ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

“เท้าแบน” หลากหลายอาการกับวิธีปรับแก้

เท้าแบน หลากหลายอาการกับวิธีปรับแก้

สรีระเท้าที่แตกต่างกันของแต่ละคนอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดยปกติอุ้งเท้า (Arch) ซึ่งอยู่ตรงกลางฝ่าเท้าจะมีส่วนโค้งทอดตามแนวยาวของฝ่าเท้า และมีความกว้างในระดับหนึ่ง เพื่อให้เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูกเท้าทำงานได้อย่างปกติ อย่างไรก็ตามในแต่ละคนมีอุ้งเท้าแตกต่างกันไป บางคนมีอุ้งเท้าที่สูง (High arch) ในขณะที่บางคนมีอุ้งเท้าแบน (Flat foot) ทั้งสองแบบล้วนส่งผลเสียที่แตกต่างกัน เอาทิ เกิดรองช้ำ ปวดเข่า ปวดข้อเท้า เจ็บเท้าขณะวิ่ง-เดิน เป็นต้น

 

ลักษณะและวิธีการเช็คเท้าแบน

  • ลักษณะเท้าแบน (Flat Feet) คือ ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืนฝ่าเท้าจะราบแนบไปกับพื้นทั้งหมด ตรงกลางฝ่าเท้าที่โค้งขึ้นมานั้นคืออุ้งเท้า (Arch) ซึ่งทอดไปตามแนวยาวและแนวขวางของฝ่าเท้า อุ้งเท้าเกิดจากการยึดกันระหว่างเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกเท้า โดยเส้นเอ็นที่เท้าและเส้นเอ็นส่วนที่ต่อจากขาส่วนล่างจะยึดกระดูกตรงกลางเท้าเข้ากับเส้นเท้า ทำให้กลางฝ่าเท้าโค้งเข้ามาและไม่ราบไปกับพื้น ภาวะเท้าแบนเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นเด็กเล็ก เนื่องจากฝ่าเท้าของเด็กมีไขมันและเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้มองเห็นอุ้งเท้าตรงฝ่าเท้าได้ไม่ชัด แต่เมื่อโตขึ้นช่องโค้งก็จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
  • วิธีการเช็คที่ง่ายที่สุด ให้วางเท้าในน้ำให้เปียกจนทั่วฝ่าเท้า และยกวางบนพื้นที่แห้ง สังเกตรูปฝ่าเท้าที่พื้นเปรียบเทียบกับรูปฝ่าเท้าด้านล่าง โดยรูปกลางเป็นรูปอุ้งเท้าปกติ รูปซ้ายเป็นรูปอุ้งเท้าแบน และรูปขวาเป็นรูปอุ้งเท้าสูง

สาเหตุของการเกิดภาวะเท้าแบน

ภาวะเท้าแบนเกิดได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งแบบที่เป็นมาแต่กำเนิดและแบบที่เป็นในภายหลัง โดยมีลักษณะเบื้องต้นดังนี้

  • ภาวะเท้าแบนแบบเป็นมาแต่กำเนิด จะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ
    1. เท้าแบนแบบนิ่ม (Flexible Flat Foot) ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้จัดเป็นภาวะเท้าแบนที่พบได้มากที่สุด พบตอนเป็นเด็ก เมื่อยืน ฝ่าเท้าจะราบไปกับพื้นทั้งหมด แต่เมื่อยกเท้าขึ้นมาจะเห็นช่องโค้งของฝ่าเท้า เท้าแบนแบบนิ่มไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด
    2. เท้าแบนแบบแข็ง (Rigid Flat Foot) จะพบได้น้อย ตรงอุ้งเท้าจะโค้งนูนออก เท้าผิดรูป แข็งและเท้ามีลักษณะหมุนจากข้างนอกเข้าด้านในเสมอ (Pronation) ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดหากต้องยืนหรือเดินมากเกินไป รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับการสวมรองเท้า
  • ภาวะเท้าแบนแบบเกิดขึ้นภายหลัง มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย เช่น เอ็นข้อเท้าหย่อน โรคข้อรูมาตอยด์ ข้อเท้าเสื่อม กระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขา เอ็นร้อยหวายสั้น เอ็นเท้าอักเสบ ข้อต่อหย่อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถพบได้บ่อยในผู้ที่มีคนในครอบครัวมีภาวะเท้าแบนด้วย

 

อาการที่สำคัญของภาวะเท้าแบน

ภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากไม่ได้มีอาการเจ็บปวดใด ๆ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ รู้สึกเจ็บที่อุ้งเท้าและส้นเท้า ฝ่าเท้าด้านในบวมขึ้น ยืนไม่ค่อยได้ หรือเคลื่อนไหวทรงตัวบนเท้าลำบาก เจ็บหลังและขา รองเท้าที่เคยสวมได้ ไม่สามารถสวมได้ และชำรุดเร็วเกินไป ฝ่าเท้าอ่อนแรง รู้สึกชา หรือเกิดอาการฝ่าเท้าแข็ง เป็นต้น

ทั้งนี้หากอาการและสาเหตุของภาวะเท้าแบนถูกปล่อยไว้ ไม่ได้ทำการรักษา จะส่งผลกระทบต่อการเดินของผู้ป่วย ส่งผลให้มีการปวดเท้า ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอาการอักเสบของเส้นเอ็นที่ใช้ในการเดิน

 

แนวทางการรักษา “ภาวะเท้าแบน”

หากรู้สึกเจ็บป่วยไม่สบายในระหว่างการเดิน วิ่ง โดยมีการตรวจเช็คอุ้งเท้าพบว่าอาจมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้ภาวะเท้าแบนมีแนวทางการรักษาเบื้องต้นดังนี้

  • การทำกายภาพบำบัด ภาวะเท้าแบนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจากการเดินหรือวิ่งมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ลักษณะการเดินวิ่งของผู้ป่วย และให้ข้อแนะนำในการปรับลักษณะและเทคนิคการวิ่งให้ดีขึ้น
  • การรักษาด้วยยา ผู้ป่วยที่เกิดอาการเจ็บเท้าเรื้อรังและเท้าอักเสบ จะได้รับยาต้านอักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดบวม
  • การผ่าตัด หากการรักษาภาวะเท้าแบนวิธีอื่น ๆ ไม่ช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ หรือสาเหตุของภาวะดังกล่าวทำให้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดให้แก่ผู้ป่วย โดยแตกต่างกันตามสาเหตุ

 

รองเท้า Shcoll ช่วยปรับสภาพอุ้งเท้า อีกทางเลือกช่วย “ภาวะเท้าแบน”

สำหรับผู้ที่เป็นไม่มาก หรือภายหลังจากการเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์แล้ว การปรับลักษณะรองเท้าเพื่อช่วยลดปัญหาการแบนของฝ่าเท้าเป็นอีกวิธีที่เหมาะสม ทั้งนี้การใส่รองเท้าที่พอดี สอดรับกับรูปเท้าจะช่วยในการสร้างสมดุล ลดปัญหาในการทรงตัวและการเดิน สามารถทำกิจวัตรในแต่ละวันได้ใกล้เคียงกับผู้ที่มีอุ้งเท้าปกติ

Scholl Biomechanics เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาโดยนายแพทย์ดร.ฟิลลิป เจ วาสิลี่ ชาวออสเตรเลีย ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพราะมีการออกแบบโดยคำนึงถึงแนวความคิดด้านสรีระของผู้สวมใส่เป็นหลัก ให้พื้นรองเท้ามีส่วนโค้งนู้นรับกับอุ้งเท้า ลดปัญหาสุขภาพเท้าที่เกิดจากปัญหาเท้าเอียงเข้าสู่ด้านใน หรือภาวะเท้าแบนได้อย่างตรงจุด และยังช่วยดูแลโครงสร้างของขาและเท้าให้ตรงตามธรรมชาติ

เทคโนโลยี ไบโอปรินท์ เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบพื้นรองเท้าอย่างถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า ที่จะช่วยเสริมระบบการทรงตัวขอร่างกายที่ถูกต้องตามสมดุลในทุกส่วนของเท้า และยังสามารถปรับให้เข้ากับเท้าผู้สวมใส่แต่ละคนได้อย่างเหมาะสม มีส่วนโค้งเว้าเข้ารูปลักษณะเท้าของผู้สวมใส่อีกทั้งยังผลิตด้วยวัสดุที่มีน้าหนักเบาความเบาและคงทน พร้อมด้วยโครงสร้างทางกายวิภาคของช่วงเท้าจึงช่วยรองรับแรงกระแทกจากการเดิน ทำให้สามารถสวมใส่รองเท้าได้นานขึ้น ลดความเมื่อยล้าจากการยืนเดิน รู้สึกสบายเท้า และสร้างสุขภาพที่ดีในขณะก้าวเดิน

อีกส่วน เป็นเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์ ตัวนี้จะช่วยในการปรับโครงสร้างของเท้า และป้องกันการเดินภาวะเท้าแบนเพราะโครงสร้างของเทคโนโลยีนี้ ออกแบบให้มีส่วนโครงนูน รับกับอุ้งเท้าของผู้ใส่ ยิ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องเดินบนพื้นแข็งๆ ใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับโครงสร้างเท้า เช่น รองเท้าส้นแบน,รองเท้าส้นสูง ก็จะทำให้มีความเสี่ยงของการเกิดภาวะเท้าแบนขึ้นได้เช่นกัน และตัวเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์นี้ นอกจากจะช่วยเรื่องเท้าแบนแล้วยังช่วยดูแลสุขภาพเท้า และยังช่วยลดแรงกระแทกในขณะเดิน และรักษาสมดุลของเท้าด้วย

 

CLAYTON DARK BROWN

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02 820 8999 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.30 น.
ยกเว้นวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
Facebook : https://www.facebook.com/SchollShoesThailand
Line : http://line.me/ti/p/@schollshoes
Website : https://www.schollshoesthailand.com/store