก้ไขได้แล้วจะสร้างผลดีต่อสุขภาพจิตและสุชภาพกายของคุณได้ย่างมหาศาล ดังนั้นจึงควรดูแลใส่ใจให้ครบทุกด้าน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีความสุขสมบูรณ์ในทุกช่วงขงชีวิตแน่นอน

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.womenshealthmag.com
ภาพประกอบ : www.pixabay.com

 


FeaturedImageH2C12092018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีค่ะ ชื่อ ส้ม – วรรณวรา สุทธิศักดิ์ ตอนนี้อายุ 33 ปี เป็น Social editor อยู่ที่ Rabbittoday.com ค่ะ

 

การออกกำลังกายครั้งแรก

ส้มเริ่มมาจากการโยคะก่อน เพราะว่าคิดว่าเข้าถึงง่ายสำหรับเรา ที่ชอบโยคะเพราะเราได้ฝึกการยืดหยุ่น พอเล่นแล้วก็เหมือนท้าทายตัวเองไปเรื่อย ๆ เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย ทำให้เรารู้สึกว่าเราเล่นสนุกขึ้น ได้ชาเล้นท์ตัวเองให้ทำท่าต่าง ๆ ได้มากขึ้น แต่ว่าเล่นมา 10 กว่าปีมันรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์เรื่องการใช้กล้ามเนื้อ การลดน้ำหนักก็คิดว่ามันน่าจะมีทางเลือกอื่น ๆ ในการออกกำลังกายมากขึ้น

 

การออกกำลังกายในปัจจุบัน

ตั้งแต่ปีที่แล้วที่เราอยากจะหาวิธีการออกกำลังกายที่มันแตกต่าง ตอนนั้นก็ได้รู้จักการออกกำลังกายที่เรียกว่า Boot camp ซึ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใหม่เหมือนกันสำหรับคนออกกำลังกายทั่วไป

Boot camp คือเราสร้างกล้ามเนื้อโดยเล่นท่าต่าง ๆ ตามที่ผู้สอนเค้าเซ็ตมาให้เราในแต่ละวัน เราก็จะได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายเลย เราก็จะได้เรียนรู้ท่าทางที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน เรื่องการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ 1 ปีที่ผ่านมาได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกกำลังกาย แล้วทำให้ร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

 

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน

พอกลับมาหลังจากเล่น Session แรก เรานอนไม่หลับ รู้สึกว่าร่างกายมันตื่นตัวมาก มันแตกต่างจากโยคะที่เราเล่นมาโดยสิ้นเชิง เพราะว่าร่างกายเราได้ใช้กล้ามเนื้อหมดทุกส่วน รวมไปถึงหัวใจด้วย เรื่องหัวใจสำคัญมากสำหรับการออกกำลังกาย เพราะว่ามันมีส่วนในการลดน้ำหนัก ช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตลอดทั้งวัน นี่คือสิ่งที่ส้มได้เรียนรู้จากการออกกำลังกายแบบ Boot camp พอเล่นได้สักระยะนึงก็จะเห็นพวกกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ชัดขึ้น เช่น กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อแขน หรือไม่ก็กล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งมันแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบเก่าที่ส้มเคยเล่นมา ไม่ว่าจะเป็นโยคะหรือการวิ่ง

 

หลัก ๆ คือเรื่องของการจัดสรรเวลา มันคืออุปสรรคที่ทำให้คนล้มเลิก มันทำให้วินัยของเราเสีย

 

อุปสรรคของการออกกำลังกาย

ส้มคิดว่าหลัง ๆ คือเรื่องเวลา แต่ละคนก็คงคิดเหมือนกันว่าเราไม่มีเวลาไปออกกำลังกายเลย หรือทำไมเช้าจัง ฉันขี้เกียจตื่น ฉันเหนื่อย การออกกำลังกายแต่ละประเภทอาจจะแตกต่างกันเรื่องรายละเอียด แต่เมื่อเราพาตัวเองไปออกกำลังกาย มันจบละ

การมีวินัยในการออกกำลังกายสำคัญมาก ตอนนี้ส้มก็จะมาช่วงเช้าเป็นประจำจันทร์-ศุกร์ ออกกำลังกายเสร็จแล้วเราไปทำงาน กลับมาเราก็รีบพักผ่อน แล้วตอนเช้าก็มาออกกำลังกายใหม่ให้เป็นประจำ เมื่อทำเป็นกิจวัตรแล้วมันก็จะข้ามอุปสรรคเรื่องเวลาได้ค่ะ

 

ตารางการออกกำลังกาย

ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปีที่แล้วจะเล่นถี่มาก ส้มจะเล่นประมาณ 5 – 6 วัน ตอนนั้นเหมือนกับร่างกายเราเคยชินกับการออกกำลังกายมันก็จะสนุกไปด้วย ส้มจะชอบเล่นช่วงเช้า 7 โมง เล่น 1 ชั่วโมง ถือว่าจบในวันเดียว มันพอแล้ว แล้วช่วงกลางสัปดาห์ก็จะพักบ้างเพื่อเป็นการฟื้นฟูร่างกาย แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มกลับมาเล่นใหม่ เป็นการเริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อใหม่ ก็จะเล่นประมาณ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ค่ะ

 

เป้าหมายสำคัญในการออกกำลังกายของส้มก็คือการได้ฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจของเราไปด้วย

 

เป้าหมายของการออกกำลังกายตอนนี้

เราออกกำลังกายมาช่วงนึงแล้วก็อยากจะทำให้มันเหมือน Maintain กล้ามเนื้อของเราให้ดีขึ้น เราโอเคที่เราได้ออกกำลังกายทุกวัน ได้เคลื่อนไหว เป็นการสร้างความสุขในทุกๆ วัน ส่วนสำคัญในเรื่องการออกกำลังกายของส้มคือการช่วยในเรื่อง Mental health ก็คือในเรื่องของจิตใจร่วมด้วย ส้มคิดว่าไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบไหนมันช่วยในเรื่องของจิตใจของเรา

ทุกวันนี้เราเจอกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันทุกวัน ไม่ว่าจะเรื่องของการทำงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว ฯลฯ การออกกำลังกายด้วยโยคะเราจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้เรียนรู้การฝึกท่าทางต่าง ๆ ส่วนการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น Boot camp หรือ Circuit training ถึงมันจะมีความแตกต่างกัน แต่เราได้โฟกัสไปที่ร่างกายของตัวเอง และที่สำคัญคือเราได้โฟกัสไปที่จิตใจของตัวเองว่าเป้าหมายสำคัญในการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตของเราคืออะไร

 

การดูแลสุขภาพนอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย

นอกจากการออกกำลังกายแล้วก็เป็นเรื่องของการรับประทานอาหารค่ะ เราออกจากยิมไปแล้วเราต้องดูแลตัวเอง มันเหมือนแบ่งเปอร์เซ็นต์ไว้ชัดเจนคือ การรับประทานอาหารคือ 70% ออกกำลังกายเพียงแค่ 30% เท่านั้น ส้มก็ลองทำอาหารเองมาแล้วหลายปีเหมือนกัน ลองดูว่าเมนูไหนที่เราพอจะทำได้โดยที่ไม่ต้องปรุงมาก ใช้เพียงแค่น้ำมันน้อย ๆ ปรุงไม่มาก อาจจะใช้เกลือ หรือพริกไทยเล็กน้อย อาจจะเป็นผักต้ม ผักสลัด ไข่ต้ม ซึ่งเป็นอาหารที่เราสามารถทำรับประทานเองได้ในช่วงกลางวัน เราอาจจะเตรียมตอนเย็นที่กลับถึงบ้านแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วค่อยนำออกมาเข้าไมโครเวฟแล้วรับประทานช่วงกลางวัน เพราะอาหารแต่ละวันที่เราออกไปทานตอนกลางวันก็จะมีตัวเลือกไม่มาก เช่น ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ซึ่งมีน้ำมันมาก และมีการปรุงรสมากจนเกินไป

 

การสร้าง Passion ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองจะทำให้การออกกำลังกายสนุกขึ้น

 

เทคนิคการสุขภาพ

ส้มคิดว่าแต่ละคนคงมีแตกต่างกันไป แต่สำหรับส้มเองก็คือการสร้างเป้าหมายให้กับตัวเอง การสร้าง Passion ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองอยู่เรื่อย ๆ การออกกำลังกายแบบใหม่เราก็อาจจะไปลอง อย่างตอนนี้ส้มก็อยากจะลองการออกกำลังกายแบบอื่นที่แปลกใหม่ไปเลย เช่น Paddle board ค่ะ

 

เริ่มออกกำลังกายด้วยการข้ามกรอบของตัวเอง และเข้าไปพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

ส้มอยากบอกว่าให้ข้ามกรอบของตัวเองออกไปเลยค่ะ ไม่ต้องมองว่าตอนนี้กระแสมันคืออะไร หรือไปแล้วมันจะยากหรือไม่สนุกหรือเปล่า ให้ปัดกำแพงนี้ออกไปให้หมด แล้วก็มาโฟกัสที่ตัวเองว่าเราเริ่มจากตรงไหน บางคนอาจชอบเสื้อผ้าก็ไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ แล้วก็ออกไปที่ยิมเลยค่ะ แค่เข้าไปถามว่ามีโปรแกรมอะไรที่น่าสนใจหรือคนใกล้ตัวอย่างเพื่อน ๆ ครอบครัวที่ออกกำลังกาย ก็เข้าไปถามเค้าดูว่ามันสนุกยังไง เราต้องทำอย่างไรถึงจะได้สุขภาพที่ดีอย่างเขา ส้มว่าการสร้างคอมมูนิตี้ หรือการเข้าไปพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์ก็จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายและออกกำลังกายได้อย่างสนุกค่ะ

 


FeaturedImageH2C07092018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

แนะนำตัวเอง

สวัสดีครับ ผมชื่อ ตู่ – มหัสนัย ลิ่วเฉลิมวงศ์ อายุ 45 ปี เป็นช่างภาพอิสระครับ

 

ปัญหาสุขภาพก่อนเริ่มออกกำลังกาย

ก่อนที่จะมาออกกำลังกาย ตอนเช้า ๆ ก็จะตื่นมาปวดหัว มึนหัว ไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่า พอทำงานอากาศร้อน ๆ เดินไกล ๆ ก็จะเริ่มเหนื่อยง่าย หรือบางงานที่ต้องขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูง ๆ ก็จะมีปัญหาเมื่อยขาต้องคอยพักบ่อย ๆ ก็เป็นอุปสรรคในการทำงานพอสมควรครับ

 

แรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

แรงบันดาลใจของผม ผมไม่มีนะ มันเกิดจากตัวเราเองเลย เกิดจากเรามองว่าในอนาคตเราจะมีอายุไปอีกกี่ปี แล้วจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร เพราะว่าพอเราอายุมากขึ้นปัญหาต่าง ๆ มันก็จะรุมเร้า เราเริ่มจากตัวเราเองว่า วันนี้เราลองทำร่างกายของเราให้มันสมดุล ไม่ให้มันล้นเกินไป อ้วนเกินไปก็เลยหันมารักษาสุขภาพ ที่มาที่ไปมีแค่นี้เอง เพื่อตัวเราเอง

 

เริ่มออกกำลังกาย

ผมเริ่มออกกำลังกายปลายปี 2016 จนถึงปัจจุบันผมก็ลดไปประมาณเกือบ ๆ 30 กิโลกรัมครับ ช่วงแรก ๆ ผมเล่นคาร์ดิโอโดยการวิ่งกับปั่นจักรยานเพื่อลดไขมันก่อน เริ่มจากการปั่นจักรยานแล้วก็วิ่งบ้างสลับกัน ประมาณ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ ผมจะดูว่าผมมีเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้ามีเวลา 3 – 4 ชั่วโมงผมจะเลือกที่จะปั่นจักรยาน ถ้ามีเวลาเหลือสักชั่วโมงนึง ผมก็จะวิ่งสัก 45 นาทีครับ ผ่านไปสัก 6 – 7 เดือนผมก็มายกเวท เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น แล้วก็ช่วยให้ระบบเผาผลาญมันดีขึ้น

 

โปรแกรมการออกกำลังกายปัจจุบัน

ในสัปดาห์นึงผมจะออกกำลังกายสลับกัน อย่างวันจันทร์ถ้าผมเล่นคาร์ดิโอก็จะวิ่งหรือปั่นจักรยาน วันอังคารก็จะเป็นฟรีเวท บอดี้เวท หรือแมชชีน อีกวันก็จะเป็นคาร์ดิโอสลับกับเวทแบบนี้ครับ

ถ้าเป็นเวทหรือยกน้ำหนักผมจะใช้เวลา 45 นาที – 1.30 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายเรามีความพร้อมแค่ไหน จะไม่หักโหมเกินไป ถ้าเป็นคาร์ดิโออย่างต่ำ ๆ คือ 40 นาที ความถี่ 5 วันต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้ก็คือทุกวันครับ มันเหมือนเป็นสิ่งเสพติดไปแล้ว เหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว

 

การควบคุมอาหาร

ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากครับ ผมมองว่าการดูแลสุขภาพ 70% คือเรื่องอาหารการกิน 30% คือเรื่องการออกกำลังกาย ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการกินค่อนข้างมาก พยายามเลี่ยงมัน เลี่ยงเค็ม เลี่ยงหวาน อย่างทานก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ปรุง พวกกาแฟก็ไม่ใส่น้ำตาลเลย ทุกอย่างคือไม่มีหวานเลย

ตอนนี้ผมก็เริ่มอยู่ตัวนะ เริ่มกลับมาทานอะไรได้ปริมาณเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะกล้ามเนื้อเรามากขึ้น ระบบการเผาผลาญเราดีขึ้น มันจะหิวบ่อย 2 ชั่วโมงก็หิวละ ทานตลอด แต่น้ำหนักก็ไม่ขึ้นนะ แล้วไขมันก็ไม่ได้ขึ้น เพราะระบบร่างกายเราน่าจะมีการเผาผลาญที่ดี

 

การออกกำลังกายมันมีผลต่อการทำงาน มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คนรอบข้างมาทักว่าเราเปลี่ยนแปลงไป เราก็มีกำลังใจอยากทำต่อ

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ตอนแรกผมหนักประมาณ 120 กิโลกรัม ช่วง 1 – 2 เดือนแรก น้ำหนักไม่ลงสักขีดเลย เกือบจะท้อแล้วนะ แต่ก็เออ…ทำต่อไป พอขึ้นสู่เดือนที่ 3 มันเริ่มลงนะ เดือนที่ 5 ลงจนถึง 25 กิโลกรัม แต่ลดสูงสุดคือ 27 กิโลกรัม โดยใช้แค่การปั่นจักรยานกับการวิ่ง แต่ว่าทำให้สม่ำเสมอ บางสัปดาห์นี่ 6 วัน ไม่หยุดเลย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือความกระฉับกระเฉงในการทำงาน อย่างผมเป็นช่างภาพอุปกรณ์ที่แบกก็ค่อนข้างจะหนัก ผมเห็นได้ชัดเลยคือเราสามารถถืออุปกรณ์หนัก ๆ ได้ทั้งวัน ไม่เหนื่อย แล้วก็เดินได้มากขึ้น รับงานได้มากขึ้น

 

อุปสรรคและความยากลำบาก

ช่วง 1 – 2 เดือนแรกรู้สึกท้อมาก ๆ เลย แต่มันอยู่ที่ใจ ใจเราคิดว่าเราทำได้ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2011 ผมเคยมาแล้วทีนึงด้วยการออกกำลังกายนี่แหละ พอผอมแล้วก็ประมาทไปหน่อย ปล่อยตัวเลย คิดว่ามันไม่กลับมาแล้ว ผมคิดว่า ทำได้ก็คือทำได้

 

มันต้องเริ่มจากใจเรา ใจเราต้องมุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่มีใครมาควบคุมเราได้นอกจากตัวเราเอง

 

เทคนิคการออกกำลังกาย

เทคนิคของผมคือทำไปเรื่อย ๆ สม่ำเสมอ ถ้าจะให้แนะนำนะ มันต้องเริ่มจากใจเรา ใจเรามันต้องมุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่มีใครมาควบคุมเราได้นอกจากตัวเราเอง ด้วยใจที่มีความสุขนะ ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จ ให้ทำไปเรื่อย ๆ มันจะทำได้

 

ผมยังหาข้อเสียของการออกกำลังกายไม่เจอเลยครับ ผมจะแนะนำทุกคนที่เจอในฟิตเนสเลยว่า เราไม่ได้ฝืนตัวเองลุกขึ้นมา เราต้องทำด้วยใจที่มีความสุข มันจะมีผลดี

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

สิ่งที่ผมทำมันมีผลต่อคนรอบข้างให้หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ผมรู้สึกดีนะ อย่างเราทำได้ คนอื่นก็ทำได้ เราก็อยากให้คนรอบตัวมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพมากขึ้นเพราะว่ามันมีผลต่องาน ถ้าสุขภาพเราดี ผลงานเราก็ดี คุณภาพชีวิตเราก็จะดี

ผมก็จะแนะนำว่าให้เริ่มทำเดี๋ยวนี้เลย เริ่มจากอะไรก็ได้ที่ทำให้เราเหงื่อออก อาจจะเดินเร็วแล้วก็เริ่มวิ่ง หลายคนที่ผมแนะนำไปเค้าทำตามแบบนี้นะแล้วมันจะดีขึ้น การออกกำลังกายในความคิดผมก็คือขอความสม่ำเสมอ วันนึงไม่จำเป็นต้องวิ่ง 5 กิโลเมตร หรือ 10 กิโลเมตร อาจจะวิ่ง 3 – 4 กิโลเมตรก็ได้แต่ให้ทำทุกวันต่อเนื่อง เพราะว่าความต่อเนื่องมันสำคัญ มันจะเห็นผล บางคนทำ 2 – 3 สัปดาห์ ยังไม่เห็นเปลี่ยนแปลงเลยก็หยุดไปที่ทำมามันก็สูญเปล่า

 

 


BannerQuiz-สุขภาพทั่วไป.jpg

แบบทดสอบ สุขภาพทั่วไป

 

เลือกคำตอบที่ถูกต้อง จากเนื้อหาที่อยู่ในหมวดหมู่ สุขภาพทั่วไป

แนะนำให้ "คลิก" กลับไปที่เรื่อง หลังตอบครบทุกข้อ

1. เนื้อผ้าสำหรับชุดชั้นในแบบใด เพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน
2. ข้อใดคือหลักที่ใช้ในการรักษาอาการปวดจากเอ็นหุ้มข้อและกล้ามเนื้อฉีก
3. เมื่อมีอาการปวดไมเกรน ควรใช้การประคบแบบใดเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
4. วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อข้อไหล่ติด (Frozen shoulder) ข้อใดถูก
5.ไขมันชนิดใด ที่ดีต่อสุขภาพ
6. อาหารที่มีเส้นใยแบบไหน ที่จะช่วยลด LDL คอเลสเตอรอล
7. นอนกี่ชั่วโมงต่อคืนจึงจะทำให้ลดน้ำหนักได้มากกว่า
8. ผลไม้ชนิดใดที่อาจทำให้อุจจาระร่วงมีสีแดง
9. กางเกงชั้นในชายแบบที่มีขา (Boxer) กับแบบที่ไม่มีขา (Briefs) แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน
10. ข้อใดคือ ข้อควรปฏิบัติในการลดน้ำหนัก

 

 

 

 

 

 

 


FeaturedImageH2C20082018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีค่ะ ชื่อ มิ้งค์ – ภัทรวดี สุระสัจจะ อายุ 31 ค่ะ ทำงานเป็น Sport leader อยู่ที่บริษัท Decathlon ค่ะ

 

ปัญหาสุขภาพ

เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ๆ คุณหมอก็เลยแนะนำให้ออกกำลังกาย ก็เริ่มเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นมีกีฬาสีที่โรงเรียน อยากมีส่วนร่วมก็เลยไปขอเค้าเล่นบาสเกตบอล ก็เล่นมาเรื่อย ๆ พอตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เริ่มเล่นกีฬาอื่นอย่าง ปั่นจักรยาน ต่อยมวย ตอนนี้เริ่มสนใจกีฬาทางน้ำค่ะ

 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังจากออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

เราอยากให้หัวใจสูบฉีด พอเลือดมันสูบฉีดแล้วระบบในร่างกายมันก็จะทำงานดีค่ะ จากที่ออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กมันทำให้เราไม่ค่อยป่วยค่ะ เวลาออกกำลังกายก็จะเล่นกีฬาได้ถึงจุดที่มากกว่าที่เราคิด เช่น เราคิดว่าวิ่ง 2 – 3 กิโลเมตรก็เหนื่อยแล้ว แต่เราอาจจะวิ่งได้ 4 – 5 กิโลเมตร อย่างกีฬาทางน้ำ มิ้งค์คิดว่าว่ายไปสัก 20 เมตรก็น่าจะเหนื่อยแล้ว แต่เราว่ายไปได้ไกลกว่านั้น เพราะว่ากล้ามเนื้อเราแข็งแรงค่ะ

 

ปัญหาและอุปสรรคในการออกกำลังกาย

อาจจะเป็นเรื่องของการจัดสรรเวลา เพราะตอนนี้ทำงานก็เยอะเหมือนกัน แล้วเราก็ต้องพักผ่อนให้พอด้วยค่ะ เราแก้ปัญหาโดยการจัดเวลาให้เป็น Life balance ซึ่งมิ้งค์จะตื่นตั้งแต่ 7 โมง พอเลิกงานก็จะไปยิม แล้วก็พยายามนอนไม่เกินเที่ยงคืนค่ะ

 

ตารางการออกกำลังกาย

มิ้งค์จะออกกำลังกายอาทิตย์นึงประมาณ 3 ครั้งโดยเฉลี่ย ครั้งละประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงค่ะ ก็จะมีคาร์ดิโอ แล้วก็เล่นบอดี้เวท บางทีก็จะเป็น Zumba body combat หรือโยคะบ้าง ส่วนในวันธรรมดาปกติจะเป็นเหมือนเราพัฒนากล้ามเนื้อเราให้แข็งแรง เวลาเราไปออกกำลังกายที่ค่อนข้างเอ็กซ์ตรีมหรือใช้แรงเยอะอย่างกีฬาทางน้ำ เราจะได้มีแรงค่ะ

 

กีฬาทางน้ำเป็นเรื่องของการเอาชนะความกลัวของตัวเอง นอกจากนั้น ยังทำให้ร่างกายเราพัฒนาขึ้นแล้ว จิตใจเรายังพัฒนาขึ้นด้วย

 

เสน่ห์ของการเล่นกีฬาทางน้ำ

คือไม่ใช่จะบอกว่ากีฬาอินดอร์มันไม่ท้าทายนะ บางคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย ก็เปลี่ยนตัวเองในการมายกเวท มาคาร์ดิโอ แต่สำหรับมิ้งค์กีฬาทางน้ำมันเป็นเรื่องของการเอาชนะความกลัวของตัวเอง เหมือนเรากลัวคลื่น แต่เราเล่นเซิร์ฟ เราพายเข้าไปหามัน นอกจากมันจะทำให้ร่างกายเราพัฒนาขึ้นแล้วจิตใจเรายังพัฒนาขึ้นด้วยค่ะ

 

พยายามออกมาจาก Comfort zone ของตัวเอง โดยการเข้าหามัน ทำให้เรากลัวน้อยลง

 

อย่างเช่นเราอาจจะรู้สึกว่าเราอยู่ใน Comfort zone ของเรา ทำงาน เข้ายิม แต่การที่เราออกไปข้างนอก ทำอะไรใหม่ ๆ มันทำให้เราค้นพบว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่า จริง ๆ คลื่นมันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น หรือว่าเราก็ว่ายน้ำไปในทะเลไกล ๆ ได้นะ พอเราเอาชนะตัวเองได้ในสิ่งที่เรากลัว เราก็จะมีแรงใจที่จะไปเอาชนะเรื่องอื่นทีเรากลัวได้อีกค่ะ ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่ค่ะ แต่ก็พยายามที่จะเอาชนะตัวเองไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

การดูแลสุขภาพนอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย

มิ้งค์เป็นคนทานเยอะมากค่ะ ทานได้เรื่อย ๆ เหมือนเรามีความสุขกับการทาน แต่เราก็ต้องออกกำลังกายด้วยค่ะ ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายก็จะเน้นไปทางการรับประทานอาหารมากขึ้น คือทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ห้ามอดอาหาร อาหารเช้าจะสำคัญมากค่ะ แล้วถ้าช่วงไหนที่ออกกำลังกายก็อาจจะทานโปรตีนเยอะมากขึ้น เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ แล้วก็ไม่ดื่มกาแฟ ไม่ค่อยทานน้ำอัดลม ดื่มน้ำในแต่ละวันให้พอเพียงค่ะ

 

เทคนิคการสุขภาพ

เทคนิคในการดูแลสุขภาพของมิ้งค์คือ รับประทานอาหารให้พอ พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเท่าที่เรารับได้ อย่าหักโหม มันสำคัญมากทั้งร่างกายและจิตใจเพราะเราจะไม่เครียดกับมันค่ะ

มิ้งค์รู้สึกว่าการออกกำลังกายมันคือ การผ่อนคลายด้วยนะ ทุกคนมันมีความเครียดในทุกเรื่อง ครอบครัว งาน บางเรื่องเราก็ต้องปล่อยมันบ้าง อย่าไปกดดันตัวเองมาก เพราะถ้าไม่กดดันตัวเองเราจะทำได้นานค่ะ

 

คนที่อยากออกกำลังกายทางน้ำ มันมีเสน่ห์คือ มันเหมือนการเที่ยวไปในตัว

คือ เที่ยวด้วย ออกกำลังกายด้วย มันได้ทั้งร่างกาย และจิตใจค่ะ

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าเราออกกำลังกายเพื่ออะไร เพื่อรักษาตัวเอง เพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อการผ่อนคลาย หรือว่าอยากออกจาก Comfort zone ของตัวเอง พอมีเป้าหมายเราจะเริ่มเซ็ตแล้วว่าเราจะทำแบบนี้ แล้วค่อย ๆ เดินตามเป้าหมาย ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองค่ะ

มีหลายคนนะที่ไม่ได้เล่นกีฬาทางน้ำเพราะว่าว่ายน้ำไม่เป็น แล้วก็มีหลายคนที่มาเล่นกีฬาทางน้ำทั้ง ๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น มันน่าสนใจตรงที่เราจะกล้าเดินออกจากจุดที่เป็น Comfort zone ของเราหรือเปล่า

สำหรับคนที่จะเล่นกีฬาทางน้ำ หนึ่งควรจะต้องว่ายน้ำเป็น ไม่ต้องว่ายแข็งก็ได้ สองคือ ควรจะรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อย่างเช่นการทำ CPR อย่างน้อยเรารู้ว่าเวลาเราเจอคนหมดสติจากการทำกิจกรรมทางน้ำเราจะช่วยเค้าอย่างไร มิ้งค์ว่าอันนี้สำคัญเหมือนกันนะ

กีฬาทางน้ำจริง ๆ ไม่ได้น่ากลัวนะคะ มันมีความท้าทาย การเล่นกีฬาทางน้ำอย่างเช่น Surf board SUP (Stand up paddle) หรือว่า Kayak หรือการล่องแก่งต่าง ๆ ในแต่ละวันเราไม่มีทางรู้เลยว่าวันนี้คลื่นจะเป็นอย่างไร มันสนุกตรงที่เราได้ท้าทายตัวเองค่ะ

 

ขอบคุณสถานที่ : TACO LAKE

 


FeaturedImageH2C05072018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีครับ สาครินทร์ สุธรรมสมัย ครับ ชื่อเล่นชื่อคริน อายุ 34 ปี อาชีพตอนนี้เป็นนักแสดงและนักดนตรีครับ

 

ปัญหาสุขภาพของตัวเอง

ผมขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก เป็นภูมิแพ้ด้วย แต่พอโตขึ้นมาก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังมีอาการภูมิแพ้อยู่ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้สุขภาพมันเปลี่ยนคืออุบัติเหตุรถชนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ผมเดินไม่ได้อยู่ช่วงนึงเพราะว่าเข่ากระแทกกับตัวคอนโซลรถ ก็เลยมีปัญหาเกี่ยวกับบอดี้ช่วงล่างตั้งแต่นั้น ประกอบกับเป็นคนที่เล่นบาสเกตบอลมาด้วย ทั้งเข่า ทั้งข้อเท้าก็มีปัญหามานานละ

 

วิธีการรักษาหรือการดูแลสุขภาพ

เรื่องรับประทานอาหาร ผมเป็นคนไม่ทานของทอด ของมัน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยได้ระดับนึงเลย แล้วก็มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มันก็จะมีช่วงชีวิตที่ออกกำลังกายหนักๆ เป็นปี อย่างเช่นเข้ายิมประมาณ 3-4 วันต่ออาทิตย์ ทานโปรตีน คุมอาหาร การทานคลีนวันละ 4-5 มื้อ แต่ตอนนี้ก็พยายามให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา

 

การวางแผนการออกกำลังกาย ให้เหมาะกับอายุที่มากขึ้น จะเป็นการออกกำลังกาย เพื่อเน้นให้ร่างกายตื่นตัวเสมอ มากกว่าการพัฒนาศักยภาพ

 

การออกกำลังกายในปัจจุบัน

ด้วยอายุที่มันเพิ่มมากขึ้น โปรแกรมการออกกำลังกายก็จะเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อเหมือนนักกีฬาแล้ว เมื่อก่อนผมเป็นนักกีฬาก็จะมีแพทเทิร์นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเรา แต่ตอนนี้มันเป็นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาระบบเผาผลาญ เพื่อการใช้ร่างกายหรือกล้ามเนื้อต่าง ๆ ให้คงที่ขึ้น ปัจจุบันก็เป็นการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมันตื่นตัวสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

โปรแกรมการออกกำลังกายก็จะเน้นให้ร่างกายตื่นตัวเสมอ เพราะฉะนั้นจะออกกำลังกายไม่หนัก แต่เน้นความสม่ำเสมอต่ออาทิตย์มากกว่า อย่างเช่น ตอนนี้ก็เล่นกีฬา Rock climbing หรือการปีนหน้าผา มันจะเป็นการรวมเรื่องของโยคะ เวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ แล้วก็มีเรื่องของการท้าทายด้วย

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของร่างกายหลังออกกำลังกาย

ใครที่เป็นภูมิแพ้จะทราบดีว่ามันไม่หายง่าย ๆ ครับ บางคนก็แพ้ตลอดชีวิตเลยก็มี ของผมจะมีหลาย ๆ ช่วง อย่างช่วงที่เป็นนักกีฬาบาสดีขึ้น ช่วงที่มาเล่นยิม ปีนเขาก็ดีขึ้น ถามว่ามันช่วยไหม มันช่วย แต่ว่ามันไม่ได้หายสนิท อันนี้อาจจะเป็นคาแรคเตอร์ของโรคภูมิแพ้ด้วยครับ

ก่อนหน้านี้ผมยืนขาเดียวไม่ได้ ขามันสั่น จากอุบัติเหตุและการเล่นบาส คนสูง ๆ จะรู้เลยว่ามันเป็นปัญหากันทุกคนถ้าเล่นบาส พอมาปีนหน้าผาก็ทำให้อาการนี้มันหายไป มันได้ความแข็งแรงของช่วงบอดี้ข้างล่าง รูปร่างที่จะเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ คือจะไม่เหมือนกันเล่นยิมที่เราไปเน้นตามสัดส่วนต่าง ๆ อันนี้จะเป็นการสร้างบอดี้โดยธรรมชาติ เพราะเราใช้ร่างกายของตัวเองในการเทรน ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลาย ๆ อย่าง ทั้งโยคะ การยืดหยุ่น การเบิร์น การคาร์ดิโอ การเวทเทรนนิ่งอย่างที่ผมบอกไป มันถูกรวมไว้แล้ว กลายเป็นว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องมาโฟกัสอะไร

 

ผลตอบรับที่ได้จากร่างกายที่ดีขึ้น จะทำให้อุปสรรค และความยากลำบากมันหายไปครับ

 

อุปสรรคและความยากลำบาก

ความสม่ำเสมอครับ หลาย ๆ คนอยากจะลดน้ำหนัก หลาย ๆ คนอยากจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวเอง แต่เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องความสม่ำเสมอและเรื่องของระเบียบวินัย ผมว่าอันนี้เป็นข้อสำคัญ การที่จะบังคับตัวเองไปออกกำลังกายแต่ละอาทิตย์ ถ้ามีคำว่า “บังคับ” เกิดขึ้น แสดงว่าคุณไม่ได้แฮปปี้ที่จะออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหากีฬาหรือการออกกำลังกายที่คุณอยากทำ อยากไปเล่น อยากใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วความยากลำบากหรืออุปสรรคนี้มันจะไม่เกิดขึ้น

 

มาทำสิ่งดี ๆ ให้มันเกิดขึ้นกับร่างกาย และจิตใจของคุณ ด้วยการออกกำลังกายกันดีกว่า

 

คำแนะนำสำหรับคนที่สนใจการออกกำลังกาย

ร่างกายเราเมื่ออายุเกิน 25 ปี มันเป็นการเริ่มต้นของการทำงานที่ลดลงของระบบร่างกายทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะทำให้ชะลอความแก่ได้ดีที่สุดมันคือการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร ถ้าแนะนำคืออยากให้ทุกคนหาความสนุกที่จะออกกำลังกาย เพราะร่างกายเราถดถอยลงทุกวันด้วยอายุที่มากขึ้นทุกวัน เราจะต้องคงความแข็งแรงของร่างกายไว้ให้ยาวนานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์ ระบบการทำงานภายใน ทุกอย่างมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคุณมีความสุขมากขึ้น การออกกำลังกายมันมีแต่ข้อดี มันไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างของคุณเท่านั้น มันยังมีเรื่องสังคมรอบ ๆ ที่คุณจะได้ด้วยครับ การพักผ่อนที่ดีขึ้น การเอาชนะตัวเอง การที่ระบบภายในร่างกายดีขึ้นก็ส่งผลต่อการทำงานของคุณ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณทำได้ ณ เดี๋ยวนี้เลย

 

เชิญชวนให้มาเล่นกีฬาปีนหน้าผาจำลอง

นอกจากเรื่องที่ผมบอกไปว่ามีการเวทเทรนนิ่ง เรื่องของคาดิโอ โยคะ อีกเรื่องนึงที่น่าสนใจคือมันเป็นกีฬาที่สนุกมาก ๆ จะมีชาเล้นท์ให้คุณไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ในแต่ละครั้ง

ผมเล่นกีฬามาเยอะ มันจะเป็นกีฬาที่เป็นของทีม ฝ่ายตรงข้าม มีคู่แข่ง มีสกอร์บอร์ด แต่กีฬาปีนผามีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ ทุกคนที่มาปีนกับคุณจะเป็นทีมเดียวกับคุณไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ในแต่ละด่านที่คุณปีนขึ้นไปทุกคนก็จะเอาใจช่วยคุณให้คุณปีนขึ้นไปจนถึงข้างบนจนจบ เป็นกีฬาที่ไม่มีคู่แข่ง เป็นกีฬาที่มีแต่มิตรภาพ สร้างสังคมรอบ ๆ ตัว เมื่อทุกคนเอาใจช่วยกัน มันก็จะมีแต่ความรู้สึก Positive ในการมาเล่นกีฬานี้ แล้วก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย ชอบโจทย์ใหม่ ๆ อยู่เสมอในชีวิต

ถ้าใครชอบกีฬาที่ท้าทาย ชอบความรู้สึก Positive ในการเล่น ผมก็แนะนำครับ มาลองดู สนุก ตื่นเต้น แล้วก็รวมหลาย ๆ ศาสตร์ในการออกกำลังเอาไว้ แล้วก็มีสังคมที่ดี มี Energy ที่ดีที่คุณจะออกมาทำอะไรสักอย่างให้ตัวคุณเอง แนะนำอย่างให้มาลองกันครับ

 

 


FeaturedImageH2C10052018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

ชื่อ แป๋ง – นรุตม์ ลีระสันธนะ อาชีพธุรกิจส่วนตัว อายุ 28 ปี

 

แรงบันดาลใจในการหันมาดูแลสุขภาพ

ตั้งแต่เด็กมาเป็นคนที่สุขภาพไม่ค่อยดี ต้องใช้ชีวิตเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลบ่อยมาก ด้วยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ คุณหมอก็แนะนำให้ออกกำลังกายพร้อมกับพ้นยาไปด้วย ซึ่งพอเริ่มเข้าชั้นมัธยมก็หันมาเล่นกีฬาแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง เล่นฟุตบอลและบาสเก็ตบอล เป็นต้น พอเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้หันมาดูแลสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น เพราะคิดว่าการควบคุมอาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกายจะทำให้สุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม

 

เริ่มดูแลสุขภาพด้วยวิธีใดและผลเป็นอย่างไร

เริ่มแรกคือเราเล่นกีฬาอย่างเดียว แต่ไม่ได้ควบคุมเรื่องอาหาร ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ส่วนในเรื่องของรูปร่างนั้นยังไม่เป็นไปตามที่เราต้องการเท่าที่ควร จึงทำให้หันมาเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น โดยเน้นทานอกไก่ ไข่ต้มและผักผลไม้ครับ

 

การดูแลสุขภาพหลังจากนั้น

คือเราเริ่มรู้ตัวแล้วว่าการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพของเราเอง จึงได้หันมาทำความเข้าใจและศึกษาวิธีการดูแลสุขภาพอย่างจริง ๆ ว่าควรต้องทำยังไง เราก็เริ่มศึกษาจากเว็บไซต์สุขภาพต่าง  ๆ สอบถามจากคนที่รู้บ้างว่า คนนี้ออกกำลังกายในยิมแบบนี้ คนนี้เลือกรับประทานอาหารแบบนี้ เราก็สะสมความรู้ไปเรื่อย ๆ ครับ

 

วิธีการดูแลสุขภาพที่ใช้ในปัจจุบัน และสาเหตุที่ชอบ

วิธีการดูแลสุขภาพในปัจจุบันก็คือ การออกกำลังกายด้วยการเวทเทรนนิ่งและเราก็เลือกรับประทานอาหาร รวมถึงช่วงเวลาที่ควรทานอาหาร และนำความรู้ตรงนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น หากวันนี้เราไปกินบุฟเฟ่ต์มา วันรุ่งขึ้นเราก็ต้องออกกำลังกายให้หนักขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องกดดันตนเองว่าเราจะไม่กินเลย

 

ผลดีที่ได้รับกับการออกกำลังกาย

ผลที่ได้รับจากการออกกำลังกายคือ ไม่ว่าจะทานอาหารไปมากขนาดไหนน้ำหนักจะคงที่ เพราะเราได้ออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร รูปร่างก็ดีขึ้น อีกทั้งโรคภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

 

ฝากถึงผู้ติดตาม

สำหรับคนที่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพนั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุก ๆ คน บนโลกนี้เลย ทุกคนมักบอกว่าไม่มีเวลา แต่การไม่มีเวลาเราก็ต้องมาคิดดูว่า จริง ๆ แล้วการไม่มีเวลานี่คือเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของเราในอันดับท้าย ๆ หรือเปล่า เราก็ต้องจัดการความคิดของเราเองว่าสุขภาพของเราสำคัญนะ แล้วมันจะทำให้เราหาเวลามาออกกำลังกายได้ไม่ยาก อย่างน้อยวันละ 20 นาที หรือจะเป็นการเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ คือทุก ๆ อย่างมันจะมีทางออกให้หมด และที่สำคัญข้อมูลที่เราได้รับนั้นควรมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และใครที่มีโรคประจำตัวอยากจะบอกว่าเรื่องสุขภาพจะต้องมาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว ถ้าคุณอยากจะมีชีวิตที่สบายขึ้น ตื่นมาไม่อยากมีน้ำมูกไหล หรือไปที่ทำงานแล้วไม่อยากมีขอบตาดำคล้ำ สุขภาพที่คุณภาพต้องดูแลสำคัญมาก เริ่มต้นจากการออกกำลังกายง่าย ๆ หรือเดินให้เยอะขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อีกทั้งทางคนที่ยังไม่เห็นความสำคัญว่าสุขภาพต้องมาก่อนเป็นอันดับ 1 นั้น สุดท้ายเวลาคุณไปหาหมอเค้าจะทิ้งท้ายมาเสมอว่า กลับไปให้ออกกำลังกาย เดิมน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ และก็ต้องกลับมาออกกำลังกายอยู่ดี แต่ถ้าเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรอครับ

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก