ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

ออฟฟิศซินโดรมหายได้ไม่ยาก… เพียงแค่ออกกำลังกาย

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

ชื่อ ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา ชื่อเล่น อาร์ตี้ อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานเอกชน

 

มีปัญหาสุขภาพอะไรมาก่อน

ก่อนที่จะหันมาออกกำลังกายคือ ป่วยเป็นออฟฟิศซินโดรมหนักมาก หนักจนแบบว่าไปนวดมาเท่าไหร่ก็ยังไม่หาย นั่งทำงานอยู่แค่คลิกเม้าท์ก็มือชาขึ้นมาเลย ก็เริ่มคิดว่าร่างกายเราสมควรต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก็ไปปรึกษาหมอ ซึ่งหมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อเนื้อมากิน แต่พอเรากลับมาอยู่สภาพเดิมที่ต้องนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ทุกวัน พอกินยามันก็หายในระยะสั้น ๆ แต่พอเลิกกินอาการมันก็กลับมาอีก ทีนี้เราก็เลยคิดว่าทำยังไงที่ต้องหายอย่างถาวรก็เลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ

 

แรงบันดาลใจในการหันมาดูแลสุขภาพ

หลังจากที่รู้ว่าร่างกายของเราไม่โอเคแล้ว เราต้องหันมาออกกำลังกายแล้ว ต้องเริ่มขยับตัวออกมาจากนอกคอมพิวเตอร์ละ เลยคิดว่าจะต้องลองออกมาวิ่งเนี่ยแหละ คือการวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด แค่เรามีรองเท้ากีฬา 1 คู่ก็สามารถวิ่งได้แล้ว เราเลยขุดตัวเองออกจากออฟฟิศขึ้นมาแล้วก็ลงไปวิ่งกันค่ะ

 

เริ่มดูแลสุขภาพด้วยวิธีใดก่อน

หาข้อมูลจาก Internet และ Youtube สมัยนี้จะมี Blogger หรือคนที่เป็นเทรนเนอร์ ที่มาให้ความรู้ใน Youtube หรือตาม Channel ต่าง ๆ เราก็ติดตาม ซึ่งเขาจะแนะนำว่า กินแบบนี้ ก็เป็นประโยชน์มากเนื่องจากหาดูได้ง่ายมาก และหลังจากเริ่มไปวิ่งในระยะแรกนั้น วิ่งได้ไม่เร็วเลย วิ่งได้ประมาณ 200 เมตร เราเหนื่อยไม่ไหวแล้ว เราเลิกไปอาทิตย์นึง แล้วกลับมาวิ่งอีกครั้งทีนี้ เราคิดว่าจะตั้งใจวิ่ง เลยจดเป็นตาราง เช่น วันอังคารเลิกงานดึกก็จะไปวิ่งตอนเช้าแทน แต่ถ้าวันพุธเราเลิกงานเย็นเราก็จะวิ่งทั้งเช้าและเย็น

 

หลังจากที่เริ่มดูแลสุขภาพผลเป็นอย่างไรบ้าง

รู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงมาก จากหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างน้อย ๆ คือ หัวใจ เพราะว่า มันจะทำให้เราไม่เหนื่อยง่าย จากที่เราเป็นคนเหนื่อยง่ายมากวิ่ง 200 เมตรวิ่งไม่ได้ เดียวนี้ก็วิ่งมาราธอนได้แล้ว รู้สึกว่าหัวใจแข็งแรงขึ้น ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น รู้สึกสดชื่นเวลามาทำงาน และก็อาการออฟฟิศซินโดรมที่ปวดตรงไหน ข้อมือ ต้นคอของเราก็หายไป โดยที่แทบไม่ต้องไปหาหมอและไม่ได้กินยาหมออีกเลย

 

หลังจากนั้นได้ลองวิธีไหนมาอีกบ้างและผลเป็นอย่างไร

ลองหาความบันเทิงให้ตัวเองเพิ่มขึ้น จากที่เราวิ่งไปเรื่อย ๆ เราก็มีความสุขในการวิ่งของเรา ทีนี้เราก็ลองหาวิธีการออกกำลังกายแบบอื่น อย่างการฝึกเต้นออกกำลังกายดู ซึ่งจากการที่ได้ไปลองเต้นดูก็สนุกมากและรู้สึกว่าหุ่นดีขึ้น พอเราได้ออกเฉพาะส่วนมากขึ้น ก็ทำให้เอวเราเล็กลงหรือแม้น้ำหนักเราจะไม่ลดลงมากแต่ก็กระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

 

วิธีที่ใช้ในปัจจุบันและความถี่ในการออกกำลังกาย

รูปแบบการออกกำลังกายที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวันเลยก็จะเน้นวิ่งเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้ก็จะมีเต้นและออกกำลังกายในยิม ซึ่งการวิ่งนี่ วันนึงวิ่งตอนเช้า อีกวันวิ่งตอนเย็น และก็จะมีเบรกแบบวิ่งวันเว้นวัน สำหรับวันที่เรายุ่งจริง ๆ เพราะว่าทุกคนก็จะมีวันที่งานยุ่ง ซึ่งแต่ละสัปดาห์เราก็ไม่สามารถวางแผนได้บางทีเราก็อาจจะงานด่วนเข้ามาเราก็ต้องทดแทนกันให้ได้ ถ้าวิ่งปกติก็ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อวัน โดยแบ่งเป็นวันจันทร์วิ่งช่วงเช้า วันอังคารวิ่งช่วงเย็น เว้นวันพุธ วันพฤหัสบดีก็วิ่งเช้า และวันศุกร์ก็วิ่งเย็น ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์เราก็รีแล็กซ์หน่อยคือจะไปเต้นกับเพื่อน ไปทำกิจกรรมร่วมกัน หรือว่าไปเข้ายิมก็จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อวันในช่วงเสาร์-อาทิตย์

 

ผลที่ได้รับในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

รู้สึกว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากก่อนหน้านี้ที่มีปวดหลัง ปวดคอ แต่ตอนนี้หลังจากออกกำลังกายแล้ว รู้สึกว่ามาทำงานก็ไม่ปวดอีกเลย โดยที่เราไม่ต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อหรืออะไรทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายนั้นเอง

 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมากขั้นตอนไหนยากที่สุดอุปสรรคคืออะไร

ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ขั้นตอนเริ่มแรก คือจะลุกขึ้นไปออกกำลังกายได้ยังไง คือช่วงแรกต้องยอมรับว่าออกกำลังกายไปแล้วจะเจ็บ หลังออกกำลังกายกลับมานี่ปวดกล้ามเนื้อมาก วิ่งได้แค่ 200 – 300 เมตร กลับมาคือปวดไปหมด วันต่อไปเราก็ไม่อยากไปออกกำลังกายเพราะเราปวดท้อง ปวดขาไปหมด ซึ่งเป็นช่วงเดือนแรกที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งถ้าเราก้าวผ่านมันไปได้ในเดือนแรกแล้ว เราก็จะเริ่มเสพติดมัน และทำให้เราอยากไปวิ่งอยากออกไปเต้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเราก็จะมีความสุขกับมันและอยู่กับการออกกำลังกายได้ค่ะ

 

ทำอย่างไรจึงเอาชนะอุปสรรคนั้นมาได้

เราต้องใจแข็งมาก ๆ และเราต้องไปดูแรงบันดาลใจใน Youtube ที่เขาออกกำลังกายให้เราดูว่าออกแล้วจะหายนะ ออกกำลังกายแล้วจะหุ่นดีขึ้นนะ แล้วเราก็ต้องทำเป็นตารางว่าเราเลิกงาน 2 ทุ่มนะ เราต้องวางปากกาและต้องเปลี่ยนชุดออกไปวิ่งนะ ต้องใจแข็งมาก ๆ และต้องมีวินัยกับตัวเองสุด ๆ ค่ะ

 

เทคนิคในการดูแลสุขภาพเฉพาะตัวที่อยากจะแชร์ประสบการณ์ให้กับผู้อื่น

เทคนิคก็คือเราต้องสร้างความบันเทิงให้กับตนเอง อย่างเราไปวิ่งในยิมประมาณ 30 นาที เราจะออกมาพักนะ หรือวิ่งให้ได้ 1 ชั่วโมงและจะออกมาถ่ายรูป 2 รูปนะ ซึ่งมันเป็นเหมือนการบังคับตัวเองให้วิ่ง ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจค่ะ และก็มีเทคนิคอีกเล็ก น้อย ๆ ก็คือ เราจะต้องทำตาราง ในสมัยนี้เราก็มีแอพพลิเคชั่นมากมายมาช่วยเรา เราก็แค่จดมันลงไปในโทรศัพท์ของเรา แค่ทำให้มันเป็นตารางอย่างแน่นอนว่าและเราต้องทำให้ได้ หรือเราจะหาเพลงที่ชอบทำเป็นลิสต์เพลงมาเปิดฟังขณะออกกำลังกาย ทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น สำหรับหัวใจหลักของการวิ่งมาราธอน คือ การฝึกซ้อม เราจะต้องมีความอดทนและมีวินัยเป็นอย่างมาก ซึ่งกว่าที่เราจะวิ่งได้ 10 หรือ 20 กิโลเมตร นี่เราต้องซ้อมไปวันละ 3 กิโลเมตร จากนั้นขยับมาเป็น 5 กิโลเมตร ต่อไปก็เป็นวันละ 7 กิโลและ 10 กิโลเมตร ค่ะ

 

ฝากถึงเพื่อน ๆ ที่สนใจใช้แนวทางเดียวกันกับเรา

สุขภาพก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของชีวิตคนเราแล้ว ถึงเราจะมีเงิน มีเวลามากแค่ไหน แต่ถ้าเรามีสุขภาพที่ไม่ดีแล้วมันจะทำให้ทุกอย่างของเราไม่ดีไปหมดเลย ฉะนั้นก็เริ่มต้นดูแลสุขภาพง่าย ๆ เช่นการวิ่งหรือไปเต้นกับเพื่อน ๆ มันเป็นความสุขที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองด้วยและทำให้เรามีสังคมกับเพื่อน ๆ อีกด้วยค่ะ