ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

-มีสมุนไพรอะไรรักษาได้.jpg

สังคัง คือ โรคกลาก (ขี้กลาก) เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยมากในคนทุกวัย เกิดจากเชื้อราพวกเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophyte) เชื้อราพวกนี้สามารถทำให้เกิดโรคตามผิวหนังได้แทบทุกส่วนของร่างกาย ถ้าพบที่ใบหน้า คอ ลำตัว แขน ขา เรียกว่า กลากตามลำตัว (Tinea corporis) ถ้าพบที่ศีรษะเรียกว่า กลากที่ศีรษะ (Tinea capitis) ถ้าพบที่ง่ามนิ้วเท้า เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หรือน้ำกัดเท้า (Athletw’s foot or Tinea pedis) พบที่เล็บ เรียกว่า โรคเชื้อราที่เล็บ หรือโรคกลากที่เล็บ และถ้าพบที่ขาหนีบจะเรียกว่า สังคัง (Tinea cruris)

 

อาการเริ่มแรกจะเป็นตุ่มแดง ๆ ที่ต้นขา หรือขาหนีบแล้วลุกลามเป็นวงไปที่ต้นขาด้านใน และอวัยวะเพศภายนอก (อัณฑะ หรือปากช่องคลอด) หรืออาจลามไปที่ก้น เป็นผื่นมีลักษณะสีแดง มีสะเก็ดและขอบชัดเจน มีอาการคันและมักเป็นทั้งสองข้าง มักเป็นในช่วงหน้าร้อนเพราะมีเหงื่อ อับชื้น การใส่กางเกงรัดแน่นเกินไป หรือคนที่อ้วนมาก ๆ มีโอกาสเป็นโรคนี้มากขึ้น ส่วนใหญ่ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3 เท่า

 

สมุนไพรที่ใช้รักษาโรคกลากเกลื้อน 

  1. กระเทียม ฝานกระเทียมแล้วนำมาถูบ่อย ๆ หรือตำคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่เป็น โดยใช้ไม้เล็ก ๆ หรือไม้ไผ่ที่สะอาด ขูดบริเวณที่เป็นพอให้ผิวแดง ๆ ก่อนแล้วจึงเอาน้ำกระเทียมขยี้ทา
  2. ข่า เอาหัวขาดแก่ ๆ ล้างให้สะอาด ฝานเป็นแว่นบาง ๆ หรือทุบให้แตกนำไปแช่เหล้าขาวทิ้งไว้ 1 คืน ทำความสะอาดบริเวณที่เป็น และใช้ไม้บาง ๆ เขี่ยให้ผิวแดง ๆ และใช้น้ำยาที่ได้มาทาบริเวณที่เป็น
  3. ชุมเห็ดเทศ ใช้ใบสดขยี้ หรือตำให้ละเอียด เติมน้ำเล็กน้อย หรือใช้ใบชุมเห็ดเทศกับหัวกระเทียมเท่า ๆ กัน ผสมปูนแดงที่กินกับหมากนิดหน่อย ตำผสมกันทาบริเวณที่เป็นกลาก
  4. ทองพันชั่ง ใช้ใบ หรือราก (จำนวนที่ใช้อาจเพิ่ม หรือลดลงได้ตามอาการ) ตำให้ละเอียด แช่เหล้า หรือแอลกอฮอล์พอท่วมยาและทิ้งไว้ 7 วัน นำมาทาบริเวณที่เป็น
  5. พลู นำใบพลูสดประมาณพอเหมาะมาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดผสมแอลกอฮอล์ หรือเหล้าขาว แล้วใช้น้ำคั้นทา

 

การป้องกันโรคเชื้อรา

อาจป้องกันได้โดยอย่าคลุกคลี หรือใช้ของร่วมกับคนที่เป็นโรคนี้ และควรรักษาร่างกายให้สะอาดทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอ และระวังอย่าให้มีเหงื่ออับชื้น

 

ภาพประกอบจาก: www.th.wikipedia.org


5-ข้อสงสัย-คนใส่ชุดชั้นในไม่เคยรู้-h2c.jpg

เมื่อกล่าวถึงชุดชั้นใน  สำหรับบางคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยสนใจ แต่ข้อมูลในปัจจุบันพบว่ามูลค่าตลาดชุดชั้นในทั่วโลกสูงถึงกว่า 1 ล้านล้านบาท นอกจากมูลค่าทางการตลาดที่สูงแล้ว ชุดชั้นในยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจ อย่างเช่นการเป็นเสื้อผ้าชิ้นที่อยู่ใกล้ชิดกับส่วนที่บอบบางที่สุดแห่งหนึ่งในร่างกายของเรา หากเคยสงสัย และยังไม่เคยมีโอกาสที่จะเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในด้านสุขภาพของชุดชั้นใน รีบอ่านต่อเลย เรามีคำถามยอดฮิตและคำตอบมาแชร์กับทุกคนแล้ว

 

Q: ถ้าเราใส่ชุดชั้นในซ้ำ เป็นวันที่ 2 จะเป็นอย่างไร

เรามีข่าวดีสำหรับทุกคนที่เกลียดการซักผ้า และมักจะขี้เกียจซักชุดชั้นในบ่อยๆ เพราะการใส่ชุดชั้นในซ้ำกัน 2 วันจะไม่มีผลกระทบ ที่สามารถลามไปเป็นปัญหาสุขภาพ แต่สก็อต แคสเตลเลอร์ (Scott Kasteler, M.D.) ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า “ตราบเท่าที่ไม่มีคราบของสิ่งปฎิกูลจากร่างกายเกิดขึ้นก็ไม่มีปัญหา”  หากมองด้านสุขภาพเป็นหลัก “คุณสามารถใช้ชุดชั้นในซ้ำไปได้หลายวัน”

แต่ก็มีข้อยกเว้น คือ ถ้าคุณมีรอยขีดข่วนที่ผิวหนัง แผล หรือผื่นเกิดขึ้น นั่นคือสัญญาณสำคัญ ว่าคุณไม่ควรใช้ชุดชั้นในซ้ำ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะจบลงด้วยการติดเชื้อ หรือถ้าคุณเป็นคนที่เหงื่อออกมาก หรือไปทำกิจกรรมหนักๆ จนเหงื่อท่วม คุณก็ควรจะเปลี่ยนชุดชั้นในเช่นกัน เพราะสำหรับเพศหญิง ความเปียกชื้นสามารถก่อให้เกิดแบคทีเรียที่เรียกว่า Candida ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อราในช่องคลอด และในขณะที่ผู้ชายอาจจะไม่ค่อยระคายเคืองจากความชื้นมากนัก แต่ถึงยังไงก็ควรทำให้แน่ใจ ว่าพื้นที่ภายในชุดชั้นใน จะแห้งและสะอาดอยู่เสมอ เพราะมันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงหรอก

 

Q: ประเภทของเนื้อผ้ามีผลอย่างไร

เนื้อผ้าของชุดชั้นในสามารถสร้างความแตกต่างในด้านสุขภาพได้ ในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะเพศในอนาคต เช่น การติดเชื้อช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอกของสตรี (Vulvovaginitis) สังคัง (Jock itch) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สวมชุดชั้นในที่ทำจากผ้าคอตตอนที่ใหม่ สะอาด ไม่รัดจนเกินไป สามารถระบายอากาศ และขจัดความชื้นที่จะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ดี

ปัจจุบันเนื้อผ้าโพลีเอสเตอร์หรือโพลีเอสเตอร์ผสม ซึ่งมีคุณสมบัติขจัดความชื้นได้ดี ได้รับความนิยมและถูกใช้เป็นเนื้อผ้าหลัก ๆ ในการทำชุดกีฬาสำหรับใช้กลางแจ้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งกลางวันสั้นกว่ากลางคืน และยังมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่สวมใส่ผ้าสังเคราะห์เหล่านี้ จะสามารถแสดงประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และมีความสะดวกสบายมากกว่าการสวมผ้าคอตตอนธรรมดา

 

Q: ออกกำลังกายโดยสวมชุดชั้นในแบบไม่เต็มตัว เช่น พวกจีสตริง ดีไหม

ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ การศึกษาเรื่องการสวมใส่ชุดชั้นในแบบไม่เต็มตัว และผลกระทบด้านสุขภาพยังมีจำนวนไม่มาก ดังนั้นคุณอาจต้องระวังเมื่อเลือกที่จะสวมใส่ชั้นในสุดเซ็กซี่ขึ้นวิ่งบนลู่วิ่ง เพราะชุดชั้นในแบบไม่เต็มตัว มีแนวโน้มก่อให้เกิดปัญหาบางอย่าง จากการเคลื่อนไหวมาก มีการกดทับซ้ำๆ เสียดสี ในแนวหรือพื้นที่เล็กๆ ขณะเดียวกันชุดชั้นในแบบนี้ ยังเปิดโอกาสให้อวัยวะเพศของคุณไปสัมผัสกับเสื้อผ้าส่วนอื่นๆ ที่อาจมีปัญหาเรื่องการระบายความชื้น ทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอกได้ง่าย แนะนำให้ใส่ชุดชั้นในแบบเต็มตัวจะดีกว่า

 

Q : กางเกงชั้นในชายแบบที่มีขา (Boxer) กับแบบที่ไม่มีขา (Briefs) แบบไหนดีต่อสุขภาพ

เป็นที่รู้กันว่าระหว่างแฟชั่นและความสบายมักสวนทางกันอยู่เสมอ โดยมีการถกเถียงกันอย่างจริงจังในหัวข้อที่ว่า กางเกงชั้นในชายแบบไหนจะเวิร์คที่สุด โดยใช้หลักในการตัดสินอยู่ที่ประสิทธิภาพในการผลิตสเปิร์ม (Sperm) เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยผลที่ออกมาชี้ให้เห็นถึงเรื่องของอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการผลิตสเปิร์ม และสิ่งที่จะช่วยให้อวัยวะเพศของคุณผู้ชายถูกห่อหุ้ม มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็คือกางเกงในชายแบบไม่มีขานั่นเอง

 

Q : ถ้าจะไม่ใส่ชุดชั้นในเลย จะดีไหม

จากผลสำรวจ 1 ใน 4 ของชาวอเมริกันไม่สวมชุดชั้นใน ทั้งที่ไม่มีชั้นในและหรือเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็มีบางกรณีที่จะต้องคำนึงถึง เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย อย่างกางเกงนักมวยที่หลวม จะเคลื่อนตัวเสียดสี ถูเข้ากับผิวหนังทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย แต่ถ้ากางเกงที่คุณสวมใส่มีความพอดี อยู่ทรง มีเนื้อผ้าที่แห้งเร็ว ไม่อับชื้น แค่นั้นชุดชั้นในก็ไม่จำเป็น แล้วยิ่งถ้าคุณไม่มีปัญหาเรื่องผิว ผื่นคัน รอยขีดข่วนและอื่นๆ การไม่สวมใส่ชั้นในก็ไม่เป็นปัญหาอะไรทั้งนั้น เพลิดเพลินไปกับอิสรภาพได้เต็มที่

สรุปแล้วก็คือ เช็คผิวของคุณก่อน ว่าง่ายต่อการระคายเคืองและเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากแค่ใหน เลือกชุดชั้นในที่เหมาะสม ระมัดระวังในการเลือกชั้นในสำหรับการออกกำลังกาย ตราบใดที่คุณยังสามารถรักษาบริเวณที่บอบบางให้แห้ง และสะอาดอยู่เสมอ การใช้ชั้นในซ้ำกันไปในบางวันก็ไม่เป็นไร และสุดท้ายคือคุณจะไม่ใส่ชั้นในในบางครั้งก็ได้ หากผิวของคุณไม่ได้บอบบางนัก

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.everydayhealth.com
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com

 

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก