ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

-กับ-การแช่ดีเกลือ.jpg

วันนี้ดูละครเกาหลีแล้ว มีข้อคิดมาแชร์กัน 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ การทำน้ำอุ่นแช่ตัวกรณีที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ และกรณีที่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น กับอีกเรื่อง คือ ประโยชน์ของการแช่ตัวด้วย ดีเกลือ ปีนี้เมืองไทยค่อนข้างหนาว การได้อาบน้ำอุ่นก็ช่วยให้เลือดไหลหมุนเวียนสะดวกสบายขึ้น ทำให้ลดอาการปวดเมื่อยได้ในวันที่ต้องเดินเยอะ ๆ หรือวันที่ออกกำลังกายหนัก ๆ ถ้าได้แช่น้ำอุ่นจัด ๆ บวกกับการใช้เกลือ ลดการปวดเมื่อยได้ดีทีเดียว

 

เคยได้ยินเรื่องการใช้เกลือกับการนอนแช่น้ำอุ่น ในเขตชนบทของเกาหลีเหนือ ขอพูดเรื่องบทบาทในละครนิดหนึ่งนะคะ เป็นละครออกมาล่าสุดเลยที่นางเอกจากเกาหลีใต้หลงไปอยู่ในเขตทหารของประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเขตทหารในเรื่องที่อยู่ติดเขตชายแดน  ก็ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องความสะดวกสบาย การใช้น้ำใช้ไฟทำให้คิดถึงตอนที่ไปเที่ยวบนดอย หนาวมาก น้ำเย็นเจี๊ยบ แต่คิดว่าปัจจุบัน น้ำ ไฟ ความสะดวกสบายเข้าถึงมากแล้ว

ในเรื่องที่น่าสนใจ คือ ไม่มีตู้เย็น ดังนั้น ก็ใช้วิธีห่อเนื้อแล้วใส่ในตุ่มเกลือ เพื่อรักษาเนื้อไว้ใช้ทานต่อไป ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทำน้ำอุ่น ในละครใช้วิธีการต้มน้ำร้อนให้ร้อนแล้วก็เอามาใส่ในกะละมังที่พอจะแช่ตัวลงไปได้ แล้วก็หาพลาสติกมาทำเป็นกระโจม ก็คือ ทำราวเหมืนราวตากผ้า แล้วใช้ตัวหนีบผ้า เหน็บพลาสติกไว้ให้เป็นลักษณะกระโจม คลุมให้ทั่วกะละมัง เพื่อลดการระเหยความร้อนออกไปข้างนอก จะเรียกว่าซาวน่าก็ใช่เลย เผื่อเราได้เอาไปใช้แนะนำคนที่อยากอาบน้ำอุ่น ๆ ในเวลาอากาศหนาว ๆ หวังว่าเรื่องราววันนี้น่าจะมีประโยชน์กับใครไม่มากก็น้อย

เรื่องที่เป็นวิชาการหน่อย คือ เรื่อง ดีเกลือ หรือ  Epsom salt ในบ้านเรามี ใช้  2 แบบคือ ดีเกลือไทย และดีเกลือฝรั่ง

 

ดีเกลือไทย และดีเกลือฝรั่ง มีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

  • ดีเกลือไทย (Na2SO4) หรือโซเดียมซัลเฟต จะเป็นผง มีสีขาว ไม่มีกลิ่น รสเค็ม
  • ดีเกลือฝรั่ง (MgSO4.7H2O) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต หรือ Epsom salt จะเป็นผลึก มีสีขาวใส ไม่มีกลิ่น สามารถละลายน้ำได้ มีรสเค็ม


มีการใช้ Epsom salt ค่อนข้างแพร่หลาย โดยเฉพาะสำหรับนักกีฬา หรือบุคคลทั่วไป สรรพคุณมากมาย แต่ที่ชอบมากสำหรับลูกชายที่เล่นกีฬา คือ ประโยชน์ ช่วยคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเกร็ง โดยผสมน้ำและนอนแช่น้ำดีเกลือ ช่วยได้ดีเลย

หลังจากละลายในน้ำแล้ว เกลือจะถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง มีความปลอดภัยในการใช้ วิธีการผสม คือ ใช้ดีเกลือ หรือ Epsom salt 2 ถ้วยตวง ต่อน้ำแกลลอน ประมาณ 4.5 ลิตร ถ้ามากกว่านี้ก็จะเป็นน้ำกระด้างไป และทำให้ผิวแห้งเกิน ปกติก็ใช้ดีเกลือ  2 ถ้วยตวงต่อน้ำแกลลอน ผสมในอ่างอาบน้ำ แช่อย่างน้อย 15 นาที ถ้าแก้ปวดเมื่อย ก็ให้ใช้น้ำอุ่นอย่าร้อนมาก เพราะอาจจะไม่ยุบบวม นอกจากนี้ ยังใช้เป็นการขับสารพิษได้ด้วย  แถมในบางรายใช้ลดอาการสิวด้วย ทำให้ผมนุ่มสลวย มีสูตรหลายสูตรเลยค่ะ เลือกใช้ได้ตามชอบใจ

 

แมกนีเซียมซัลเฟต

ในทางการแพทย์ นำแมกนีเซียมซัลเฟตเอามาใช้ฉีดเข้าเส้นเลือด ใช้ลดการแข็งตัวของมดลูกในกรณีคลอดก่อนกำหนด และใช้ลดความดันโลหิต ในภาวะครรภ์เป็นพิษ ลดการชักเกร็ง ลดการบวมของสมอง ทางการกินก็เอามาเป็นยาระบายในภาวะท้องผูก

ประวัติของสารตัวนี้ก่อกำเนิดในประเทศอังกฤษ ยุคที่ภัยแล้ง ในปี ค.ศ. 1681 หรือ พ.ศ. 2224 ชายเลี้ยงวัวชื่อ  Henry Wicker ก้มลงดื่มน้ำจากสระน้ำที่  Epsom Common เขาค้นพบว่าน้ำเป็นกรดและขม และทำให้เขาระบายท้อง หรือมีอาการถ่ายเหลวนั่นเอง และหลังจากที่น้ำระเหยไปหมด เหลือแต่ผลึก ก็เลยกลายเป็นเอามาใช้เป็นยาระบาย ในปี ค.ศ. 1755 หรือ พ.ศ. 2318 นักวิทยาศาสตร์ นักเคมีชาวอังกฤษ ทำการศึกษาเกี่ยวกับดีเกลือตัวนี้ และค้นพบว่าสารหลัก คือ แมกนีเซียมซัลเฟต

แมกนีเซียมเป็นสารเกลือแร่ที่สำคํญต่อการดำรงชีวิต ในร่างกายต้องการสารตัวนี้เพื่อการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท ภาวะภูมิคุ้มกัน การเต้นของหัวใจ

 

ข้อดีมากมายแบบนี้ลองเอามาใช้กันดูค่ะ โดยเฉพาะตอนนี้งานวิ่งตามพี่ตูน กำลังเป็นที่นิยมของคนไทยทั้งประเทศ มาลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อกันค่ะ

 

ภาพประกอบจาก: www.freepik.com

 


-30-นาที.jpg

คุณอาจรู้สึกเหนื่อยกับการออกกำลังกาย ที่ทำอย่างไรน้ำหนักก็ไม่ลดลงออกกำลังกาย เเต่คุณทราบหรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากการกินที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานสำรองออกไป

 

15 นาทีก่อนออกกำลังกาย

15 นาทีแรกของการออกกำลังกาย ร่างกายจะดึงพลังงานหลัก (น้ำตาลจากตับ) ไปใช้ ซึ่งเป็นพลังงานต่ที่เตรียมไว้ใช้ในกิจกรรมปกติของร่างกาย เมื่อถึงนาทีที่ 15 – 30 นาที เมื่อร่างกายรู้แล้วว่า กิจกรรมนี้ใช้พลังงานมากกว่าที่เตรียมไว้ ก็จะเริ่มไปดึงแป้งมาเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเพื่อให้ได้พลังงาน 30 นาทีขึ้นไป ก็ยังไม่พออีก คราวนี้แหละจะเริ่มไปดึงพลังงานสำรอง ซึ่งเก็บไว้ในรูปของไขมันมาใช้

จึงอธิบายได้ว่า ทำไมต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 45 นาที เพราะถ้าต่ำกว่านี้ พลังงานสำรอง ยังไม่ได้ใช้อะไรเลย ภายหลังหยุดออกกำลังกาย ร่างกายจะผลิตกรดชนิดนึงออกมา ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (คนที่ออกกำลังกายบ่อย จะมีความต้านทานต่อกรดชนิดนี้ได้มาก จึงปวดเมื่อยน้อยกว่า) แต่กระบวนการผลิตที่ว่านี้ จะต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก ร่างกายจึงยังคงต้องการพลังงานต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อย 15 นาที ดังนั้น ร่างกายก็ยังคงดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานต่อไป อธิบายว่า ทำไมหลังจากหยุดออกกำลังกาย เราถึงปวดเมื่อย อุณหภูมิร่างกายสูง เหงื่อออกต่อเนื่องต่อไปอีกประมาณ 15 นาที

 

15 นาทีหลังออกกำลังกาย

ใน 15 นาทีหลังหยุด หากมีการกินอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลลงไปแม้แต่นิดเดียว (ลูกอม 1 เม็ดก็มีผลทันที) ร่างกายจะตรวจพบว่า มีน้ำตาลในแหล่งพลังงานหลักแล้ว ร่างกายก็จะหยุดดึงเอาไขมันมาใช้และหันไปใช้น้ำตาลจากพลังงานหลักทันที ดังนั้น หลังออกกำลังกาย 15 นาที หากดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเขียว กินข้าว ขนมปัง หรืออะไรก็ตามแต่ที่มีแป้งและน้ำตาล คุณกำลังสูญโอกาสที่จะลดไขมันในตัวไปอย่างน่าเสียดาย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย

 

คำแนะนำในการดื่มกินต่อกิจกรรมออกกำลังกาย

  1. ก่อนออกกำลัง 1 ชั่วโมง ไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายสะสมพลังงานหลักไว้มากเกิน ทำให้ช่วงเวลาที่จะดึงไขมันมาใช้ยืดออกไปอีก
  2. ก่อนออกกำลัง 15 นาที ให้เริ่มดื่มน้ำเปล่า ทีละอึกไปเรื่อย ๆ เพราะขณะออกกำลังร่างกายจะเสียน้ำไปเร็วมาก จึงควรดื่มเพื่อสะสมน้ำเอาไว้ล่วงหน้าก่อน
  3. ขณะออกกำลัง หมั่นดื่มน้ำทีละน้อย ๆ บ่อย ๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป จากข้อมูลนักฟุตบอลต้องการน้ำขณะเล่นฟุตบอลถึง 2 ลิตรต่อคนทีเดียว ดังนั้น ดื่มทีละน้อยๆ ให้มากที่สุดเป็นการดี
  4. หลังออกกำลังกาย นั่งพักเฉยๆ ดื่มน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ จนกว่าเหงื่อจะแห้ง ค่อยอาบน้ำ (การอาบน้ำทันที ร่างกายจะถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเผาผลาญพลังงานหยุดได้เหมือนกัน) และห้ามดื่มน้ำตาลหรือแป้งเด็ดขาด
  5. ก่อนออกกำลังรู้สึกหิว ควรจะกินหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องกิน เพราะถึงจะรู้สึกหิว แต่เมื่อร่างกายเริ่มกิจกรรมไปประมาณ 10 นาที จะถูกสั่งให้หยุดหิวทันที และจะสั่งให้หิวอีกครั้ง เมื่อร่างกายเริ่มหยุดกิจกรรม แต่ 15 นาทีแรกที่หยุด อย่าเพิ่งกินเด็ดขาด ให้ดื่มน้ำประทังไปก่อน…เป็นเคล็ดลับในการกินและดื่ม เพื่อให้ร่างกายเกิดผลต่อการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

การวางแผนที่ดีสำหรับการออกกำลังกายอย่างคุ้มค่า ทำให้คุณไม่ต้องออกกำลังกายอย่างเสียเปล่าอีกต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.hsri.or.th.(2008).ทำไมต้องออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาที.12 พฤษภาคม 2559.
แหล่งที่มา : https://www.hsri.or.th/people/media/exercise/detail/5040
ภาพประกอบจาก : www.surgery.org

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก