ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

Sports-City-คลับดีของคนรักสุขภาพ.jpg

พูดถึงสปอร์ตคลับที่เราอยากแนะนำมาก ๆ มีอยู่ที่หนึ่ง เชื่อว่าชาวกรุงเทพฝั่งเหนือ นนทบุรีหลายคนน่าจะรู้จัก นั่นก็คือ Sports City Lifestyle Center สถานนี่ออกกำลังกายและฟิตเนสแบบครบวงจร ย่านนนทบุรี เส้นเลียบคลองประปา นั่นเอง เขาบอกกันว่า “สุขภาพดีมีค่ามากกว่าทองพันชั่ง” ถึงตอนนี้จะไม่ใครชั่งกันแล้วก็ตาม แต่เราเองก็เชื่อว่า ถ้าเราทำให้สุขภาพดีแล้ว อย่างอื่นก็จะดีตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ทุกคนคะ ตามเราไปเที่ยวเล่น แถมได้สุขภาพดีที่ Sports City Lifestyle Center ที่นี่มีดีอย่างไร เราจะบอก…

 

ของดีเมืองนนท์ Sports City Lifestyle Center สถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสแบบครบวงจร

Sports City Lifestyle Center ตั้งอยู่ย่านคลองประปา อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นฟิตเนสขนาดใหญ่อันดับต้นๆในย่านนี้ ที่มีกิจกรรมและอุปกรณ์ออกกำลังกายมากมาย ทั้งโซน Functional zone, Cardio zone, Group exercise และยังมี Zumba, Body combat, Cycling, Yoga,  Body JAM ยังไม่พอเราขอเพิ่มเติมสนามฝึกซ้อมกีฬาต่าง ๆ อย่าง สนามแบดมินตัน สนามบาสเกตบอล และยังมีสระว่ายน้ำ อีกต่างหาก ครบแล้ว Everything สำหรับหมู่มวลคนรักสุขภาพและชอบออกกำลังกายแบบเรา มาเลยค่ะ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมชมทุกๆมุมใน Sports City  หากเพื่อน ๆ ชอบออกกำลังกายแบบกายแบบไหน จะได้เลือกถูกค่ะ

เมื่อมาถึงด้านหน้าของ Sport city ก่อนที่จะไปออกกำลังกายตามที่ตัวเองชอบ เพื่อนๆจะเจอกับพี่ ๆ Reception ที่พร้อมให้ข้อมูลในทุกเรื่อง ทั้งแพคเกจการสมัครสมาชิก ความพร้อมของโปรแกรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน รวมถึงให้การต้อนรับแขกที่สมาชิกพามาแนะนำ เรียกว่าดูแลความเรียบร้อยบริเวณด้านหน้าเกือบทุกเรื่อง เพื่อให้ทุก ๆ วันเป็นวันที่พร้อมที่สุดสำหรับการให้บริการค่ะ

เมื่อสแกนบัตรสมาชิก และเดินเข้าไปสัก 20 – 30 เมตร ซ้ายมือจะเจอทางแยกไปห้องอาบน้ำ ซาวด์น่า สระว่ายน้ำรูปแบบฟรีฟอร์มติดบึงน้ำสวยๆเห็นท้องฟ้าใส ๆ แต่เรายังไม่ไปนะคะ เรามาทางด้านขวาเป็น Cardio zone  ประกอบด้วยอุปกรณ์สร้างเสริมการทำงานของหัวใจ หลอดเลือดและปอด มีเครื่องเล่นไม่ต่ำกว่า 30 ตัว ให้เลือกเล่นกันค่ะ

 

CARDIO ZONE

คาร์ดิโอเป็นสิ่งที่เราโปรดปรานที่สุดเมื่อมาที่นี่ ถ้าใครที่ชอบเล่นคาร์ดิโอบอกเลยค่ะว่าที่นี่ตอบโจทย์ดีๆให้กับทุกคน เพราะมีเครื่องเล่นที่หลากหลาย สามารถเล่นได้ทั้งเบา ปานกลาง หนักถึงหนักมาก และเลือกได้ทั้งแบบยืน เดินและนั่ง รวมกันหลายสิบตัว อาทิ Treadmill, Stationary bike, และอื่น ๆ อีกหลายตัว  ถามพี่ๆที่เล่นบอก ไม่เคยต้องรอคิวกันเลย วันนี้ทีมงานลองวิ่งบนลู่หรือที่เรียกกันว่า Treadmill ได้ไป 30 นาที เพราะต้องไปโซนอื่นต่อ สนุกดีทีเดียว ที่นี่เขาเปิดหนังให้ดูด้วย จากการดูด้วยสายตา เครื่องออกกำลังกายของที่นี่สภาพการใช้งานระหว่าง 90 – 100% พี่เทรนเนอร์ที่พูดคุยด้วยบอก จะมีการปรับจูนเกือบทุกอาทิตย์

และเมื่อเดินเลยคาร์ดิโอโซนไป บริเวณชั้นเดียวกันจะเป็นโซนของเวทเทรนนิ่ง

 

WEIGHT TRAINING ZONE

สำหรับเวทเทรนนิ่งของที่นี่ ทีมงานเห็นจะมีอยู่ 3 โซน เป็น Free weight  1 โซนอยู่ชั้น 2 และ Weight machine 2 โซน โดยจากการที่ดูด้วยสายตา ชั้น 2 เครื่องจะใหม่กว่า แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เห็นพี่เทรนเนอร์บอกสมาชิกนิยมเล่นทั้งชั้น 2 และ 3 แล้วแต่กลุ่ม และความถนัด วันนี้ทีมงานขอนำภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนะนะค่ะ

สำหรับพื้นที่ชั้น 1 ถ้าเดินต่อไปจะเปิดเข้าสู่โซนที่เป็นสนามแบดมินตัน และสนามบาสเกตบอล ซึ่งบางครั้งปรับแบ่งพื้นที่มาเล่นวอลเลย์บอลกับฟุตซอลด้วย แต่ตอนนี้ทีมงานขอพาเพื่อนๆขึ้นมาดูชั้น 2 โซนฟิตเนสกันต่อนะค่ะ โดยเมื่อเดินขึ้นไปชั้น 2 นอกเหนือจากโซนเวท เทรนนิ่งซึ่งอยู่ซ้ายมือทั้งสองโซนแล้ว ขวามือจะเป็นโซนที่เรียกว่า Functional zone น่าสนใจทีเดียว มาดูกันเลยค่ะ

 

FUNCTIONAL ZONE

โซนนี้จะให้สมาชิกสแกนบัตรเข้ามาอีกครั้งนะคะ มีกิจกรรมให้เลือกหลายแบบอยู่เลยทีเดียวทั้งเวทีมวย ให้ฝึกซ้อม แน่นอนว่า นอกจากเวทีแล้วยังมีกระสอบทรายให้ซ้อมมือซ้อมเท้ากันก่อนด้วย บริเวณเดียวกันยังมีลู่วิ่งแบบที่มีโปรแกรมในจอให้เราเลือกว่าจะวิ่งแบบไหน เช่น วิ่งเทรลในสวนสาธารณะ วิ่งเทรลในป่า วิ่งในเมือง โดยระหว่างวิ่งก็จะมีภาพของลู่วิ่งและบรรยากาศรอบ ๆ ให้การวิ่งสนุกสนานมากขึ้น ถัดไปมีเครื่องที่เขาเรียกว่า Stair climber จะเดินหรือจะวิ่งขึ้นบันไดเพิ่มกล้ามเนื้อน่องก็น่าสนใจอยู่ ฝั่งตรงข้ามก็จะมีเครื่องเล่นทั้งที่เป็น Weight machine และดัมเบล อุปกรณ์หลักของ Free weight อยู่ด้วย ถัดไปจะเป็นโซนของเชือกออกกำลังกาย หรือที่มักเรียกกันว่า TRX ซึ่งมีหลากหลายเส้น หลายรูปแบบให้ได้เลือกเล่นกัน ตรงจุดนี้ทีมงานมองไปรอบๆเห็นเครื่องเล่นอีกหลายแบบ เช่น ตุ้มน้ำหนัก เครื่องเล่นเวทสร้างกล้ามเนื้ออก ไหล่ และอื่น ๆ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตอนนี้ หากสนใจแต่ไม่เคยเล่นมาก่อน ที่ sport city จะมีพี่ ๆ เทรนเนอร์สลับกันมาคอยให้คำแนะนำวิธีการเล่นที่ถูกต้องอยู่ตลอด เรียกได้ว่าสบายใจกันได้เลยค่ะ เล่นเป็น เล่นถูก ปลอดภัยแน่นอน

และที่กล่าวไว้ในตอนแรกนะค่ะ นอกเหนือจากฟิตเนสทั้งเวทและคาร์ดิโอในหลากหลายรูปแบบแล้ว ที่ Sport city ยังมีสนามแบดมินตัน สนามบาสเกตบอลมาตรฐาน ซึ่งสามารถปรับเป็นสนามฟุตซอล หรือสนามวอลเลย์บอลได้ ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่มีแอร์ทำให้บรรยากาศเย็นสบายดีเลยนะค่ะ รวมถึงสระว่ายน้ำติดบึงธรรมชาติ และสนามเทนนิสด้วยค่ะ เชิญดูภาพบรรยากาศได้เลยนะค่ะ

 

สนามแบดมินตันมาตรฐาน 4 คอร์ต รับรองไม่แย่งกันแน่นอน

 

สนามบาสเกตบอลมาตรฐาน สามารถปรับเป็นสนามวอลเลย์บอล สนามฟุตซอลได้

 

สำหรับสนามบาสเกตบอล ยังเป็นพื้นที่ให้ทางบริษัทที่สนใจติดต่อเช่าจัดกิจกรรมสันทนาการให้กับพนักงานด้วย ถ้าดูจากรูปชั้นบนเป็นลู่วิ่งลอยฟ้า อีกรูปแบบการวิ่งสำหรับใครที่เบื่อการวิ่งบนลู่ค่ะ

 

สระว่ายน้ำมีทั้งรูปแบบสี่เหลี่ยมมาตรฐาน และรูปแบบฟรีฟอร์ม ทั้งตื้นและลึกตามมาตรฐาน รวมทั้งสระจากุซซี่ใช้แช่ตัว คลายกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับการเล่นเช้าและเย็นของทุกวันค่ะ

 

GROUP EXERCISE

เป็นประจำในแต่ละเดือน ทาง Sport city จะมีโปรแกรมกิจกรรมในลักษณะที่เป็น group exercise หลากหลายรูปแบบ เช่น Zumba, Body combat, Body balance, Pilates, Tai Chi, Advance Yoga, Easy aerobic, Cycling  และอื่น ๆ เป็นประจำในเกือบทุกวัน ส่วนที่ทีมงานชอบก็จะเป็น Zumba ถึงแม้การเริ่มเล่นจะเหนื่อย แต่ผ่านไปสักพัก รับรองวาเพื่อนๆจะสนุกไปกับการเล่น การได้เพื่อนใหม่ และมิตรภาพที่ดีด้วยค่ะ

  

สิ่งอำนวยความสะดวก

นอกเหนือจากเครื่องเล่น สนาม โปรแกรมออกกำลังกายต่างๆแล้ว ทาง Sport city ยังมีมีบริการทั้งโซนรับรองบริการน้ำดื่ม และน้ำหวาน โซนห้องอาบน้ำมีล็อกเกอร์ ซาว์น่าเปียกละแห้ง ผ้าเช็ดตัว/เช็ดหน้า แชมพุอาบน้ำ แชมพูนวดผม ครีมทาตัว ไดร์เป่าผม บริเวณด้านหน้าก่อนถึง Reception ยังมีร้านกาแฟ STARBUCK ไว้ให้เพื่อนๆนั่งจิบกาแฟสบายๆ ระหว่างรอเข้าคลาส และยังมีร้านขายอาหารสุขภาพให้ได้เลือกทานและเลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย ตอนนี้เราขออนุญาตไปสมัครสมาชิกก่อนนะคะ ถ้าใครอยากมาเจอกัน เดี๋ยวดูรายละเอียดที่ทีมงานทิ้งให้ไว้เลยค่ะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Website : https://www.sportscity.co.th/sportsday

 

 


กระชับก้นและต้นขา-ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด.jpg

เชื่อว่าหลายคนในช่วงนี้กำลัง Work From Home กันอยู่เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคไวรัสโควิด-19 เราเลยชวนเพื่อน ๆ มาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้การอยู่บ้านของเรามีสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น เราเลยขอชวนเพื่อน ๆ มาออกกำลังกาย และดูแลรูปร่าง เพื่อทำให้การกลับมาทำงานของตัวเองอีกครั้งได้สุขภาพใหม่ รูปร่างใหม่เป็น News Look New style เราเลยขอเริ่มต้นด้วยการ “กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด” เพียงใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายเพียงแค่เล็กน้อย ก็มีรูปร่างที่ดีได้

 

ออกกำลังกายปั้นก้นกลม สลายไขมันที่ต้นขา

สะโพกหรือก้น (Glutes) เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายเราเป็นขุมพลังในการพยุงตัว และส่งพลังต่อไปช่วยกล้ามเนื้ออื่นๆ  ทำให้เราออกแรงได้มากขึ้น  สำหรับต้นขา  (Quads) ต้นขาเป็นอีกกล้ามเนื้อที่สำคัญและมีผลต่อบุคลิกภาพในหลาย ๆ คนที่มีปัญหาไขมันกองต้นขาใส่กางเกงแลดูไม่สวยงาม ทำให้ขาดความมั่นใจเอาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้นเราจะชวนเพื่อน ๆ มาปั้นก้นกลม สลายต้นขาด้วยห่วงผ้ายืดของเราค่ะ

อุปกรณ์ที่ใช้

  • เสื่อออกกำลังกาย
  • รองเท้าผ้าใบ
  • ห่วงผ้ายืดสำหรับออกกำลังกาย

 

5 ท่าปั้นก้นกลม พร้อมสลายไข่มัน

  1. Lateral Walk: เป็นการออกกำลังกายโดยใช้ห่วงผ้ายืดใส่ไว้รอบต้นขา จากนั้นจึงแยกขาทั้งสองข้างให้ห่างกัน ย่อตัวลงงอเข่าเพียงเล็กน้อย พนมมือไว้ที่หน้าอก จากนั้นก็ขยับเท้าไปซ้ายชิดเท้าขวา และยกเท้ากลับท่าเดิม ต่อยกเท้าขวาขยับชิดเท้าซ้ายแล้วกลับท่าเดิมอีกครั้ง ทำสลับกันไปมา แล้วหมุนตัวเป็นวงกลม ให้ครบ 40 วินาทีพัก 10 วินาทีแล้วเปลี่ยนท่า
  2. lying abduction stretch: นอนตะแคงเลือกข้างใดข้างหนึ่งก่อน เอาแขนข้างที่ติดพื้นแทนหมอนหนุนศีรษะ แขนอีกข้างเท้าเอวเอาไว้ จากนั้นนำห่วงผ้ายืดใส่ไว้รอบต้นขา งอเข่าทั้งสองข้าง เริ่มการออกกำลังโดยพยายามเกร็งสะโพกเอาไว้แล้วยกหัวเข่าขึ้นให้สูงที่สุดแล้วยกลงโดยข้อเท้ายังติดกันอยู่ ทำขึ้นลงให้ครบ 40 นาที พักสัก 10 วินาที แล้วหันไปทำอีกด้านหนึ่งเหมือนเดิมจากนั้นจึงเปลี่ยนท่า
  3. Glute Kickback Pulse: ท่านี้ต้องคุกเข่าลงบนเสื่อโยคะ วางมือไว้ด้านหน้าแขนเหยียดตรงให้หลังขนานไปกับพื้น หัวเข่าทำมุม 90 องศา ใส่ห่วงยางยืดที่ใต้หัวเข่า ยกขาขึ้นไปด้านหลังแบบงอขาทำมุม 90 องศาให้ปลายเท้าชี้เพดาน ลดขาลงทำท่าเดิมโดยใช้เวลา 40 วินาที พัก 10 วินาที แล้วเปลี่ยนข้างทำแบบเดิม
  4. Straight Leg Kickback: คุกเข่าลงบนเสื่อโยคะแบบเดิม วางมือไว้ด้านหน้าแขนเหยียดตรงให้หลังขนานไปกับพื้น หัวเข่าทำมุม 90 องศา ใส่ห่วงยางยืดที่ใต้หัวเข่า แล้วยกขาขึ้นจนต้นขาด้านหลังเป็นเส้นตรงเสมอไปกับหลัง บีบกล้ามเนื้อก้นไว้ตลอด เมื่อเตะขึ้นจนสุด ค้างไว้เล็กน้อย ลดขาลงทำท่าเดิมโดยใช้เวลา 40 วินาที พัก 10 วินาที แล้วเปลี่ยนข้างทำแบบเดิม
  5. Glute Bridge: เปลี่ยนมาเป็นท่านอนหงายกันบ้างค่ะ ชันเข่าขึ้น พับขาเข้าหากันใส่ห่วงยางยืดบริเวณต้นขาใกล้หัวเข่าด้านบน คว่ำมือทั้งสองข้างลงจากนั้นสูดลมหายใจเข้าจนสุด แล้วออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อก้น เพื่อยกสะโพกขึ้นในแนวเส้นตรง แล้วหายใจออก ค่อยๆคลายกล้ามเนื้อก้นออก ลดสะโพกลง เพื่อกลับสู่ท่าเตรียม พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนสุด นับเป็น 1 ครั้ง ทำประมาณ 40 วินาที

เป็น 5 ท่าที่ทำให้ทุกคนได้ทั้งและก้น ที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอโดยทุกคนต้องทำเป็นประจำนะคะ แค่นี้ก้นสวย ต้นขากระชับก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ แต่ที่สำคัญและขาดไม่ได้คือการใช้ “ห่วงยางยืด”ที่ต้องมีเนื้อผ้าที่มีคุณภาพ มีความยืดหยุ่น และมีแรงต้านที่เหมาะสมกับระดับการออกกำลังกายของเราด้วย  นั่นก็คือ ห่วงผ้ายืดออกกำลังกาย กระชับก้นและขา Hip Band Set 3 แรงต้าน

 

ห่วงผ้ายืดออกกำลังกาย กระชับก้นและขา Hip Band Set 3 แรงต้าน

ห่วงผ้ายืดที่ตอบโจทย์การช่วยให้ก้นและต้นขากระชับเรียวสวย ด้วยเนื้อผ้าคุณภาพมีความยืดหยุ่น และเลือกระดับของแรงต้านที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับระดับการออกกำลังกายของเราได้  พร้อมด้วยเทคโนโลยีคงความยืดหยุ่นที่สามารถใช้ออกกำลังกายได้นานหลายปี

กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด

 

Hip Band Set (Twenty One S-Twist) แตกต่างจากห่วงผ้ายืดทั่วไปอย่างไร

กระชับก้นและต้นขา ด้วยการใช้ห่วงผ้ายืด

  • ความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นดี เนื่องจาก Hip Band Set ผลิตจาก Cotton ผสมยาง Latex ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นดีมาก ๆ ค่ะ  
  • เนื้อผ้าคุณภาพพรีเมี่ยม ด้วยความหนาพิเศษ ให้ความนุ่ม เป็นวัสดุที่ทนทาน มีการเสริมอีกขั้นด้วยการเย็บแบบไขว้บริเวณรอยต่อ
  • เทคโนโลยีคงความยืดหยุ่นได้นาน ใช้ออกกำลังกายได้นานหลายปี ก็ยังคงแรงต้านที่ดี
  • ชั้นแถบป้องกันลื่น และการออกแบบที่กว้างขึ้น ทำให้สวมใส่ได้สบาย ไม่ลื่นหรือเลื่อนไปมาระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมโดยไม่หยุดชะงัก กระชับ ไม่ลื่นหลุดระหว่างออกกำลังกาย
  • มีทั้งหมด 3 ระดับแรงต้าน ไม่ว่าจะเริ่มต้น หรือออกกำลังแบบมือโปร ชุดยางนี้สามารถให้แรงต้านที่เหมาะกับระดับการออกกำลังกายของเราได้

ท่าออกกำลังกายพร้อม อุปกรณ์ก็พร้อม รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ มาออกกำลังกายเร่งหุ่นสวย ก้นกระชับ สลายไขมันที่ขา พร้อมอวดหุ่นสวย อวดขาเรียว เพื่อเรียกความมั่นใจของเราให้กลับมาอีกครั้งค่ะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ยางยืดออกกำลังกาย Twenty One S-twist เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นฟิตเนส
โทร. 094-925-7649
Facebook : https://www.facebook.com/TwentyOneStwist
Line : https://line.me/TwentyOneStwist
Website : https://www.21stwist.com

 

 


กินเวย์เสริม-เพิ่มกล้ามเนื้อ-ลดน้ำหนัก-มาดูกัน.jpg

กล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกายมนุษย์ โดยมีหลายประเภท หลายหน้าที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลายจะทำงานร่วมกับกระดูก เอ็นและข้อ ช่วยพยุงร่างกายให้สามารถทรงตัวอยู่ได้ และที่สำคัญช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ  ปริมาณหรือมวลกล้ามเนื้อปกติในผู้ชายวัยกลางคนจะอยู่ที่ 33.2 – 39.2% ในผู้หญิงจะอยู่ที่ 24.2 – 30.3% โดยจะแตกต่างไปตามโครงสร้างร่างกาย และมีแนวโน้มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

 

อยากสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำอย่างไร

ปกติแล้วการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะต้องดูแลทั้งเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย โดยปรับแต่งให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ของแต่ละคน โดยเทคนิคการออกกำลังกายและเทคนิคการรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ในเบื้องต้นมี ดังนี้

  • การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายที่มีความหลากหลาย ในลักษณะ Well – rounded exercise program เช่น ใน 1 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายที่ผสมกัน ทั้งแบบแอโรบิกเพื่อพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจและปอด เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน แบบเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ และแบบเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนตัว เช่น โยคะ พิลาทิส โดยผู้ที่ออกกำลังกายครบทั้ง 3 ลักษณะ ติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายจะมีกล้ามเนื้อที่ทนทานแข็งแรง แต่สามารถยืดหยุ่นได้ดี ออกกำลังกายแบบแอโรคบิคติดต่อกันได้นาน โดยไม่เหนื่อยง่าย ทั้งนี้ให้เพื่อนๆ จัดสัดส่วนในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น กรณีที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อให้เน้นการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ เช่น เวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ ประมาณ 60% โดยแบ่งเวลาอีก 40% ให้กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคและการฝึกความยืดหยุ่น อย่างละเท่าๆกัน
  • การรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำควบคู่กันในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ ดื่มน้ำก่อนและหลังการออกกำลังกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ เทคนิคง่าย ๆ คือ รับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายทุกวัน รับประทานคาร์โบไฮเดรต เน้นธัญพืชไม่ขัดสี ในปริมาณแค่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ รับประทานอาหารโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ควรเลือกแบบไม่ติดมันและลอกหนังออก รับประทานไขมัน ในรูปของอาหารไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย เน้นใช้น้ำมันทำจากพืช เช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชอื่น ๆ รวมทั้งเลี่ยงการบริโภคอาหารไขมันสูงหรือมีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม เนย หรือไอศกรีม เป็นต้น

นอกจากรับประทานอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว ในการเพิ่มกล้ามเนื้อ ร่างกายยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเพียงพอ โดยคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกายควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 2 – 3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. หรือมากกว่าคนปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 2 – 3 เท่า และอาจต้องแบ่งทานเป็นมื้อย่อย ๆ เนื่องจากด้วยข้อจำกัดของร่างกายที่ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้เพียงครั้งละ 30 – 50 กรัม

 

ความแตกต่างระหว่างคนอ้วนกับคนผอม เมื่ออยากสร้างกล้ามเนื้อ

ปกติแล้วคนอ้วนมีโอกาสเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่าคนผอม เพราะว่าภายใต้ชั้นไขมันส่วนใหญ่ก็จะมีกล้ามเนื้อมากกว่าคนผอม เพื่อให้มีแรงมากพอที่จะขยับร่างกายที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะได้ผลเร็วมากกว่า เพียงแค่ต้องลดอาหารประเภทไขมัน ให้กล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏออกมาให้เด่นชัดนั่นเอง ในขณะที่คนผอมนั้นจะมีมวลกล้ามเนื้อค่อนข้างน้อย แต่มีดีตรงที่ระบบเผาผลาญพลังงานนั้นสูงกว่าคนอ้วนง่าย ไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจนมากเกินไป

สำหรับเทคนิคการรับประทานและการออกกำลังกาย สำหรับคนผอมที่อยากสร้างกล้ามเนื้อนั้น มีเทคนิคเบื้องต้นดังนี้

  • กินให้บ่อยและมากกว่าปกติ เน้นปริมาณโปรตีนให้เพียงพอ คนผอมหากต้องการให้ร่างกายขยายและเต็มไปด้วยมัดกล้ามมากขึ้น ต้องรับประทานอาหารให้มากกว่าปกติ โดยหากรับประทานมากไม่ได้ ให้ใช้วิธีรับประทานบ่อยขึ้น มีช่วงมื้อว่างระหว่างวัน เน้นรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนสูงเพื่อนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ รับประทานของหวานหรืออาหารอื่น ๆ ได้ตามปกติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่คนอ้วนที่ต้องการลดน้ำหนักสร้างกล้ามเนื้อไม่สามารถทำได้เลย โดยเมื่อร่างกายเรามีสารอาหารและพลังงานมากพอก็จะไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งไม่ดึงไกลโคเจนที่กล้ามเนื้อมาใช้เมื่อพลังงานขาดแคลน ทำให้คุณสามารถออกกำลังกายแล้วกล้ามขึ้นได้เร็ว
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ใช้ดัมเบลล์น้ำหนัก 5 กก. สัปดาห์ต่อมาขยับขึ้นไปเป็น 6 – 7 กก. และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น หรืออีกวิธีใช้การเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในแต่ละเซต ตัวอย่างเช่น เซตแรกยก 5 กก. เซตต่อมา 7 กก. ต่อมา 9 กก. โดยปรับความหนักเพิ่มขึ้นในแต่ละเซต หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อจนยกไม่ขึ้นถึงจะพอใจ จากนั้นพักการเล่นกล้ามเนื้อในส่วนนั้นประมาณ 1 – 2 วัน ทั้งนี้ในการยก ให้ยกให้ช้า ใส่ใจกับการหายใจเข้าออก ให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้ออกแรง ทั้งตอนยกขึ้นและลง

ทั้งนี้การสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วหรือช้านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัย นอกเหนือจากการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เช่น การพักผ่อนนอนหลับ สรีระความแข็งแรงที่แตกต่างกันในแต่ละคน อายุ เป็นต้น

 

เวย์โปรตีนกับเทคนิคการกินเพื่อลดน้ำหนัก

เป้าหมายของคนน้ำหนักเกินในการเล่นเวท นอกจากการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว คือ การลดน้ำหนักตัว โดยบางคนต้องคุมอาหารอย่างหนักหน่วง เลือกกินผักไข่ในทุกมื้อ หลาย ๆ ครั้งกลายเป็นได้ปริมาณโปรตีนไม่เพียงพอกับการสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อขึ้นช้า ไม่เป็นรูปร่างชัดเจน

สำหรับเทคนิคการกินเวย์โปรตีนให้สามรถลดน้ำหนักอย่างได้ผล มีแนวทางเบื้องต้นดังนี้

  • กินตอนเช้าหลังตื่นนอน ตอนเช้าหลังตื่นนอน ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการกินเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนักเป็นที่สุด เพราะช่วงเวลานี้ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้ดีมาก แต่ก็อย่าลืมออกกำลังกายในระหว่างวันด้วย หรือจะออกกำลังกายหลังกินเวย์โปรตีนในตอนเช้าเลยก็ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็เป็นผลดีต่อสุขภาพมากเช่นกัน
  • กินควบคู่กับการออกกำลังกาย วิธีที่จะทำให้การกินเวย์โปรตีนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก็คือการออกกำลังกายไปด้วย โดยแนะนำให้ออกกำลังกายที่มีแรงต้านสูง เพราะจะทำให้มีการสร้างกล้ามเนื้อเร็วขึ้น และช่วยลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การเพาะกาย เล่นเวท เป็นต้น
  • กินหลังออกกำลังกาย หลังจากออกกำลังกายประมาณ 30 – 60 นาที เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะการกินเวย์โปรตีนในช่วงเวลานี้ ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนและสารอาหารต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งจะไปกระตุ้นการเผาผลาญให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอย่าลืมกินเวย์โปรตีนหลังออกกำลังกายสักแก้ว จะช่วยได้มากทีเดียว

โดยเวลาที่ร่างกายต้องการมากที่สุดคือหลังเราออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเกิดการฉีกขาดเล็กๆที่เรียกว่า Microscopic tears (ไม่เป็นอันตราย) ที่เป็นสาเหตุการล้า หรือรู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังเราเราออกกำลังกายไปแล้ว (ประมาณ 1 วันถัดไป) เราเรียกอาการนี้ว่า DOMS (Delayed onset muscle soreness) ซึ่งช่วง 30 – 45 นาทีหลังออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะยิ่งต้องการ โปรตีนย่อยเร็ว เข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ทดแทนกล้ามเนื้อที่สลายไป และเข้าไปสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ให้มีมากขึ้น

 

 

BAAM MY WHEY อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

BAAM WHEY อุดมไปด้วย BCAA (ประกอบไปด้วย leucine, isoleucine และ valine) ที่เป็นกรดอะมิโนสำคัญในการจุดชนวนการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งจะถูกดูดซึมทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อย จึงสามารถเข้าไปซ่อมแซม และป้องกันการสลายตัวของกล้ามเนื้อได้ทันที ทำให้อาการล้าหลังเล่น (DOMS) หายได้ไวขึ้น BCAA ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อ และเป็นเหมือนกุญแจในการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเปิดให้โปรตีนสามารถเข้าไปสร้างกล้ามเนื้อได้เต็มที่

BAAM WHEY อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งปริมาณโปรตีนแท้ ๆ 25 กรัม NO AMINO SPIKINGโดยมีส่วนผสมจาก Whey protein Isolate, Whey protein concentrate, Hydrolyzed whey protein อุดมไปด้วยกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด มี BCAA 5 กรัม และ Glutamine 4 กรัมต่อช้อน ผลิตที่ USA ทุกกระบวนการ มี 3 รสชาติที่อร่อย ละลายง่าย

 

5 Pounds (lbs)

 

10 Pounds (lbs)

 

BAAM MY WHEY เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อแบบเน้น ๆ
  • กำลังลดไขมัน ต้องการเพิ่มความกระชับ และคมชัดของกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา เป็นประจำ
  • ไม่ว่าจะเล่น Weight Training, ฟุตบอล, บาส, ว่ายน้ำ, วิ่ง, ปั่นจักรยาน ฯลฯ ควรทานเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
  • ต้องการอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพ แทนการทานจุกจิก
  • คนที่ทานโปรตีนไม่พอในชีวิตประจำวัน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.fitwhey.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.health2click.com/หัวใจของการออกกำลังกาย
  2. www.fitwhey.com

 


กินเวย์-เพิ่มกล้ามเนื้อ-เพิ่มน้ำหนักดีไหม.jpg

กล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกายมนุษย์ โดยในร่างกายมีกล้ามเนื้อหลายประเภท ทำหลายหน้าที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลายจะทำงานร่วมกับกระดูก เอ็นและข้อ ซึ่งไว้ยพยุงร่างกายให้ร่างกายทรงตัวอยู่ได้ และที่สำคัญช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ  ปริมาณหรือมวลกล้ามเนื้อปกติในผู้ชายวัยกลางคนจะอยู่ที่ 33.2 – 39.2% ในผู้หญิงจะอยู่ที่ 24.2 – 30.3% โดยจะแตกต่างไปตามโครงสร้างร่างกาย และมีแนวโน้มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

 

อยากสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำอย่างไร

ปกติแล้วการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะต้องดูแลทั้งเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย โดยปรับแต่งให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งไว้ เทคนิคการออกกำลังกายและเทคนิคการรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ในเบื้องต้นมีดังนี้

  • การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายให้มีความหลากหลาย ในลักษณะ Well – rounded exercise program เช่น ใน 1 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายที่ผสมกันทั้งแบบ แบบแอโรบิกเพื่อพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจและปอด เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน แบบเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ และแบบเพิ่มความยืดหยุ่นและความอ่อนตัว เช่น โยคะ พิลาทิส โดยผู้ที่ออกกำลังกายครบทั้ง 3 ลักษณะ ติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายจะมีกล้ามเนื้อที่ทนทานแข็งแรง แต่สามารถยืดหยุ่นได้ดี ออกกำลังกายแบบแอโรคบิคติดต่อกันได้นาน โดยไม่เหนื่อยง่ายทั้งนี้ให้เพื่อน ๆ จัดสัดส่วนในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเป้าหมาย อย่างกรณีเพิ่มกล้ามเนื้อ ให้เน้นการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ เช่น เวทเทรนนิ่ง วิดพื้น ซิทอัพ ประมาณ 60% โดยแบ่งเวลาอีก 40% ให้กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคและการฝึกความยืดหยุ่น อย่างละเท่าๆกัน
  • การรับประทานอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำควบคู่กันในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ ดื่มน้ำก่อนและหลังการออกกำลังกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ เทคนิคง่าย ๆ คือ รับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายทุกวัน รับประทานคาร์โบไฮเดรต เน้นธัญพืชไม่ขัดสี ในปริมาณแค่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ รับประทานอาหารโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ควรเลือกแบบไม่ติดมันและลอกหนังออก รับประทานไขมัน ในรูปของอาหารไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย เน้นใช้น้ำมันทำจากพืช เช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชอื่น ๆ รวมทั้งเลี่ยงการบริโภคอาหารไขมันสูงหรือมีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม เนย หรือไอศกรีม เป็นต้นนอกจากรับประทานอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว ในการเพิ่มกล้ามเนื้อ ร่างกายยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเพียงพอ โดยคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกายควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 2 – 3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. หรือมากกว่าคนปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 2 – 3 เท่า และอาจต้องแบ่งทานเป็นมื้อย่อย ๆ เนื่องจากด้วยข้อจำกัดของร่างกายที่ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้เพียงครั้งละ 30 – 50 กรัม

 

ความแตกต่างระหว่างคนอ้วนกับคนผอม เมื่ออยากสร้างกล้ามเนื้อ

ปกติแล้วคนอ้วนมีโอกาสเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่าคนผอม เพราะว่าภายใต้ชั้นไขมันส่วนใหญ่ก็จะมีกล้ามเนื้อมากกว่าคนผอม เพื่อให้มีแรงมากพอที่จะขยับร่างกายที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะได้ผลเร็วมากกว่า เพียงแค่ต้องลดอาหารประเภทไขมัน ให้กล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏออกมาให้เด่นชัดนั่นเอง  ในขณะที่คนผอมนั้นจะมีมวลกล้ามเนื้อค่อนข้างน้อย แต่มีดีตรงที่ระบบเผาผลาญพลังงานนั้นสูงกว่าคนอ้วนง่าย ไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจนมากเกินไป

สำหรับเทคนิคการรับประทานและการออกกำลังกาย สำหรับคนผอมที่อยากสร้างกล้ามเนื้อนั้น มีเทคนิคเบื้องต้นดังนี้

  • กินให้บ่อยและมากกว่าปกติ เน้นปริมาณโปรตีนให้เพียงพอ คนผอมหากต้องการให้ร่างกายขยายและเต็มไปด้วยมัดกล้ามมากขึ้น ต้องรับประทานอาหารให้มากกว่าปกติ โดยหากรับประทานมากไม่ได้ ให้ใช้วิธีรับประทานบ่อยขึ้น มีช่วงมื้อว่างระหว่างวัน เน้นรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนสูงเพื่อนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ รับประทานของหวานหรืออาหารอื่น ๆ ได้ตามปกติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่คนอ้วนที่ต้องการลดน้ำหนักสร้างกล้ามเนื้อไม่สามารถทำได้เลย โดยเมื่อร่างกายเรามีสารอาหารและพลังงานมากพอก็จะไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งไม่ดึงไกลโคเจนที่กล้ามเนื้อมาใช้เมื่อพลังงานขาดแคลน ทำให้คุณสามารถออกกำลังกายแล้วกล้ามขึ้นได้เร็ว
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ใช้ดัมเบลล์น้ำหนัก 5 กก. สัปดาห์ต่อมาขยับขึ้นไปเป็น 6-7 กก. และเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น หรืออีกวิธีใช้การเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในแต่ละเซต ตัวอย่างเช่น เซตแรกยก 5 กก. เซตต่อมา 7 กก. ต่อมา 9 กก. โดยปรับความหนักเพิ่มขึ้นในแต่ละเซต หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อจนยกไม่ขึ้นถึงจะพอใจ จากนั้นพักการเล่นกล้ามเนื้อในส่วนนั้นประมาณ 1-2 วัน ทั้งนี้ในการยก ให้ยกให้ช้า ใส่ใจกับการหายใจเข้าออก ให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้ออกแรง ทั้งตอนยกขึ้นและลง

ทั้งนี้การสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วหรือช้านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัย นอกเหนือจากการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เช่น การพักผ่อนนอนหลับ สรีระความแข็งแรงที่แตกต่างกันในแต่ละคน อายุ เป็นต้น

 

เวย์โปรตีนอีกตัวเลือก ช่วยคนผอมสร้างกล้ามเนื้อ

เป้าหมายของคนผอมในการเล่นเวทสร้างกล้ามเนื้อ คือ การเพิ่มน้ำหนักตัวให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้น้ำหนักตัวที่มากขึ้น มาจากกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้น บางคนอาจจะเลือกทานอกไก่มากถึงวันละ 2 กิโลกรัม เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนที่เพียงพอ ไม่รวมถึงสารอาหารอย่างอื่นที่จำเป็นต้องเพิ่มด้วย

วันนี้เพื่อน ๆ สามารถเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือ เวย์โปรตีนสูตรเพิ่มน้ำหนัก MEGA MASS XTREME 1350 โดยนอกจากจะให้พลังงานสูงถึง 1350 Kcal ต่อ Serving แล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน มากเพียงพอที่จะสนับสนุนการเพิ่มน้ำหนัก และกล้ามเนื้อ ได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งปริมาณโปรตีนแท้สูงถึง70+ กรัม  No Amino Spiking มีคาร์โบไฮเดรต คุณภาพทั้งแบบย่อยไว กลาง และช้า รวมถึง 255 กรัม ต่อ Serving และที่สำคัญใน Mega Mass มีไขมันจากแหล่งที่ดีต่อร่างกาย สูงสุดถึง 8 กรัม ต่อ Serving นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานแล้ว ไขมันยังช่วยในการรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ เร่งการสังเคราะห์/ดูดซึมโปรตีน ช่วยหล่อลื่นข้อต่อต่าง ๆ รวมถึงวิตามิน และแร่ธาตุ กว่า 20 ชนิด ที่ร่างกายต้องการ เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และเร่งการฟื้นตัว  MEGA MASS XTREME 1350 มีให้เลือก 4 รสชาติแสนอร่อย ละลายง่าย

 

Chocolate

 

Banana

 

 

Mega Mass XTREME 1350 เหมาะสำหรับใคร

  • เพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักแบบ HARDCORE แต่เป็นคนผอมมาก ๆ แบบกุ้งแห้ง ไม่มีไขมันสะสม ข้อมือเล็กมาก ๆ และไม่มีพุงเลย (น้ำหนัก < ส่วนสูง – 105)
  • เพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก แต่กินเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ขึ้น ระบบเผาผลาญดีมาก ๆ หรือมีกิจกรรม/กีฬา ที่ใช้พลังงานเยอะมาก ๆ
  • นักเพาะกาย หรือ ผู้ที่มีประสบการณ์สูงในการออกกำลังกาย ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก/เพิ่มพลังงาน และเข้าใจการคำนวณสารอาหารเป็นอย่างดี

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.fitwhey.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.health2click.com/หัวใจของการออกกำลังกาย
  2. www.fitwhey.com

ออกกำลังกายแบบไหน-เพิ่มความอึด-ทน-แกร่ง.jpg

ออกกำลังกายแบบไหนเพิ่มความอึด ทน แกร่ง ความจริงแล้วจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมการออกกำลังกายรูปแบบเฉพาะ นอกเหนือจากการออกกำลังกายที่มีรูปแบบผสม ทั้งแบบคาร์ดิโอ แบบแรงต้าน และแบบเพิ่มความยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Well – rounded exercise program โดยหากสามารถ รวมทั้ง 2 รูปแบบให้อยู่ในโปรแกรมการฝึก จะให้ผลสูงสุดกับผู้ที่ออกกำลังกาย 

 

ออกกำลังกายเพิ่มความอึด ทน แกร่ง มีดังนี้

  1. การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา (Interval training)
    เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถสร้าง ความอึด ทน แกร่งได้ โดยแบ่งการฝึกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงหนัก จะออกกำลังกายแบบเต็มที่ จนหัวใจขึ้นไปเต้นอยู่ zone 4 – 5 แล้วผ่อนกลับมาออกกำลังกายแบบเบา หรือช่วงเบา โดย หัวใจเต้นอยู่ zone 1 – 2 โดยนับสองช่วงเป็น 1 รอบ ทำต่อเนื่องหลาย ๆ รอบ อ่านเพิ่ม อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายการฝึกรูปแบบนี้ สามารถนำมาปรับใช้กับการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาได้หลายประเภท เช่น การวิ่งหนักสลับเบา การกระโดดเร็วสลับช้า การชกกระสอบทรายเร็วสลับช้า  วิดพื้น กระโดดแยกขา กระโดดสลับขา โดยทำแบบเร็วสลับช้า เป็นต้น สำหรับประโยชน์ของการฝึกแบบ interval คือ เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น  ลดไขมันได้ดี เพิ่มกล้ามเนื้อเสริมการเล่นเวทเทรนนิ่ง เพิ่มการใช้ออกซิเจนในกล้ามเนื้อ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  2. การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางต่อเนื่อง (Tempo training)
    หลักของการออกกำลังกายรูปแบบนี้คือ ออกกำลังกายแบบเกือบเต็มประสิทธิภาพของร่างกาย โดยหัวใจอยู่ zone 4 ต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ปกติจะประมาณ 20 – 30 นาที ทำต่อเนื่องหลาย ๆ รอบ อ่านเพิ่ม อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย
    หลักการฝึกแบบนี้ สามารถนำมาปรับใช้กับการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาได้หลายประเภท เช่นเดียวกัน อาทิ การวิ่ง การขี่จักรยาน เป็นต้น สำหรับประโยชน์ของการฝึกแบบ Tempo คือ กล้ามเนื้อสามารถใช้ oxygen ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับของ Lactate threshold ให้สูงขึ้น ร่างกายคุ้นชินกับระดับกรดแลคติคมากขึ้น  ทำให้ทนต่อความเมื่อยล้าดีขึ้น ออกกำลังกายได้นานขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อความอึด ทน แกร่งของผู้ออกกำลังกาย ถ้าถามว่า ออกกำลังกายแบบไหนเพิ่มความอึด การออกกำลังกายดังกล่าวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
  3. การออกกำลังกายแบบสถานี (Circuit training)
    เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ผสมระหว่างการฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มความฟิต และเพิ่มความยืดหยุ่น เข้าไว้ด้วยกัน โดยจัดเป็นสถานี แต่ละสถานีมีรูปแบบการออกกำลังกายแตกต่างกัน สามารถปรับหนักเบา รวมถึงการมีรูปแบบที่สอดคล้องกับกีฬาที่เล่น เป็นอีกรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถพัฒนาร่างกายในหลายๆด้านพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น การทำ Timed Circuit เป็นการระบุระยะเวลาและจำนวนครั้งในการทำแต่ละท่า การทำ Competition Circuit เน้นการเพิ่มจำนวนครั้งในระยะเวลาเท่าเดิม การทำ Repetition Circuit เน้นการทำซ้ำในแต่ละท่า เป็นต้น

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com
แหล่งข้อมูล : www.avarinshop.com, www.runnercart.com

 

 

 

 

 


Yoga-Excer.jpg

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ (Yoga) สามารถปฏิบัติได้ในคนปกติทุกเพศทุกวัย มีผลดีช่วยป้องกันปัญหาทางกายภาพได้ เช่น ปัญหาข้อติด เสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อ เสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อได้ ตลอดจนผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต การขยายของหลอดเลือด ระบบฮอร์โมนในร่างกาย ระบบประสาท ระบบหายใจ ทำให้มองโลกในแง่บวก คิดบวก คิดสร้างสรรค์เข้าใจตนเอง มีสมาธิ จิตสงบ สัมผัสความสุขได้ง่ายขึ้น ตระหนักรู้และบรรลุถึงความต้องการเบื้องลึกภายในตนเอง..

 

ร่างกายของคนเราได้รับผลกระทบ จากทุกสิ่งที่มีอยู่ภายในและทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ในที่นี้รวมถึง สิ่งที่เรากิน สิ่งที่เราหายใจเข้าไป สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราคิด และสิ่งที่เรารู้สึก ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องมีชีวิตอยู่เหมือนนักบวช การดำเนินชีวิตในทางสายกลางในทุกสิ่งทุกอย่างนี่เหละ คือ กุญแจที่จะไขไปสู่การมีสุขภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม คุณจะพบว่ายิ่งคุณฝึกหัดโยคะมากเพียงใด คุณก็จะเรียนรู้ถึงการมีชีวิตในรูปแบบที่มีสุขภาพดีมากเพียงนั้น

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ (Yoga)

  1. สุขภาพดีขึ้น  (Better Health)
  2. รูปร่างดีขึ้น  (Better Appearance)
    • ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน เนื่องจากกลไกการเผาผลาญตามธรรมชาติช่วยปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล
    • ปรับสมดุลโครงสร้างของร่างกาย จากอิริยาบถในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง
    • ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน
    • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง
    • ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ชะลอความแก่ชรา
  3. จิตใจสงบ (Clearer Mind)
    • ผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย
    • ลดอาการกระสับกระส่าย กังวล นอนไม่หลับ
    • ทำให้มีสมาธิในการทำกิจการงานมากขึ้น
    • ช่วยให้ควบคุมจิตใจและความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ (Yoga) จะเพิ่มพูนอย่างใหญ่หลวง โดยการดำเนินการร่วมกับการรับประทานอาหารที่สมดุล (ไม่มากหรือน้อยเกินไป) ดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้มากในแต่ละวัน หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ ถูกแสงแดดบ้าง การนอนหลับที่เพียงพอ แต่ไม่มากจนเกินไป การรักษาสุขภาพอนามัยอย่างดี การมีกิจกรรมทางกายและในทางจิตใจอย่างสมดุลกัน และมีความสมดุลกันในระหว่างการทำงานกับการผ่อนคลาย

 

เรียบเรียงบทความ “ประโยชน์ของการฝึกโยคะ (Yoga)” โดยกองบรรณาธิการ YesSpaThailand.com
แหล่งที่มา : www.yesspathailand.com
ภาพประกอบจาก : https://organicfit.tv/


คิดจะเป็นนักวิ่ง-แก้นิสัยเหล่านี้เลย.jpg

ปกติแล้วนักวิ่งส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า มักจะให้น้ำหนักไปที่เรื่องของการวิ่งเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเน้นการฝึกซ้อมวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝึกวิ่งแบบ interval หรือแบบ tempo รวมถึงรูปแบบการฝึกวิ่งแบบอื่น อีกทั้งหลาย ๆ คนยังวุ่นอยู่กับการทำลายสถิติเก่า ๆ ของตนเอง

 

ทำให้นักวิ่งบางส่วนละเลยกิจกรรมบางอย่างที่สำคัญ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการวิ่งโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เหมาะสม หรือแม้กระทั่งเรื่องของอาหารที่รับประทาน ว่ามีประโยชน์เพียงพอระหว่างซ้อมหรือแข่งขันจริงหรือไม่ เรื่องเหล่านี้นับเป็นข้อที่พึงต้องระลึกเสมอ สำหรับบทความนี้จะบอกถึงนิสัย 4 ประการ ที่นักวิ่งทั้งหลายควรจะหลีกเลี่ยง

 

นิสัย…ดื่มน้ำน้อยเกินไป

โดยปกติแล้วขณะวิ่ง นักวิ่งจะสูญเสียน้ำออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ โดยหากนักวิ่งไม่วางแผนการดื่มน้ำทั้งก่อนและระหว่างวิ่ง เพื่อชดเชยให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่สูญเสียไป จะเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) โดยจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อ่อนเพลีย กระหายน้ำ ง่วงซึม มึนหัว วิงเวียน ปวดศรีษะ ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีความดันโลหิตต่ำ หายใจเร็วและหอบ อาจถึงขั้นสับสน มีข้อแนะนำในเบื้องต้นว่าควรดื่มน้ำให้พอเหมาะ ในจุดพักให้น้ำตามที่ผู้จัดเตรียมไว้ หรือให้สอดคล้องกับประเภทและระยะทางที่วิ่ง   

 

นิสัย…นอนดึก การพักผ่อนไม่เพียงพอ

แน่นอนล่ะว่าการซ้อมหนักเพื่อให้วิ่งได้ระยะทางที่ไกลมากขึ้น อึดทนทานมากขึ้นนั้นสำคัญ แต่นักวิ่งเมื่อต้องใช้ร่างกายหนักขนาดนั้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับในเวลากลางคืนนั้น เป็นช่วงเวลาที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จัดระเบียบความจำ อารมณ์และความเครียด นักวิ่งหรือจริง ๆ แล้วคือทุกคนควรนอนหลับให้เพียงพอ ยิ่งถ้าเป็นนักวิ่งที่ซ้อมหนัก 2 – 3 ชั่วโมงแล้วใช้เวลานอนหลับพักผ่อนเพียงวันละ 4 – 5 ชั่วโมงต่อวัน จำเป็นต้องปรับเวลาการนอนใหม่ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และพร้อมจะลุยซ้อมวิ่งหนักๆในวันถัดไป แนะนำให้นอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลาที่เหมาะสม

สำหรับผลเสียของการนอนหลับไม่เพียงพอ ได้แก่ ทำให้ความคิด ความจำไม่ดี ความสามารถในการใช้เหตุผล ความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการแก้ปัญหา การตัดสินใจ และสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลง ลืมง่าย นอกจากนี้ยังทำให้ภูมิต้านทานร่างกายต่ำ มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย มีปัญหาในการเจริญเติบโต การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การลดลงของมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก รวมถึงความต้องการทางเพศที่ลดลงด้วย ลองคิดดูว่าสภาพร่างกายที่พักผ่อนไม่พอสะสมเป็นเวลานาน จะวิ่ง เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายให้ดี ได้อย่างไร

 

นิสัย…ซ้อมหนักเกิน ไม่ดูสภาพร่างกาย

ร่างกายมีขีดจำกัด บางคนคิดเพียงแค่ว่า จะวิ่งให้ได้ระยะทางมาก ๆ เช่น วันก่อนวิ่งได้ 10 กิโลเมตร วันนี้จะวิ่ง 20 กิโลเมตร แน่นอนว่าการปรับระยะทางเพิ่มขึ้นเท่าตัว ในเวลาอันสั้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมีแนวโน้มปรับตัวไม่ทัน ก่อให้เกิดผลเสียตามมาโดยเฉพาะการบาดเจ็บ ทั้งนี้แนะนำให้ซ้อมวิ่งอย่างมีระบบ เช่น จากเบาไปหนักแบบมีขั้นตอน ระยะเวลาที่เหมาะสม โปรแกรมการซ้อมมีความหลากหลาย เช่น มีทั้งฝึกแบบ interval แบบ tempo มี weight training มีฝึกความยืดหยุ่น เมื่อวางแผนการซ้อมและปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบแล้ว ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวจนเคยชิน โดยไม่จำเป็นต้องซ้อมหนักจนเกินไป

 

นิสัย…ไม่ให้ความสำคัญกับการเวทเทรนนิ่ง

บางคนอาจจะพบว่าการวิ่งของตัวเองมาถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่ามันเป็นเพราะอะไร นักวิ่งส่วนหนึ่ง ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับการซ้อมวิ่งหนัก ๆ โดยละเลยเรื่องสำคัญคือ การพัฒนากล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวิ่ง ให้มีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงกดกระแทกอย่างต่อเนื่อง ในขณะวิ่งเป็นเวลานานหลายชั่วโมงได้ ทำให้การวิ่งพัฒนาช้า และเกิดการบาดเจ็บจากการวิ่ง ลองลุกขึ้นมาจัดตารางเวทเทรนนิ่ง เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อดู แล้วนักวิ่งหลาย ๆ คนจะพบว่า ตนเองสามารถวิ่งได้ดีขึ้น

จากนิสัย 4 ข้อที่นักวิ่งทุกคนพึงหลีกเลี่ยง พบว่านักวิ่ง ไม่ควรจะใส่ใจเพียงแค่ซ้อมวิ่งอย่างเดียว แต่ควรใส่ใจในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำให้เพียงพอ  การพักผ่อนโดยเฉพาะการนอนหลับให้เพียงพอ การฝึกซ้อมที่หลากหลาย มีวันพักผ่อน และมีการเล่นเวทเทรนนิ่ง หากทำได้นักวิ่งหลาย ๆ คน จะได้ผลการวิ่งที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com
ข้อมูลอ้างอิง

  1. www.runnerblueprint.com
  2. ความรู้เรื่องการนอนหลับ (Sleep)
  3. 14 สาเหตุ วิธีจัดการ “ความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า”

 

 

 


กินอาหารก่อนออกกำลังกายดีไหม.jpg

กินอาหารก่อนออกกำลังกาย ดีไหม บางคนบอกว่าดี เพราะพลังงานจะมากขึ้น ในขณะที่บางคนบอกว่าไม่ดี เพราะอย่างน้อยคุณจะเคลื่อนไหวช้าลง บทความนี้จะบอกเหตุผลที่สนับสนุนการออกกำลังกายในขณะท้องว่าง หรือ Fasted exercise เป็นแนวทางดี ๆ ให้กับคุณ 

 

มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic exercises) ในขณะท้องว่าง มีการใช้พลังงานจากไขมันมากกว่าการออกกำลังกายในขณะท้องไม่ว่าง ระหว่าง 20-30% นั่นหมายถึง การลดลงของการใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต

 

คาร์โบไฮเดรตอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

การใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงเป็นสิ่งที่ดี เพราะความรู้สึกหิวจะน้อยลง ร่างกายจะแบ่งเอาไขมันสำรองมาใช้เป็นพลังงาน ในกิจกรรมประจำวัน เช่น การเดิน การวิ่ง และการขี่จักรยานนั้น ไขมันสามารถเป็นแหล่งพลังงานเสริมได้ ทั้งนี้การใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ระยะยาวสามารถนำไปสู่การต้านทานต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เกิดโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเบาหวานได้

สำหรับขั้นตอนการออกกำลังกายในขณะท้องว่างนั้น แนะนำให้เริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่เบา ๆ ก่อน เช่น การเดิน การวิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน คุณอาจจะรู้สึกว่ามันหนักและยาก เมื่อเทียบกับออกกำลังกายปกติ แต่ในไม่ช้าร่างกายจะปรับตัวได้

โดยใช้ไกลโคเจน (Glycogen) น้อยลง และใช้ใช้กรดไขมันเป็นพลังงานเพิ่มขึ้น ถึงตอนนั้นคุณสามารถเริ่มต้นการผสมผสานการฝึกขณะท้องว่างอย่างเข้มข้นเป็นประจำทุกวันได้ มีโปรแกรมออกกำลังกายขณะท้องว่าง แบบที่เป็น Intermittent fasting program โดยจะทำให้ร่างกายคุ้นเคยกับการนำไขมันมาใช้เพื่อเป็นพลังงาน

 

ต้องผสมผสานกับ กินอาหารก่อนออกกำลังกาย ปกติให้ลงตัว

แม้ว่าคุณจะรู้ข้อดีของการออกกำลังกายขณะท้องว่างแล้ว อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ คุณจำเป็นต้องผสมผสานการออกกำลังกายปกติกับออกกำลังกายในขณะท้องว่างให้เหมาะสม เช่น  ถ้าคุณรู้ว่าต้องออกกำลังกายแบบหนัก คุณควรทานคาร์โบไฮเดรต 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้า เพื่อป้องกันน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งจะทำให้คุณ มึนงง วิงเวียนศีรษะ กระสับกระส่าย ใจสั่น หัวใจเต้นแรงเร็วได้

นอกจากนี้ ปัญหาในเรื่องของการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายขณะท้องว่างพร้อมกับการกินอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้วเป้าหมายควรจะเป็น

การเพิ่ม “ความยืดหยุ่นในการเผาผลาญ” คือ ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ดังนั้นควรกินคาร์โบไฮเดรตให้มากขึ้นในวันที่ออกกำลังกายหนักๆ เพื่อชดเชยไกลโคเจนซึ่งอาจหมดไปได้

อย่าพยายามทำทุกอย่างพร้อมกันในครั้งเดียว ออกกำลังกายขณะท้องว่างแบบเบาไปหาหนัก ทานคาร์โบไฮเดรตให้มากขึ้นในวันออกกำลังกาย และลดลงในวันอื่นๆ ออกกำลังกายไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับการลดน้ำหนัก แต่อาจเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้ร่างกายนำไขมันมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งในระยะยาวอาจลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วนได้

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งข้อมูล : www.mindbodygreen.com
ภาพประกอบ : www.freepik.com