ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

-edit.jpg

ปรากฏการณ์การใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันโดย ไม่ได้แต่งงาน หรือการอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาของชายและหญิงที่ไม่ได้ผ่านพิธีกรรมการ แต่งงานในทางกฎหมาย (cohabitation) นั้นไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นลักษณะเฉพาะในสังคมตะวันตกเท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 

ซึ่งต่างก็มีรูปแบบของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานแตกต่างกันไป ในแต่ละสังคมและแนวโน้มของการอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานกำลังทำให้การแต่งงานลดน้อยลง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

ปรากฏการณ์อยู่ก่อนแต่ง (อเมริกัน)

ในสังคมอเมริกันการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระหว่างชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกันนี้ มีความหมายถึง “การอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน” ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการเกี้ยวพาน (courtship) ก่อนที่จะมีการตัดสินใจแต่งงานกันมากกว่าที่จะมองว่ามันเป็นรูปแบบทางเลือกของการแต่งงาน (alternative form of marriage)

ทั้งนี้เนื่องจากในวัฒนธรรมของสังคมอเมริกันนั้นการอยู่ร่วมกันโดย แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมั่นคงระหว่างคู่สมรส และถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเกี้ยวพาน นั่นคือผู้ที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานส่วนใหญ่จะแต่งงานกันภายในช่วงเวลา หนึ่งถึงสองปีหลังจากที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันหรือไม่ก็ยุติความสัมพันธ์ไปเลย และจากการศึกษาของเดวิด และบาร์บาร่า(David Popenoe and Barbara Dafoe Whitehead.2002:5) กล่าวว่า หลังจาก 5 ปี ถึง 7 ปี ของคู่หญิงชายที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน จะแยกทางกันถึงร้อยละ 39 แต่งงานกันร้อยละ 40 และร้อยละ 21 ก็ยังคงอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงาน และเดวิดกับบาร์บาร่ายังพบว่า การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานในสังคมอเมริกันนับเป็นวิถีชีวิตของการใช้ชีวิตครอบครัวแบบใหม่ที่กำลังมีความสำคัญสำหรับสังคมอเมริกัน ซึ่งคำนิยามง่ายของการอยู่ร่วมกันโดยไม่แต่งงานนั้น เป็นการแสดงถึงสถานะของคู่ชีวิตที่เป็นพวกรักเพศเดียวกัน หรือรักเพศที่ต่างกันซึ่งอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานและมีการใช้ชีวิตร่วมกัน

ซึ่งในปีค.ศ.2000 คู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานในประเทศอเมริกา มีจำนวนทั้งสิ้น 4,750,000 คู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 500,000 คู่จากปีค.ศ.1960 และ 1 ใน 4 ของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตคู่โดยไม่ได้แต่งงานในลักษณะนี้มีอายุระหว่าง 25-39 ปี และยังพบว่าคนหนุ่มสาวระดับอุดมศึกษาเห็นด้วยกับการใช้ชีวิตคู่ในลักษณะนี้

 

ปรากฏการณ์อยู่ก่อนแต่ง (ยุโรป)

ส่วนประเทศแถบยุโรปการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของชายและหญิงฉันท์สามีภรรยาใน ลักษณะนี้หมายถึง “การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงาน” (โสพิณ หมูแก้ว.2544: 2 อ้างอิงจาก Macklin.1987:320-321) ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของวิถีการดำเนินชีวิต (alternative lifestyle) โดยมีฐานะเป็นสถาบันทางสังคมหนึ่ง ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่เบี่ยงเบน แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเต่งงานและไม่ใช่เป็นขั้นตอนหนึ่งของการเกี้ยวพาน ด้วย เช่น ในประเทศเนเธอร์แลนด์หรือประเทศอื่น ๆ ที่การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานได้กลายเป็นสถาบัน (institutionalized) อันหนึ่ง ซึ่งการอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานกับการแต่งงานไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่ อย่างใด วิถีการดำเนินชีวิตทั้งสองรูปแบบมีความเหมือนกันในแง่ของการมีความสัมพันธ์ ทางเพศอันเป็นที่ยอมรับของสังคมมากกว่าจะมองในเรื่องของความผูกพันและความ มั่นคงระหว่างชายหญิง ส่วนในประเทศสวีเดนมีประมาณร้อยละ 20 ของผู้ที่อยู่ร่วมกันโดยไม่มีการแต่งงานกันเลยแต่ก็จะมีส่วนหนึ่งที่แต่งงาน กันภายหลังซึ่งหลังจากที่อยู่ด้วยกันมานานและมีลูกด้วยกันแล้ว

 

ปรากฏการณ์อยู่ก่อนแต่ง (ไทย)

สำหรับในสังคมไทยนั้น การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาของคู่ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ยังมีการศึกษาอย่างเป็นระบบค่อนข้างน้อยมาก แต่ก็เป็นลักษณะของการรับรู้จากสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ รายการโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งลักษณะการรับรู้ดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบของ “การอยู่ก่อนแต่ง” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมานานแล้วในสังคมไทยและมีแนวโน้มการเกิด ปรากฏการณ์นี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ และจากการศึกษาพบว่า ในจำนวนคู่หญิงชายที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพียงร้อยละ 52 เท่านั้นที่มีการจดทะเบียนสมรส (นภาพร ชโยวรรณ, มาลินี วงสิทธิ์ และวิภรรณ ประจวบเหมาะ.2538: บทคัดย่อ)

เหตุผลหนึ่งของการอยู่ร่วมกันแบบนี้เพื่อ “ทดลอง” ว่าจะไปด้วยกันได้หรือไม่ และหากมีปัญหาก็จะเลิกกันได้ง่าย การอยู่ร่วมกันแบบนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่สิ้นสุดลงได้ง่ายเพราะ ไม่มีพันธะทางกฎหมายที่จะยึดเหนี่ยวกัน สอดคล้องกับงานวิจัยของเดวิด และบาร์บาร่า (David Popenoe and Barbara Dafoe Whitehead.2002:4) ที่พบว่า การอยู่ด้วยกันโดยไม่ได้แต่งงานของคู่ชายหญิง ซึ่งในระยะยาวจะมีความผูกพันกันต่ำ อีกทั้งมีแรงจูงใจต่ำในการที่พัฒนาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และขาดทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตคู่ และงานวิจัยของมาโนช หล่อตระกูล. (2544:37-48) ที่ศึกษาเรื่อง สภาพปัญหาและ การปรับตัวในชาย-หญิง ผู้พยายามฆ่าตัวตาย พบว่าปัญหากดดันที่สำคัญของเพศหญิง คือ คู่ครองนอกใจ ถูกทุบตีร่างกาย คู่ครองไม่ไว้วางใจ และอยู่ด้วยกันโดยไม่ได้แต่งงาน

ทั้งนี้จากที่กล่าวมาไม่ได้หมายถึงว่าการอยู่ก่อนแต่งเป็นสิ่งที่ดี หรือไม่ดี ถึงแม้ว่า ตัวผู้เขียนจะได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้มาแล้วในแง่มุมของ ประสบการณ์ความขัดแย้งในการใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และงานวิจัยชิ้นนี้ยังได้ถูกคัดเลือกให้ไปนำเสนอในการประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ” ครั้งที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21-23 มกราคม 2552

เนื่องจากการศึกษาที่กล่าวมายังเป็นเพียงในแง่มุมหนึ่งของประเด็นที่สนใจ และในความเป็นจริงแล้วทุกสิ่งมักมีหลายมิติ หรือหลายแง่มุม แต่บทความชิ้นนี้เพียงแต่มุ่งเสนอความเป็นไป และสิ่งที่เกิดขึ้นในบางแง่มุมของปรากฏการณ์นี้เท่านั้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ดร. เทวิกา ประดิษฐบาทุกา.(2010).ปรากฏการณ์อยู่ก่อนแต่ง.12 ธันวาคม 2559.
แหล่งที่มา: http://www.gotoknow.org/posts/304397
ภาพประกอบจาก: www.clipmass.com


13-สิ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ทางเพศ.jpg

ชีวิตคู่กับเรื่องเซ็กส์หรือความสัมพันธ์ทางเพศเป็นสิ่งมีอิทธิพลต่อกันไม่น้อย บางคู่อาจมองว่าเรื่องความรักนั้นควรเน้นไปที่จิตใจมากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่งทางกายอย่างเซ็กส์นี่แหละที่สามารถทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ระหว่างคนรักขยายวงกว้างได้มากขึ้น และอะไรบ้างที่เป็นตัวการพาให้เซ็กส์จืดชืดไร้อารมณ์ ควรรีบแก้ไขด่วนก่อนจะเกินเยียวยา

 

อะไรบ้างที่ทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ

  1. ความเครียด
    หลายคนทำอะไรได้ดีหลายอย่างเมื่อพวกเขาเครียด ทำให้รู้สึกเซ็กซี่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือได้ เช่น ความเครียดในที่ทำงาน ที่บ้านหรือในความสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้ได้กับทุกคน เรียนรู้วิธีการจัดการกับสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ คุณสามารถทำอะไรได้มากมายด้วยตัวคุณเองและแพทย์สามารถช่วยคุณได้
  2. ปัญหาคู่ของคุณ
    ปัญหาเกี่ยวกับคู่ของคุณอยู่ในระดับต้น ๆ ของสิ่งบั่นทอนอารมณ์ขับเคลื่อนทางเพศสัมพันธ์ สำหรับผู้หญิง การได้ใกล้ชิดเป็นส่วนสำคัญของความปรารถนา สำหรับทั้งชายและหญิง ผลกระทบจากการทะเลาะกัน การสื่อสารที่ไม่ดี ความรู้สึกที่ถูกทรยศหรือปัญหาความไว้วางใจในเรื่องอื่น ๆ หากเป็นการยากที่จะกลับมาคืนดีกัน ควรติดต่อกับผู้ให้คำปรึกษาเพื่อขอข้อแนะนำ
  3. แอลกอฮอล์
    เครื่องดื่มอาจทำให้คุณรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น แต่ถ้าดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถทำให้ความรู้สึกทางเพศของคุณด้านชาไปได้ เมามาก ๆ ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ แย่ลงโดยเฉพาะกับคู่ของคุณกับสิ่งที่เขาต้องการ หากคุณมีปัญหาจากการดื่ม อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากนักบำบัด
  4. นอนน้อยเกินไป
    ถ้าการมีอารมณ์ทางเพศของคุณหายไป บางทีคุณอาจนอนหลับไม่เพียงพอ คุณเข้านอนดึกหรือตื่นเร็วเกินไปหรือเปล่า คุณมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับหรือไม่ เช่น นอนหลับยากหรือนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หรืออาการนอนไม่หลับเลย สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เพศสัมพันธ์ยุ่งเหยิงได้ ความรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงไปด้วย จัดการกับปัญหาการนอนหลับของคุณ หากยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
  5. มีลูก
    คุณอาจไม่หมดอารมณ์ทางเพศโดยตรงเมื่อเป็นพ่อคนแม่คน แต่คุณจะสูญเสียเวลา ลองจ้างพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยงลูก เพื่อที่คุณจะได้บริหารเวลาให้กับคู่ชีวิตของตัวเองหรือลองมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานอนหลับของลูก
  6. ยา
    ยาบางชนิดสามารถทำให้อารมณ์ทางเพศลดลง เช่น 

    • ยาซึมเศร้า
    • ยาความดันโลหิต
    • ยาคุมกำเนิด (บางการศึกษาแสดงว่ามีผลเกี่ยว บางการศึกษาบอกไม่มีผล)
    • ยาเคมีบำบัด
    • ยาต้าน HIV
    • ยาฟิแนสเทอร์ไรด์ (Finasteride)
    • ยาใช้รักษาต่อมลูกหมากโตและอาการศีรษะล้าน
      โดยการเปลี่ยนยาหรือปริมาณอาจช่วยได้ ลองปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้และอย่าหยุดรับประทานยาด้วยตัวเอง
  7. รูปร่างไม่ดี
    คุณจะรู้สึกเซ็กซี่ง่ายขึ้นถ้าคุณชอบรูปร่างของตัวเอง ดูแลรูปร่างให้ดีและอยู่ในระดับที่คุณยอมรับได้ สร้างความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเอง มีช่วงอารมณ์ที่ดี หากคู่ของคุณไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองทำให้เขามั่นใจว่าเขาดูเซ็กซี่
  8. โรคอ้วน
    เมื่อคุณมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจส่งผลให้คุณไม่สนุกกับการมีเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่คุณต้องการ หรือถูกเก็บกดไว้ด้วยความไม่มั่นใจ จัดการกับสิ่งที่คุณรู้สึกเกี่ยวกับตัวคุณเอง หากจำเป็นขอคำแนะนำกับผู้ให้คำปรึกษาอาจทำให้รู้สึกดีมากขึ้น
  9. ปัญหาการตื่นตัว
    ผู้ชายที่เป็นโรค ED (Erectile dysfunction) หรือการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักกังวลว่าจะสามารถทำเรื่องทางเพศได้อย่างไร และความกังวลนั้นทำให้ความต้องการทางเพศของพวกเขาลดลง โรค ED สามารถรักษาได้ ดังนั้นคู่รักยังสามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนเดิมอีกด้วย
  10. ฮอร์โมน T ต่ำ
    ฮอร์โมน T (Testosterone) เป็นฮอร์โมนหลักที่ช่วยกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย ช่วยกระตุ้นการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายถ้าอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมน T อาจลดลงเล็กน้อย ไม่ทั้งหมดอารมณ์ทางเพศลดลง บางคนอาจจะสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นอีกหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์กับน้ำหนักก็สามารถส่งผลต่อระดับความต้องการทางเพศและระดับฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบคำดียวที่ชี้ชัดได้แน่นอน
  11. ภาวะซึมเศร้า
    การหดหู่ใจสามารถปิดความสุขในเรื่องเพศสัมพันธ์ หากการรักษาของคุณเกี่ยวข้องกับยา บอกแพทย์ของคุณว่าอารมณ์ทางเพศลดลง เนื่องจากยารักษาโรคซึมเศร้าบางตัวมีผลต่อความต้องการทางเพศ ดังนั้นพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนักบำบัดโรคด้วย
  12. วัยหมดประจำเดือน
    สำหรับผู้หญิงหลายคนอารมณ์ทางเพศจะลดลงเมื่อมาถึงวัยหมดประจำเดือนนั่นเนื่องมาจากอาการ เช่น ความแห้งกร้านทางช่องคลอดและปวดในระหว่างการมีเซ็กส์ แต่ผู้หญิงทุกคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางรายอาจไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ ดังนั้นควรดูแลความสัมพันธ์ให้ดี มีความมั่นใจในตนเองและรักษาสุขภาพร่างกยาให้แข็งแรง
  13. การขาดความใกล้ชิด
    การจะมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีความรู้สึกใกล้ชิดสามารถทำให้หมดอารมณ์ได้ ลองใช้เวลาด้วยกันทำกิจกรรอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยอยู่เพียงสองต่อสองเท่านั้น เช่น พูดคุย กอด นวดให้กัน เป็นต้น ค้นหาวิธีแสดงออกความรักโดยไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์ ความใกล้ชิดสามารถกระตุ้นความปรารถนาได้

 

ทั้ง 13 สิ่งที่บั่นทอนให้หมดอารมณ์ทางเพศนี้ อันที่จริงแล้วมีทางออกเสมอ ในด้านที่เป็นปัจจัยภายนอกคุณควรสังเกตดูว่าอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ หรือแม้แต่เรื่องทางกายภาพอย่างความป่วยไข้ สำหรับปัจจัยภายในอย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคนรักเป็นสิ่งที่ควรทะนุถนอม ใส่ใจ ดูแลกันให้ดี เพียงเท่านี้ก็สามารถดำเนินชีวิตรักได้อย่างมีความสุขพร้อมกับเซ็กส์ที่ดีแล้ว

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.webmd.com
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com


5-เทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณถึงสุดสุดยอดได้ง่าย.jpg

ถ้าพูดถึงสุขภาพของชีวิตรักและเซ็กส์ที่ดี คงหลีกเลี่ยงเรื่องการไปถึงจุดสุดยอดไม่ได้เลย สาว ๆ ยกมือขึ้นถ้าคุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายประมาณว่า…ตอนที่คุณมีเซ็กส์อยู่และกำลังใกล้ถึงจุดสุดยอด คุณรู้สึกว่า… มันใกล้แล้วแต่ก็ไม่เสร็จสักที และสุดท้ายคุณก็ไม่สำเร็จความใคร่ ทำยังไงล่ะทีนี้

 

จุดสุดยอด ‘Orgasm’ สำคัญแค่ไหน

เป็นเรื่องเลวร้ายมากถ้าคุณผู้หญิงพูดขึ้นมาว่าแทบไม่เคยถึงจุดสุดยอดเวลามีเซ็กส์เลย…ราวกับว่าช่องคลอดเสื่อม ผู้หญิงส่วนใหญ่เคยเป็นแบบนั้นและหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงแบบนี้ไว้ว่า เหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงไม่ถึงจุดสุดยอดนั้นมีมากมาย เช่น การกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้หรือกลัวว่าจะเสียการควบคุมนั่นเอง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจมากกว่าทางกายภาพ โดยเฉพาะกับผู้หญิงหลายคนไม่รู้ตัวว่าพวกเธอใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว ทำเอาสูญเสียอรรถรสที่ควรได้รับจากความสัมพันธ์ทางเพศไปโดยปริยาย

 

เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณถึงจุดสุดยอด

  1. จินตนาการ
    ลองจินตนาการดูว่า..คุณกำลังช่วยตัวเองอยู่และกำลังจะถึงจุดสุดยอดแล้ว จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าคุณลืมส่งอีเมล หรือคิดถึงกองผ้าที่ต้องจัดการในสุดสัปดาห์นี้ ทันใดนั้นความรู้สึกที่จะถึงฝั่งฝันนั้นก็จะค่อย ๆ มลายหายไปจากความคิดของคุณอย่างรวดเร็ว หากคุณรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ไม่ว่าจะตอนที่คุณทำเองหรือกับคู่นอนของคุณ  เรื่องใต้สะดือช่วยได้ ลองจินตนาการว่าคุณถูกพันธนาการเหมือนอย่างในหนัง Fifty Shades of Grey หรือไม่ก็ลองนึกถึงการมีเซ็กส์แบบเราสองสามคนดูสิ วิธีนี้ช่วยให้มีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณกำลังทำและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในขณะที่คุณจะทำเรื่องนี้ให้จินตนาการถึงเหตุการณ์ที่จะทำให้คุณไปถึงจุดสุดยอดได้อย่างมีความสุข
  2. สมาธิในการช่วยตัวเอง
    เราควรรู้สึกอินไปกับการสำเร็จความใคร่ เพราะมันเป็นเวลาที่คุณจะผ่อนคลายและสุขสมไปกับช่วงเวลานั้น แต่การไปถึงจุดสุดยอดมันอาจจะถูกขัดจังหวะขึ้นได้อีก ถ้าคุณยังคิดถึงแต่งานหรือกองบิลที่ยังไม่ได้ชำระ เพราะฉะนั้นการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณกำลังทำจะช่วยให้คุณลืมเรื่องในหัวและลื่นไหลไปกับอารมณ์และร่างกายของคุณ ในครั้งต่อไปที่คุณช่วยตัวเอง คุณต้องมีสมาธิอยู่กับมันและพยายามทำให้ดีที่สุด ใส่ใจกับความรู้สึก ณ ตอนที่คุณกำลังลูบไล้จุดนั้นอย่างเพลิดเพลิน หรือลองสลับกับการลูบไล้บริเวณหัวนมซึ่งเป็นอีกจุดที่ให้ความซาบซ่านได้เป็นอย่างดี ลองจุดเทียนหรือหรี่ไฟเล็กน้อย หรือลองทำในขณะที่นอนแช่ในน้ำอุ่น ๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นดีในการคลายเครียด การมีสมาธิไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยให้ร่างกายของคุณรับรู้ได้ถึงทุกอรรถรสอีกด้วย
  3. ลิ้มลองของเล่นใหม่ ๆ
    ถ้าคุณไม่ถึงจุดสุดยอดด้วยตัวเอง ไม่ต้องอายที่จะลองใช้ของเล่นเป็นตัวช่วย อย่างเช่น The Womanizer ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวช่วยของสาว ๆ หลายคนในการกระตุ้นจุดกระสันหรือจุดคลิตอริส (การสั่นและดูดโดยใช้อากาศเป็นช่วย) และสัมผัสอรรถรสที่แท้จริงของการถึงจุดสุดยอด (จำไว้นะ ‘ปุ่มกระสัน’ หรือ ‘คลิตอริส’ เป็นจุดทำให้ผู้หญิงถึงไปจุดสุดยอดได้) ส่วนเครื่องสั่นแบบ Eva ขนาดกะทัดรัดนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคู่รัก เพราะมีขนาดเล็ก ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ (ส่วนปีกของตัวเครื่องสามารถห่อหุ้มบริเวณแคมได้เป็นอย่างดี) และยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้อย่างตรงจุด ของเล่นทั้งสองแบบนี้จะกระตุ้นทำให้ร่างกายสุขสมและถึงจุดสุดยอดได้อย่างง่ายดาย
  4. ลองผสมผสานท่าทางของเซ็กส์
    ทุกคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับเซ็กส์แล้ว การลองสิ่งใหม่ ๆ ยิ่งเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนความลงตัวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีใครถึงจุดสุดยอดในท่าเดิม ๆ หรอก ถ้าคุณเริ่มเบื่อกับการทำอะไรเดิม ๆ แนะนำให้ลองเปลี่ยนก่อนที่จะสายเกินแก้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณชอบท่าด้านหลังให้ลองเปลี่ยนมาอยู่ด้านบนดูหรือถ้าปกติคุณถึงจุดสุดยอดด้วยท่าปกติลองหันมาใช้ปากในการสำเร็จความใคร่ก็น่าจะดี บางครั้งการลองอะไรที่แปลกใหม่อาจจะได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึงก็ได้
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
    ถ้าการไม่ถึงจุดสุดยอดมักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ หากคุณรู้สึกว่าลองมาหมดแทบทุกวิธีแล้วก็ยังไม่ได้ผล ลองหาวิธีการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมหรือรูปแบบทางเพศดู การกลัวเสียการควบคุมหรือความกังวล หรือคุณอาจรู้สึกไม่สบายใจกับคู่นอนของคุณ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและอาจได้วิธีการรับมือกับเรื่องนี้เป็นของแถมอีกด้วย

 

เรื่องการไปถึงจุดสุดยอดด้านเซ็กส์นี้แม้จะดูเป็นเรื่องมิดชิดและเล็ก ๆ สำหรับบางคน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าแก้ไขได้แล้วจะสร้างผลดีต่อสุขภาพจิตและสุชภาพกายของคุณได้ย่างมหาศาล ดังนั้นจึงควรดูแลใส่ใจให้ครบทุกด้าน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีความสุขสมบูรณ์ในทุกช่วงขงชีวิตแน่นอน

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.womenshealthmag.com
ภาพประกอบ : www.pixabay.com

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก