ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

FeaturedImageH2C12092018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีค่ะ ชื่อ ส้ม – วรรณวรา สุทธิศักดิ์ ตอนนี้อายุ 33 ปี เป็น Social editor อยู่ที่ Rabbittoday.com ค่ะ

 

การออกกำลังกายครั้งแรก

ส้มเริ่มมาจากการโยคะก่อน เพราะว่าคิดว่าเข้าถึงง่ายสำหรับเรา ที่ชอบโยคะเพราะเราได้ฝึกการยืดหยุ่น พอเล่นแล้วก็เหมือนท้าทายตัวเองไปเรื่อย ๆ เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย ทำให้เรารู้สึกว่าเราเล่นสนุกขึ้น ได้ชาเล้นท์ตัวเองให้ทำท่าต่าง ๆ ได้มากขึ้น แต่ว่าเล่นมา 10 กว่าปีมันรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์เรื่องการใช้กล้ามเนื้อ การลดน้ำหนักก็คิดว่ามันน่าจะมีทางเลือกอื่น ๆ ในการออกกำลังกายมากขึ้น

 

การออกกำลังกายในปัจจุบัน

ตั้งแต่ปีที่แล้วที่เราอยากจะหาวิธีการออกกำลังกายที่มันแตกต่าง ตอนนั้นก็ได้รู้จักการออกกำลังกายที่เรียกว่า Boot camp ซึ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใหม่เหมือนกันสำหรับคนออกกำลังกายทั่วไป

Boot camp คือเราสร้างกล้ามเนื้อโดยเล่นท่าต่าง ๆ ตามที่ผู้สอนเค้าเซ็ตมาให้เราในแต่ละวัน เราก็จะได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายเลย เราก็จะได้เรียนรู้ท่าทางที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน เรื่องการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ 1 ปีที่ผ่านมาได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกกำลังกาย แล้วทำให้ร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

 

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน

พอกลับมาหลังจากเล่น Session แรก เรานอนไม่หลับ รู้สึกว่าร่างกายมันตื่นตัวมาก มันแตกต่างจากโยคะที่เราเล่นมาโดยสิ้นเชิง เพราะว่าร่างกายเราได้ใช้กล้ามเนื้อหมดทุกส่วน รวมไปถึงหัวใจด้วย เรื่องหัวใจสำคัญมากสำหรับการออกกำลังกาย เพราะว่ามันมีส่วนในการลดน้ำหนัก ช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตลอดทั้งวัน นี่คือสิ่งที่ส้มได้เรียนรู้จากการออกกำลังกายแบบ Boot camp พอเล่นได้สักระยะนึงก็จะเห็นพวกกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ชัดขึ้น เช่น กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อแขน หรือไม่ก็กล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งมันแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบเก่าที่ส้มเคยเล่นมา ไม่ว่าจะเป็นโยคะหรือการวิ่ง

 

หลัก ๆ คือเรื่องของการจัดสรรเวลา มันคืออุปสรรคที่ทำให้คนล้มเลิก มันทำให้วินัยของเราเสีย

 

อุปสรรคของการออกกำลังกาย

ส้มคิดว่าหลัง ๆ คือเรื่องเวลา แต่ละคนก็คงคิดเหมือนกันว่าเราไม่มีเวลาไปออกกำลังกายเลย หรือทำไมเช้าจัง ฉันขี้เกียจตื่น ฉันเหนื่อย การออกกำลังกายแต่ละประเภทอาจจะแตกต่างกันเรื่องรายละเอียด แต่เมื่อเราพาตัวเองไปออกกำลังกาย มันจบละ

การมีวินัยในการออกกำลังกายสำคัญมาก ตอนนี้ส้มก็จะมาช่วงเช้าเป็นประจำจันทร์-ศุกร์ ออกกำลังกายเสร็จแล้วเราไปทำงาน กลับมาเราก็รีบพักผ่อน แล้วตอนเช้าก็มาออกกำลังกายใหม่ให้เป็นประจำ เมื่อทำเป็นกิจวัตรแล้วมันก็จะข้ามอุปสรรคเรื่องเวลาได้ค่ะ

 

ตารางการออกกำลังกาย

ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปีที่แล้วจะเล่นถี่มาก ส้มจะเล่นประมาณ 5 – 6 วัน ตอนนั้นเหมือนกับร่างกายเราเคยชินกับการออกกำลังกายมันก็จะสนุกไปด้วย ส้มจะชอบเล่นช่วงเช้า 7 โมง เล่น 1 ชั่วโมง ถือว่าจบในวันเดียว มันพอแล้ว แล้วช่วงกลางสัปดาห์ก็จะพักบ้างเพื่อเป็นการฟื้นฟูร่างกาย แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มกลับมาเล่นใหม่ เป็นการเริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อใหม่ ก็จะเล่นประมาณ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ค่ะ

 

เป้าหมายสำคัญในการออกกำลังกายของส้มก็คือการได้ฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจของเราไปด้วย

 

เป้าหมายของการออกกำลังกายตอนนี้

เราออกกำลังกายมาช่วงนึงแล้วก็อยากจะทำให้มันเหมือน Maintain กล้ามเนื้อของเราให้ดีขึ้น เราโอเคที่เราได้ออกกำลังกายทุกวัน ได้เคลื่อนไหว เป็นการสร้างความสุขในทุกๆ วัน ส่วนสำคัญในเรื่องการออกกำลังกายของส้มคือการช่วยในเรื่อง Mental health ก็คือในเรื่องของจิตใจร่วมด้วย ส้มคิดว่าไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบไหนมันช่วยในเรื่องของจิตใจของเรา

ทุกวันนี้เราเจอกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันทุกวัน ไม่ว่าจะเรื่องของการทำงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว ฯลฯ การออกกำลังกายด้วยโยคะเราจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้เรียนรู้การฝึกท่าทางต่าง ๆ ส่วนการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น Boot camp หรือ Circuit training ถึงมันจะมีความแตกต่างกัน แต่เราได้โฟกัสไปที่ร่างกายของตัวเอง และที่สำคัญคือเราได้โฟกัสไปที่จิตใจของตัวเองว่าเป้าหมายสำคัญในการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตของเราคืออะไร

 

การดูแลสุขภาพนอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย

นอกจากการออกกำลังกายแล้วก็เป็นเรื่องของการรับประทานอาหารค่ะ เราออกจากยิมไปแล้วเราต้องดูแลตัวเอง มันเหมือนแบ่งเปอร์เซ็นต์ไว้ชัดเจนคือ การรับประทานอาหารคือ 70% ออกกำลังกายเพียงแค่ 30% เท่านั้น ส้มก็ลองทำอาหารเองมาแล้วหลายปีเหมือนกัน ลองดูว่าเมนูไหนที่เราพอจะทำได้โดยที่ไม่ต้องปรุงมาก ใช้เพียงแค่น้ำมันน้อย ๆ ปรุงไม่มาก อาจจะใช้เกลือ หรือพริกไทยเล็กน้อย อาจจะเป็นผักต้ม ผักสลัด ไข่ต้ม ซึ่งเป็นอาหารที่เราสามารถทำรับประทานเองได้ในช่วงกลางวัน เราอาจจะเตรียมตอนเย็นที่กลับถึงบ้านแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วค่อยนำออกมาเข้าไมโครเวฟแล้วรับประทานช่วงกลางวัน เพราะอาหารแต่ละวันที่เราออกไปทานตอนกลางวันก็จะมีตัวเลือกไม่มาก เช่น ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ซึ่งมีน้ำมันมาก และมีการปรุงรสมากจนเกินไป

 

การสร้าง Passion ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองจะทำให้การออกกำลังกายสนุกขึ้น

 

เทคนิคการสุขภาพ

ส้มคิดว่าแต่ละคนคงมีแตกต่างกันไป แต่สำหรับส้มเองก็คือการสร้างเป้าหมายให้กับตัวเอง การสร้าง Passion ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองอยู่เรื่อย ๆ การออกกำลังกายแบบใหม่เราก็อาจจะไปลอง อย่างตอนนี้ส้มก็อยากจะลองการออกกำลังกายแบบอื่นที่แปลกใหม่ไปเลย เช่น Paddle board ค่ะ

 

เริ่มออกกำลังกายด้วยการข้ามกรอบของตัวเอง และเข้าไปพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

ส้มอยากบอกว่าให้ข้ามกรอบของตัวเองออกไปเลยค่ะ ไม่ต้องมองว่าตอนนี้กระแสมันคืออะไร หรือไปแล้วมันจะยากหรือไม่สนุกหรือเปล่า ให้ปัดกำแพงนี้ออกไปให้หมด แล้วก็มาโฟกัสที่ตัวเองว่าเราเริ่มจากตรงไหน บางคนอาจชอบเสื้อผ้าก็ไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ แล้วก็ออกไปที่ยิมเลยค่ะ แค่เข้าไปถามว่ามีโปรแกรมอะไรที่น่าสนใจหรือคนใกล้ตัวอย่างเพื่อน ๆ ครอบครัวที่ออกกำลังกาย ก็เข้าไปถามเค้าดูว่ามันสนุกยังไง เราต้องทำอย่างไรถึงจะได้สุขภาพที่ดีอย่างเขา ส้มว่าการสร้างคอมมูนิตี้ หรือการเข้าไปพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์ก็จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายและออกกำลังกายได้อย่างสนุกค่ะ

 


FeaturedImageH2C07092018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัวเอง

สวัสดีครับ ผมชื่อ ตู่ – มหัสนัย ลิ่วเฉลิมวงศ์ อายุ 45 ปี เป็นช่างภาพอิสระครับ

 

ปัญหาสุขภาพก่อนเริ่มออกกำลังกาย

ก่อนที่จะมาออกกำลังกาย ตอนเช้า ๆ ก็จะตื่นมาปวดหัว มึนหัว ไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่า พอทำงานอากาศร้อน ๆ เดินไกล ๆ ก็จะเริ่มเหนื่อยง่าย หรือบางงานที่ต้องขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูง ๆ ก็จะมีปัญหาเมื่อยขาต้องคอยพักบ่อย ๆ ก็เป็นอุปสรรคในการทำงานพอสมควรครับ

 

แรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

แรงบันดาลใจของผม ผมไม่มีนะ มันเกิดจากตัวเราเองเลย เกิดจากเรามองว่าในอนาคตเราจะมีอายุไปอีกกี่ปี แล้วจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร เพราะว่าพอเราอายุมากขึ้นปัญหาต่าง ๆ มันก็จะรุมเร้า เราเริ่มจากตัวเราเองว่า วันนี้เราลองทำร่างกายของเราให้มันสมดุล ไม่ให้มันล้นเกินไป อ้วนเกินไปก็เลยหันมารักษาสุขภาพ ที่มาที่ไปมีแค่นี้เอง เพื่อตัวเราเอง

 

เริ่มออกกำลังกาย

ผมเริ่มออกกำลังกายปลายปี 2016 จนถึงปัจจุบันผมก็ลดไปประมาณเกือบ ๆ 30 กิโลกรัมครับ ช่วงแรก ๆ ผมเล่นคาร์ดิโอโดยการวิ่งกับปั่นจักรยานเพื่อลดไขมันก่อน เริ่มจากการปั่นจักรยานแล้วก็วิ่งบ้างสลับกัน ประมาณ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ ผมจะดูว่าผมมีเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้ามีเวลา 3 – 4 ชั่วโมงผมจะเลือกที่จะปั่นจักรยาน ถ้ามีเวลาเหลือสักชั่วโมงนึง ผมก็จะวิ่งสัก 45 นาทีครับ ผ่านไปสัก 6 – 7 เดือนผมก็มายกเวท เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น แล้วก็ช่วยให้ระบบเผาผลาญมันดีขึ้น

 

โปรแกรมการออกกำลังกายปัจจุบัน

ในสัปดาห์นึงผมจะออกกำลังกายสลับกัน อย่างวันจันทร์ถ้าผมเล่นคาร์ดิโอก็จะวิ่งหรือปั่นจักรยาน วันอังคารก็จะเป็นฟรีเวท บอดี้เวท หรือแมชชีน อีกวันก็จะเป็นคาร์ดิโอสลับกับเวทแบบนี้ครับ

ถ้าเป็นเวทหรือยกน้ำหนักผมจะใช้เวลา 45 นาที – 1.30 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายเรามีความพร้อมแค่ไหน จะไม่หักโหมเกินไป ถ้าเป็นคาร์ดิโออย่างต่ำ ๆ คือ 40 นาที ความถี่ 5 วันต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้ก็คือทุกวันครับ มันเหมือนเป็นสิ่งเสพติดไปแล้ว เหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว

 

การควบคุมอาหาร

ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากครับ ผมมองว่าการดูแลสุขภาพ 70% คือเรื่องอาหารการกิน 30% คือเรื่องการออกกำลังกาย ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการกินค่อนข้างมาก พยายามเลี่ยงมัน เลี่ยงเค็ม เลี่ยงหวาน อย่างทานก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ปรุง พวกกาแฟก็ไม่ใส่น้ำตาลเลย ทุกอย่างคือไม่มีหวานเลย

ตอนนี้ผมก็เริ่มอยู่ตัวนะ เริ่มกลับมาทานอะไรได้ปริมาณเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะกล้ามเนื้อเรามากขึ้น ระบบการเผาผลาญเราดีขึ้น มันจะหิวบ่อย 2 ชั่วโมงก็หิวละ ทานตลอด แต่น้ำหนักก็ไม่ขึ้นนะ แล้วไขมันก็ไม่ได้ขึ้น เพราะระบบร่างกายเราน่าจะมีการเผาผลาญที่ดี

 

การออกกำลังกายมันมีผลต่อการทำงาน มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คนรอบข้างมาทักว่าเราเปลี่ยนแปลงไป เราก็มีกำลังใจอยากทำต่อ

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ตอนแรกผมหนักประมาณ 120 กิโลกรัม ช่วง 1 – 2 เดือนแรก น้ำหนักไม่ลงสักขีดเลย เกือบจะท้อแล้วนะ แต่ก็เออ…ทำต่อไป พอขึ้นสู่เดือนที่ 3 มันเริ่มลงนะ เดือนที่ 5 ลงจนถึง 25 กิโลกรัม แต่ลดสูงสุดคือ 27 กิโลกรัม โดยใช้แค่การปั่นจักรยานกับการวิ่ง แต่ว่าทำให้สม่ำเสมอ บางสัปดาห์นี่ 6 วัน ไม่หยุดเลย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือความกระฉับกระเฉงในการทำงาน อย่างผมเป็นช่างภาพอุปกรณ์ที่แบกก็ค่อนข้างจะหนัก ผมเห็นได้ชัดเลยคือเราสามารถถืออุปกรณ์หนัก ๆ ได้ทั้งวัน ไม่เหนื่อย แล้วก็เดินได้มากขึ้น รับงานได้มากขึ้น

 

อุปสรรคและความยากลำบาก

ช่วง 1 – 2 เดือนแรกรู้สึกท้อมาก ๆ เลย แต่มันอยู่ที่ใจ ใจเราคิดว่าเราทำได้ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2011 ผมเคยมาแล้วทีนึงด้วยการออกกำลังกายนี่แหละ พอผอมแล้วก็ประมาทไปหน่อย ปล่อยตัวเลย คิดว่ามันไม่กลับมาแล้ว ผมคิดว่า ทำได้ก็คือทำได้

 

มันต้องเริ่มจากใจเรา ใจเราต้องมุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่มีใครมาควบคุมเราได้นอกจากตัวเราเอง

 

เทคนิคการออกกำลังกาย

เทคนิคของผมคือทำไปเรื่อย ๆ สม่ำเสมอ ถ้าจะให้แนะนำนะ มันต้องเริ่มจากใจเรา ใจเรามันต้องมุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่มีใครมาควบคุมเราได้นอกจากตัวเราเอง ด้วยใจที่มีความสุขนะ ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จ ให้ทำไปเรื่อย ๆ มันจะทำได้

 

ผมยังหาข้อเสียของการออกกำลังกายไม่เจอเลยครับ ผมจะแนะนำทุกคนที่เจอในฟิตเนสเลยว่า เราไม่ได้ฝืนตัวเองลุกขึ้นมา เราต้องทำด้วยใจที่มีความสุข มันจะมีผลดี

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

สิ่งที่ผมทำมันมีผลต่อคนรอบข้างให้หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ผมรู้สึกดีนะ อย่างเราทำได้ คนอื่นก็ทำได้ เราก็อยากให้คนรอบตัวมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพมากขึ้นเพราะว่ามันมีผลต่องาน ถ้าสุขภาพเราดี ผลงานเราก็ดี คุณภาพชีวิตเราก็จะดี

ผมก็จะแนะนำว่าให้เริ่มทำเดี๋ยวนี้เลย เริ่มจากอะไรก็ได้ที่ทำให้เราเหงื่อออก อาจจะเดินเร็วแล้วก็เริ่มวิ่ง หลายคนที่ผมแนะนำไปเค้าทำตามแบบนี้นะแล้วมันจะดีขึ้น การออกกำลังกายในความคิดผมก็คือขอความสม่ำเสมอ วันนึงไม่จำเป็นต้องวิ่ง 5 กิโลเมตร หรือ 10 กิโลเมตร อาจจะวิ่ง 3 – 4 กิโลเมตรก็ได้แต่ให้ทำทุกวันต่อเนื่อง เพราะว่าความต่อเนื่องมันสำคัญ มันจะเห็นผล บางคนทำ 2 – 3 สัปดาห์ ยังไม่เห็นเปลี่ยนแปลงเลยก็หยุดไปที่ทำมามันก็สูญเปล่า

 

 


FeaturedImageH2C20082018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีค่ะ ชื่อ มิ้งค์ – ภัทรวดี สุระสัจจะ อายุ 31 ค่ะ ทำงานเป็น Sport leader อยู่ที่บริษัท Decathlon ค่ะ

 

ปัญหาสุขภาพ

เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ๆ คุณหมอก็เลยแนะนำให้ออกกำลังกาย ก็เริ่มเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นมีกีฬาสีที่โรงเรียน อยากมีส่วนร่วมก็เลยไปขอเค้าเล่นบาสเกตบอล ก็เล่นมาเรื่อย ๆ พอตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เริ่มเล่นกีฬาอื่นอย่าง ปั่นจักรยาน ต่อยมวย ตอนนี้เริ่มสนใจกีฬาทางน้ำค่ะ

 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังจากออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

เราอยากให้หัวใจสูบฉีด พอเลือดมันสูบฉีดแล้วระบบในร่างกายมันก็จะทำงานดีค่ะ จากที่ออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กมันทำให้เราไม่ค่อยป่วยค่ะ เวลาออกกำลังกายก็จะเล่นกีฬาได้ถึงจุดที่มากกว่าที่เราคิด เช่น เราคิดว่าวิ่ง 2 – 3 กิโลเมตรก็เหนื่อยแล้ว แต่เราอาจจะวิ่งได้ 4 – 5 กิโลเมตร อย่างกีฬาทางน้ำ มิ้งค์คิดว่าว่ายไปสัก 20 เมตรก็น่าจะเหนื่อยแล้ว แต่เราว่ายไปได้ไกลกว่านั้น เพราะว่ากล้ามเนื้อเราแข็งแรงค่ะ

 

ปัญหาและอุปสรรคในการออกกำลังกาย

อาจจะเป็นเรื่องของการจัดสรรเวลา เพราะตอนนี้ทำงานก็เยอะเหมือนกัน แล้วเราก็ต้องพักผ่อนให้พอด้วยค่ะ เราแก้ปัญหาโดยการจัดเวลาให้เป็น Life balance ซึ่งมิ้งค์จะตื่นตั้งแต่ 7 โมง พอเลิกงานก็จะไปยิม แล้วก็พยายามนอนไม่เกินเที่ยงคืนค่ะ

 

ตารางการออกกำลังกาย

มิ้งค์จะออกกำลังกายอาทิตย์นึงประมาณ 3 ครั้งโดยเฉลี่ย ครั้งละประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงค่ะ ก็จะมีคาร์ดิโอ แล้วก็เล่นบอดี้เวท บางทีก็จะเป็น Zumba body combat หรือโยคะบ้าง ส่วนในวันธรรมดาปกติจะเป็นเหมือนเราพัฒนากล้ามเนื้อเราให้แข็งแรง เวลาเราไปออกกำลังกายที่ค่อนข้างเอ็กซ์ตรีมหรือใช้แรงเยอะอย่างกีฬาทางน้ำ เราจะได้มีแรงค่ะ

 

กีฬาทางน้ำเป็นเรื่องของการเอาชนะความกลัวของตัวเอง นอกจากนั้น ยังทำให้ร่างกายเราพัฒนาขึ้นแล้ว จิตใจเรายังพัฒนาขึ้นด้วย

 

เสน่ห์ของการเล่นกีฬาทางน้ำ

คือไม่ใช่จะบอกว่ากีฬาอินดอร์มันไม่ท้าทายนะ บางคนไม่ชอบออกกำลังกายเลย ก็เปลี่ยนตัวเองในการมายกเวท มาคาร์ดิโอ แต่สำหรับมิ้งค์กีฬาทางน้ำมันเป็นเรื่องของการเอาชนะความกลัวของตัวเอง เหมือนเรากลัวคลื่น แต่เราเล่นเซิร์ฟ เราพายเข้าไปหามัน นอกจากมันจะทำให้ร่างกายเราพัฒนาขึ้นแล้วจิตใจเรายังพัฒนาขึ้นด้วยค่ะ

 

พยายามออกมาจาก Comfort zone ของตัวเอง โดยการเข้าหามัน ทำให้เรากลัวน้อยลง

 

อย่างเช่นเราอาจจะรู้สึกว่าเราอยู่ใน Comfort zone ของเรา ทำงาน เข้ายิม แต่การที่เราออกไปข้างนอก ทำอะไรใหม่ ๆ มันทำให้เราค้นพบว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่า จริง ๆ คลื่นมันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น หรือว่าเราก็ว่ายน้ำไปในทะเลไกล ๆ ได้นะ พอเราเอาชนะตัวเองได้ในสิ่งที่เรากลัว เราก็จะมีแรงใจที่จะไปเอาชนะเรื่องอื่นทีเรากลัวได้อีกค่ะ ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่ค่ะ แต่ก็พยายามที่จะเอาชนะตัวเองไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

การดูแลสุขภาพนอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย

มิ้งค์เป็นคนทานเยอะมากค่ะ ทานได้เรื่อย ๆ เหมือนเรามีความสุขกับการทาน แต่เราก็ต้องออกกำลังกายด้วยค่ะ ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายก็จะเน้นไปทางการรับประทานอาหารมากขึ้น คือทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ห้ามอดอาหาร อาหารเช้าจะสำคัญมากค่ะ แล้วถ้าช่วงไหนที่ออกกำลังกายก็อาจจะทานโปรตีนเยอะมากขึ้น เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ แล้วก็ไม่ดื่มกาแฟ ไม่ค่อยทานน้ำอัดลม ดื่มน้ำในแต่ละวันให้พอเพียงค่ะ

 

เทคนิคการสุขภาพ

เทคนิคในการดูแลสุขภาพของมิ้งค์คือ รับประทานอาหารให้พอ พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเท่าที่เรารับได้ อย่าหักโหม มันสำคัญมากทั้งร่างกายและจิตใจเพราะเราจะไม่เครียดกับมันค่ะ

มิ้งค์รู้สึกว่าการออกกำลังกายมันคือ การผ่อนคลายด้วยนะ ทุกคนมันมีความเครียดในทุกเรื่อง ครอบครัว งาน บางเรื่องเราก็ต้องปล่อยมันบ้าง อย่าไปกดดันตัวเองมาก เพราะถ้าไม่กดดันตัวเองเราจะทำได้นานค่ะ

 

คนที่อยากออกกำลังกายทางน้ำ มันมีเสน่ห์คือ มันเหมือนการเที่ยวไปในตัว

คือ เที่ยวด้วย ออกกำลังกายด้วย มันได้ทั้งร่างกาย และจิตใจค่ะ

 

แนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังกาย

ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าเราออกกำลังกายเพื่ออะไร เพื่อรักษาตัวเอง เพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อการผ่อนคลาย หรือว่าอยากออกจาก Comfort zone ของตัวเอง พอมีเป้าหมายเราจะเริ่มเซ็ตแล้วว่าเราจะทำแบบนี้ แล้วค่อย ๆ เดินตามเป้าหมาย ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองค่ะ

มีหลายคนนะที่ไม่ได้เล่นกีฬาทางน้ำเพราะว่าว่ายน้ำไม่เป็น แล้วก็มีหลายคนที่มาเล่นกีฬาทางน้ำทั้ง ๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น มันน่าสนใจตรงที่เราจะกล้าเดินออกจากจุดที่เป็น Comfort zone ของเราหรือเปล่า

สำหรับคนที่จะเล่นกีฬาทางน้ำ หนึ่งควรจะต้องว่ายน้ำเป็น ไม่ต้องว่ายแข็งก็ได้ สองคือ ควรจะรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อย่างเช่นการทำ CPR อย่างน้อยเรารู้ว่าเวลาเราเจอคนหมดสติจากการทำกิจกรรมทางน้ำเราจะช่วยเค้าอย่างไร มิ้งค์ว่าอันนี้สำคัญเหมือนกันนะ

กีฬาทางน้ำจริง ๆ ไม่ได้น่ากลัวนะคะ มันมีความท้าทาย การเล่นกีฬาทางน้ำอย่างเช่น Surf board SUP (Stand up paddle) หรือว่า Kayak หรือการล่องแก่งต่าง ๆ ในแต่ละวันเราไม่มีทางรู้เลยว่าวันนี้คลื่นจะเป็นอย่างไร มันสนุกตรงที่เราได้ท้าทายตัวเองค่ะ

 

ขอบคุณสถานที่ : TACO LAKE

 


FeaturedImageH2C05072018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีครับ สาครินทร์ สุธรรมสมัย ครับ ชื่อเล่นชื่อคริน อายุ 34 ปี อาชีพตอนนี้เป็นนักแสดงและนักดนตรีครับ

 

ปัญหาสุขภาพของตัวเอง

ผมขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก เป็นภูมิแพ้ด้วย แต่พอโตขึ้นมาก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังมีอาการภูมิแพ้อยู่ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้สุขภาพมันเปลี่ยนคืออุบัติเหตุรถชนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ผมเดินไม่ได้อยู่ช่วงนึงเพราะว่าเข่ากระแทกกับตัวคอนโซลรถ ก็เลยมีปัญหาเกี่ยวกับบอดี้ช่วงล่างตั้งแต่นั้น ประกอบกับเป็นคนที่เล่นบาสเกตบอลมาด้วย ทั้งเข่า ทั้งข้อเท้าก็มีปัญหามานานละ

 

วิธีการรักษาหรือการดูแลสุขภาพ

เรื่องรับประทานอาหาร ผมเป็นคนไม่ทานของทอด ของมัน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยได้ระดับนึงเลย แล้วก็มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มันก็จะมีช่วงชีวิตที่ออกกำลังกายหนักๆ เป็นปี อย่างเช่นเข้ายิมประมาณ 3-4 วันต่ออาทิตย์ ทานโปรตีน คุมอาหาร การทานคลีนวันละ 4-5 มื้อ แต่ตอนนี้ก็พยายามให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา

 

การวางแผนการออกกำลังกาย ให้เหมาะกับอายุที่มากขึ้น จะเป็นการออกกำลังกาย เพื่อเน้นให้ร่างกายตื่นตัวเสมอ มากกว่าการพัฒนาศักยภาพ

 

การออกกำลังกายในปัจจุบัน

ด้วยอายุที่มันเพิ่มมากขึ้น โปรแกรมการออกกำลังกายก็จะเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อเหมือนนักกีฬาแล้ว เมื่อก่อนผมเป็นนักกีฬาก็จะมีแพทเทิร์นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเรา แต่ตอนนี้มันเป็นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาระบบเผาผลาญ เพื่อการใช้ร่างกายหรือกล้ามเนื้อต่าง ๆ ให้คงที่ขึ้น ปัจจุบันก็เป็นการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมันตื่นตัวสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

โปรแกรมการออกกำลังกายก็จะเน้นให้ร่างกายตื่นตัวเสมอ เพราะฉะนั้นจะออกกำลังกายไม่หนัก แต่เน้นความสม่ำเสมอต่ออาทิตย์มากกว่า อย่างเช่น ตอนนี้ก็เล่นกีฬา Rock climbing หรือการปีนหน้าผา มันจะเป็นการรวมเรื่องของโยคะ เวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ แล้วก็มีเรื่องของการท้าทายด้วย

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของร่างกายหลังออกกำลังกาย

ใครที่เป็นภูมิแพ้จะทราบดีว่ามันไม่หายง่าย ๆ ครับ บางคนก็แพ้ตลอดชีวิตเลยก็มี ของผมจะมีหลาย ๆ ช่วง อย่างช่วงที่เป็นนักกีฬาบาสดีขึ้น ช่วงที่มาเล่นยิม ปีนเขาก็ดีขึ้น ถามว่ามันช่วยไหม มันช่วย แต่ว่ามันไม่ได้หายสนิท อันนี้อาจจะเป็นคาแรคเตอร์ของโรคภูมิแพ้ด้วยครับ

ก่อนหน้านี้ผมยืนขาเดียวไม่ได้ ขามันสั่น จากอุบัติเหตุและการเล่นบาส คนสูง ๆ จะรู้เลยว่ามันเป็นปัญหากันทุกคนถ้าเล่นบาส พอมาปีนหน้าผาก็ทำให้อาการนี้มันหายไป มันได้ความแข็งแรงของช่วงบอดี้ข้างล่าง รูปร่างที่จะเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ คือจะไม่เหมือนกันเล่นยิมที่เราไปเน้นตามสัดส่วนต่าง ๆ อันนี้จะเป็นการสร้างบอดี้โดยธรรมชาติ เพราะเราใช้ร่างกายของตัวเองในการเทรน ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลาย ๆ อย่าง ทั้งโยคะ การยืดหยุ่น การเบิร์น การคาร์ดิโอ การเวทเทรนนิ่งอย่างที่ผมบอกไป มันถูกรวมไว้แล้ว กลายเป็นว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องมาโฟกัสอะไร

 

ผลตอบรับที่ได้จากร่างกายที่ดีขึ้น จะทำให้อุปสรรค และความยากลำบากมันหายไปครับ

 

อุปสรรคและความยากลำบาก

ความสม่ำเสมอครับ หลาย ๆ คนอยากจะลดน้ำหนัก หลาย ๆ คนอยากจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวเอง แต่เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องความสม่ำเสมอและเรื่องของระเบียบวินัย ผมว่าอันนี้เป็นข้อสำคัญ การที่จะบังคับตัวเองไปออกกำลังกายแต่ละอาทิตย์ ถ้ามีคำว่า “บังคับ” เกิดขึ้น แสดงว่าคุณไม่ได้แฮปปี้ที่จะออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหากีฬาหรือการออกกำลังกายที่คุณอยากทำ อยากไปเล่น อยากใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วความยากลำบากหรืออุปสรรคนี้มันจะไม่เกิดขึ้น

 

มาทำสิ่งดี ๆ ให้มันเกิดขึ้นกับร่างกาย และจิตใจของคุณ ด้วยการออกกำลังกายกันดีกว่า

 

คำแนะนำสำหรับคนที่สนใจการออกกำลังกาย

ร่างกายเราเมื่ออายุเกิน 25 ปี มันเป็นการเริ่มต้นของการทำงานที่ลดลงของระบบร่างกายทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะทำให้ชะลอความแก่ได้ดีที่สุดมันคือการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร ถ้าแนะนำคืออยากให้ทุกคนหาความสนุกที่จะออกกำลังกาย เพราะร่างกายเราถดถอยลงทุกวันด้วยอายุที่มากขึ้นทุกวัน เราจะต้องคงความแข็งแรงของร่างกายไว้ให้ยาวนานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์ ระบบการทำงานภายใน ทุกอย่างมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคุณมีความสุขมากขึ้น การออกกำลังกายมันมีแต่ข้อดี มันไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างของคุณเท่านั้น มันยังมีเรื่องสังคมรอบ ๆ ที่คุณจะได้ด้วยครับ การพักผ่อนที่ดีขึ้น การเอาชนะตัวเอง การที่ระบบภายในร่างกายดีขึ้นก็ส่งผลต่อการทำงานของคุณ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณทำได้ ณ เดี๋ยวนี้เลย

 

เชิญชวนให้มาเล่นกีฬาปีนหน้าผาจำลอง

นอกจากเรื่องที่ผมบอกไปว่ามีการเวทเทรนนิ่ง เรื่องของคาดิโอ โยคะ อีกเรื่องนึงที่น่าสนใจคือมันเป็นกีฬาที่สนุกมาก ๆ จะมีชาเล้นท์ให้คุณไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ในแต่ละครั้ง

ผมเล่นกีฬามาเยอะ มันจะเป็นกีฬาที่เป็นของทีม ฝ่ายตรงข้าม มีคู่แข่ง มีสกอร์บอร์ด แต่กีฬาปีนผามีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ ทุกคนที่มาปีนกับคุณจะเป็นทีมเดียวกับคุณไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ในแต่ละด่านที่คุณปีนขึ้นไปทุกคนก็จะเอาใจช่วยคุณให้คุณปีนขึ้นไปจนถึงข้างบนจนจบ เป็นกีฬาที่ไม่มีคู่แข่ง เป็นกีฬาที่มีแต่มิตรภาพ สร้างสังคมรอบ ๆ ตัว เมื่อทุกคนเอาใจช่วยกัน มันก็จะมีแต่ความรู้สึก Positive ในการมาเล่นกีฬานี้ แล้วก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย ชอบโจทย์ใหม่ ๆ อยู่เสมอในชีวิต

ถ้าใครชอบกีฬาที่ท้าทาย ชอบความรู้สึก Positive ในการเล่น ผมก็แนะนำครับ มาลองดู สนุก ตื่นเต้น แล้วก็รวมหลาย ๆ ศาสตร์ในการออกกำลังเอาไว้ แล้วก็มีสังคมที่ดี มี Energy ที่ดีที่คุณจะออกมาทำอะไรสักอย่างให้ตัวคุณเอง แนะนำอย่างให้มาลองกันครับ

 

 


FeaturedImageH2C10052018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

ชื่อ แป๋ง – นรุตม์ ลีระสันธนะ อาชีพธุรกิจส่วนตัว อายุ 28 ปี

 

แรงบันดาลใจในการหันมาดูแลสุขภาพ

ตั้งแต่เด็กมาเป็นคนที่สุขภาพไม่ค่อยดี ต้องใช้ชีวิตเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลบ่อยมาก ด้วยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ คุณหมอก็แนะนำให้ออกกำลังกายพร้อมกับพ้นยาไปด้วย ซึ่งพอเริ่มเข้าชั้นมัธยมก็หันมาเล่นกีฬาแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง เล่นฟุตบอลและบาสเก็ตบอล เป็นต้น พอเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้หันมาดูแลสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น เพราะคิดว่าการควบคุมอาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกายจะทำให้สุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม

 

เริ่มดูแลสุขภาพด้วยวิธีใดและผลเป็นอย่างไร

เริ่มแรกคือเราเล่นกีฬาอย่างเดียว แต่ไม่ได้ควบคุมเรื่องอาหาร ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ส่วนในเรื่องของรูปร่างนั้นยังไม่เป็นไปตามที่เราต้องการเท่าที่ควร จึงทำให้หันมาเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น โดยเน้นทานอกไก่ ไข่ต้มและผักผลไม้ครับ

 

การดูแลสุขภาพหลังจากนั้น

คือเราเริ่มรู้ตัวแล้วว่าการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพของเราเอง จึงได้หันมาทำความเข้าใจและศึกษาวิธีการดูแลสุขภาพอย่างจริง ๆ ว่าควรต้องทำยังไง เราก็เริ่มศึกษาจากเว็บไซต์สุขภาพต่าง  ๆ สอบถามจากคนที่รู้บ้างว่า คนนี้ออกกำลังกายในยิมแบบนี้ คนนี้เลือกรับประทานอาหารแบบนี้ เราก็สะสมความรู้ไปเรื่อย ๆ ครับ

 

วิธีการดูแลสุขภาพที่ใช้ในปัจจุบัน และสาเหตุที่ชอบ

วิธีการดูแลสุขภาพในปัจจุบันก็คือ การออกกำลังกายด้วยการเวทเทรนนิ่งและเราก็เลือกรับประทานอาหาร รวมถึงช่วงเวลาที่ควรทานอาหาร และนำความรู้ตรงนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น หากวันนี้เราไปกินบุฟเฟ่ต์มา วันรุ่งขึ้นเราก็ต้องออกกำลังกายให้หนักขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องกดดันตนเองว่าเราจะไม่กินเลย

 

ผลดีที่ได้รับกับการออกกำลังกาย

ผลที่ได้รับจากการออกกำลังกายคือ ไม่ว่าจะทานอาหารไปมากขนาดไหนน้ำหนักจะคงที่ เพราะเราได้ออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร รูปร่างก็ดีขึ้น อีกทั้งโรคภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

 

ฝากถึงผู้ติดตาม

สำหรับคนที่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพนั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุก ๆ คน บนโลกนี้เลย ทุกคนมักบอกว่าไม่มีเวลา แต่การไม่มีเวลาเราก็ต้องมาคิดดูว่า จริง ๆ แล้วการไม่มีเวลานี่คือเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของเราในอันดับท้าย ๆ หรือเปล่า เราก็ต้องจัดการความคิดของเราเองว่าสุขภาพของเราสำคัญนะ แล้วมันจะทำให้เราหาเวลามาออกกำลังกายได้ไม่ยาก อย่างน้อยวันละ 20 นาที หรือจะเป็นการเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ คือทุก ๆ อย่างมันจะมีทางออกให้หมด และที่สำคัญข้อมูลที่เราได้รับนั้นควรมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และใครที่มีโรคประจำตัวอยากจะบอกว่าเรื่องสุขภาพจะต้องมาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว ถ้าคุณอยากจะมีชีวิตที่สบายขึ้น ตื่นมาไม่อยากมีน้ำมูกไหล หรือไปที่ทำงานแล้วไม่อยากมีขอบตาดำคล้ำ สุขภาพที่คุณภาพต้องดูแลสำคัญมาก เริ่มต้นจากการออกกำลังกายง่าย ๆ หรือเดินให้เยอะขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อีกทั้งทางคนที่ยังไม่เห็นความสำคัญว่าสุขภาพต้องมาก่อนเป็นอันดับ 1 นั้น สุดท้ายเวลาคุณไปหาหมอเค้าจะทิ้งท้ายมาเสมอว่า กลับไปให้ออกกำลังกาย เดิมน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ และก็ต้องกลับมาออกกำลังกายอยู่ดี แต่ถ้าเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรอครับ

 


FeaturedImageH2C09052018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัวเอง

ชื่อมะเหมี่ยว – ชรวดี วงศ์พานิช ค่ะ อาชีพปัจจุบันคือผู้แทนเครื่องมือแพทย์ อายุ 26 ปี

 

แรงบันดาลใจที่หันมาออกกำลังกาย

เรากำลังจะเป็นว่าที่เจ้าสาว ก็เลยขอดูแลสุขภาพของตัวเองเพื่อเอาใจคนรักค่ะ จึงไปปรึกษาคุณหมอเรื่องสุขภาพ และบอกปัญหาเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เช่น เราเจ็บหน้าอก หรือมีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว อ่อนไหวง่าย แล้วก็ปวดเมื่อยเนื้อตัว จากการไปปรึกษาคุณหมอ ได้คำแนะนำว่า ให้ออกกำลังกายตามแบบที่ตัวเองชื่นชอบ และดูแลเรื่องอาหารการกินเพื่อเตรียมพร้อมความสวยค่ะ

 

เริ่มด้วยการออกกำลังกายอย่างไร

เริ่มแรกก็คือใช้วิธีว่ายน้ำค่ะ โดยปรึกษาแฟนและมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายมาให้คำแนะนำในการดูสุขภาพ ควบคุมอาหาร และออกแบบคอร์สว่ายน้ำให้ โดยวันหนึ่งจะต้องว่ายประมาณ 1 กิโลเมตร ในเวลา 45 นาที จะกำหนดให้อยู่ระดับกลาง ๆ ไม่หักโหมหนักเกินไป หลังจากนั้นก็ออกกำลังกายด้วยวิธีการคาร์ดิโอ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการไหลเวียนโลหิต เพื่อลดการปวดท้องประจำเดือน

 

การดูแลสุขภาพหลังจากนั้น

นอกเหนือจากการว่ายน้ำแล้ว ก็จะคุมปริมาณอาหาร เช่น อาหารประเภทของมัน ของทอด เครื่องดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำที่มีน้ำตาลสูง เราจะลดปริมาณการบริโภคลงทีละน้อย จากเดิมจะต้องกินอาหารเหล่านี้แทบจะทุกมื้อ ทุกวัน แต่พอหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ก็จะเปลี่ยนวิธีกิน จะค่อย ๆ ตัดทีละอย่าง เนื่องจากว่าถ้าเราหยุดทันที จะทำให้เราโหยและยิ่งกินเยอะกว่าเดิม หรือถ้าเราออกกำลังกายตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็ให้รางวัลกับตัวเองด้วยของหวานเล็กน้อย โดยใช้วิธีแบ่งกับเพื่อน ๆ แทน ซึ่งเรื่องการควบคุมอาหารเราไม่จำเป็นต้องเลิกกินทั้งหมด แต่หาวิธีจัดการกับมันได้ตามแบบของเราค่ะ

 

ริง ๆ แล้ว เรื่องการดูแลสุขภาพเราไม่จำเป็นต้องเลิกกินทั้งหมด แต่หาวิธีจัดการกับมันได้ตามแบบขงเรา

 

วิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ตอนนี้วิธีออกกำลังกายหลัก ๆ ก็จะเป็นการว่ายน้ำ เนื่องจากว่า ถ้าวิ่งจะมีปัญหาเรื่องข้อเข่า จึงเลือกการออกกำลังกายที่มีแรงต้านน้อย และไม่มีแรงกระแทก นอกจากนี้ก็มีการพาสุนัขไปเดินเล่น และปั่นจักรยานบ้าง หรือเพิ่มกิจกรรมการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เช่น วันทำงานปกติจะใช้วิธีการเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ และทำสม่ำเสมอให้เป็นเรื่องปกติค่ะ

 

ผลที่ได้รับมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ได้รับหลังจากหันมาดูแลสุขภาพ คือ เรื่องความทนในการออกกำลังกาย หรือว่าการทำกิจกรรมต่าง ๆ เราเหนื่อยยากขึ้น เรามีแรงที่จะทำอย่างอื่นมากขึ้น แล้วก็ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อาการปวดเมื่อย อารมณ์หงุดหงิดในช่วงประจำเดือนก็ลดลง ที่สำคัญช่วยขจัดความเครียดได้ จากที่เราทำงานแทบทุกวันต้องเผชิญความเครียดรอบ ๆ ตัว แต่พอมาออกกำลังกาย เราก็ได้ปลดปล่อยความเครียดออกไปด้วย แถมคนรักก็ชื่นชมความสดใสของหน้าตา และรูปร่าง ก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใสขึ้น

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย

อยากให้เข้าใจในเรื่องของการรักษาสุขภาพว่า ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือการทานอาหารคลีนอย่างเดียว แต่อยากให้เข้าใจว่า การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นว่าเราจะต้องหุ่นดี ผอม หรือบางท่านเข้าใจว่าการลดน้ำหนัก เราอยากได้ผลเร็วใน 1 เดือนลงไปเยอะ ๆ อันนี้ก็จะไม่แนะนำ อยากให้ทุกท่านคิดว่าเราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานทาน การออกกำลังกาย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว และที่สำคัญไม่ควรหักโหมออกกำลังกายซึ่งจะส่งผลเสียและบั่นทอนสุขภาพค่ะ

 

 


FeaturedImage-ทำไมคนตะวันตก-H2C.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

ทีมงาน Health2click ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณวาสินี สร้อยสุวรรณ ชื่อเล่น “ญี่ปุ่น” ตำแหน่ง Sales & Customer Manager (Trainer) ของ Sport city ในฐานะที่เธอมีประสบการณ์ในเรื่องของการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ติดตามกันได้เลยค่ะ

 

มุมมองต่อการดูแลสุขภาพระหว่างคนไทยกับคนตะวันตก เป็นอย่างไร

โดยภาพรวมของคนในประเทศตะวันตก เขามีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย อาหารการกิน สภาพอากาศ ที่ค่อนข้างได้เปรียบเรา ตัวอย่างเช่น ในการใช้ชีวิตเขาจะเดินเยอะ ขี่จักรยานเยอะ อากาศบ้านเขาเย็น เขาจึงต้องพยายามออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ในด้านอาหารการกิน ด้วยภูมิประเทศติดทะเลหรือถ้าไม่ติดก็มีการคมนาคมที่ดี มีเนื้อปลา เนื้อสัตว์ มีโปรตีนในรูปแบบอื่น ๆ ให้เลือกกินกันได้หมด ที่สำคัญคือหลายๆประเทศเขามีเป็นยิมเล็กๆสำหรับออกกำลังกาย  เพราะฉะนั้นเขาจะมีพื้นฐานการออกกำลังกายตั้งแต่วัยเด็ก ต่อยอดอะไรได้ง่าย และเขาให้ความสำคัญกับท่าทาง มุมการเคลื่อนไหว จังหวะการเคลื่อนไหว รวมไปถึงเรื่องของความยืดหยุ่น (Flexibility) จึงทำให้การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายของเขานั้นออกมาค่อนข้างดี สังเกตได้จากเราจะเห็นนักท่องเที่ยงชาวตะวันตกสูงอายุ สุขภาพดี ๆ มาเที่ยวบ้านเราเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะเขาดูแลสุขภาพมาตั้งแต่หนุ่ม สาว

สำหรับคนไทย เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า อดีตที่ผ่านมาเราใส่ใจในเรื่องสุขภาพน้อยกว่าคนตะวันตกมาก คนไทยจะเริ่มสนใจหนัก ๆ ก็ตอนที่เป็นโรค หรือกลัวจะเป็นโรค ซึ่งมาถึงตอนนั้นก็ช่วยไม่ได้มากเท่าไร โชคดีที่ปัจจุบันคนไทยหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เรียกว่าเป็นเทรนที่มาแรงเลยก็ว่าได้ สำหรับ “เทรนรักสุขภาพ”  อย่างตัวเองอยู่กับการออกกำลังกายจะเห็นเลยว่ามีคนหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายมากขึ้น โดยเฉพาะเวท เทรนนิ่ง (Weight training) หรือที่เรียกฮิตติดปากว่า “เล่นเวท” รวมถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว สุขภาพดีขึ้นมากอย่างชัดเจน

 

ปัจจุบัน เปลี่ยนไปในทิศทางไหน

คนไทยที่สนใจทางด้านสุขภาพมีเพิ่มขึ้นมาก แต่มีคนที่ยังออกกำลังกาย หรือทำเวท เทรนนิ่งไม่ถูกต้องอีกเยอะพอสมควร และยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอยู่ด้วย เช่น มาออกกำลังกายแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปตรวจสุขภาพอีก ต้องผอมแล้วจะแข็งแรงไม่มีโรค ต้องหุ่นดีแล้วจะไม่ปวดหลัง ปวดเข่า เลือกออกกำลังกายแล้วก็อดอาหารไปด้วย ประเภทที่เรียกว่าลดความอ้วนด้วยการชั่งน้ำหนัก โดยไม่ใส่ใจในการเลือกทานอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วน เหตุที่พูดแบบนี้เพราะ คนอ้วนใช่ว่าจะไม่แข็งแรง จะต้องมีโรค และคนผอมหุ่นดีใช่ว่าจะแข็งแรง จะไม่มีโรค รวมทั้งพวกกล้ามโต ทั้งหลายก็เช่นกัน การดูแลสุขภาพด้วยออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่คิด ควรศึกษาพื้นฐานเบื้องต้นก่อนว่าประกอบด้วยอะไรยังไง ให้ความสำคัญในส่วนลึกของขั้นตอนการออกกำลังกายอย่างแท้จริง เพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืนและไม่ส่งผลทำลายสุขภาพภายหลัง และการจะมีสุขภาพที่ดีนั้น การออกกำลังกายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นที่จะมีสุขภาพที่ดี แต่ก่อนเริ่มออกกำลังกายควรประเมินสุขภาพและพื้นฐานเบื้องต้นของแต่ละบุคคลก่อน โดยควรหาที่ปรึกษาหรือศึกษาข้อมูลก่อนเริ่มต้น

 

มีคนที่ยังออกกำลังกาย หรือทำเวท เทรนนิ่ง
ไม่ถูกต้องอีกเยอะ
และยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ
การดูแลสุขภาพอยู่ด้วย”

  

ประสบการณ์การดูแลสุขภาพ มีเคสไหนน่าสนใจบ้างข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

ก็มีหลายเคสนะ เคสแรก เป็นผู้ชายอายุ 45 ปี มาออกกำลังกายโดยที่ไม่ตรวจสุขภาพ มาก่อน ไม่มีพื้นฐานมาก่อน มาเล่นเองเลย สุดท้ายอยู่ ๆ เจ็บอกล้มลงไป หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่โชคดีที่เรามีเครื่อง AED เราจึงช่วยไว้และนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน เคสนี้เตือนว่าต่อให้ออกกำลังกายแล้วก็ยังต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำ

เคสที่สอง เป็นเด็กอายุ 3 – 4 ขวบ ชอบวิ่ง ๆ แล้วล้ม หยิบของหลุดมือ ทรงตัวไม่ดีเท่าที่ควร มีกล้ามเนื้อหลายมัดที่ไม่แข็งแรง เราก็ฝึก ก็ปรับ ด้วยแบบฝึกจำพวก motor learning (การฝึกทำให้ระบบประสาทมีการเรียนรู้ ทำให้กล้ามเนื้อร่วมมือกันในการเคลื่อนไหว) ก็ดีขึ้นกว่าตอนที่เด็กไม่ได้ทำ

สำหรับเคสอื่น ๆ ก็จะเป็นเคสที่การพัฒนาร่างกายของเขาอาจต้องใช้เวลา เราต้องมีการให้ข้อมูล อธิบายรูปแบบ วางแผนการฝึกเป็นระยะตามศักยภาพของร่างกาย เช่น เคสที่เกิดการบาดเจ็บหรือมีปัญหาที่เข่าแล้วต้องมาเวทสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อพยุงข้อต่อ อัมพฤกษ์ ปวดหลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่อยากนำเสนอ

โดยส่วนตัว แนะนำให้ตรวจดูองค์ประกอบของร่างกาย ที่เรียกว่า Body composition ดูกล้ามเนื้อ มวลกระดูก ไขมัน น้ำ แล้วก็เอาข้อมูลมาดีไซน์การออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละคน โดยจัดส่วนผสมให้ลงตัว ทั้งแบบที่เป็น Cardio, Weight, Fat burn, Stretching เป็นต้น

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

อยากให้เรามาเริ่มออกกำลังกาย ใครมีลูกหรือหลาน ก็ปลูกฝังวินัยการออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก เพียงแค่เอาชนะใจตัวเอง ชนะความไม่ว่าง ชนะความขี้เกียจ วางมือจากแท็บเล็ตและลงมือทำ เพราะเดี๋ยวนี้การออกกำลังกายง่ายกว่าที่คิด  มีข้อมูลให้เข้าถึงได้มากมาย มีเทคนิครวมถึงเคล็ดลับต่าง ๆ จากเพจหรือเว็บไซต์ แต่ควรเลือกศึกษาในเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลถูกต้อง นอกจากนี้การมีสุขภาพที่ดีได้นั้นต้องครอบคลุม การทานอาหารที่ดีครบถ้วน การนอนหลับ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ลดละพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ พยายามทำให้ได้ติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน แล้วมันจะกลายเป็นนิสัย ถึงจุดนั้นเราจะได้สัมผัสว่าชีวิตนี้วิเศษมาก ท้าทายทุกคนทำแล้วจะรู้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินกว่าจะทำได้ ขอให้ทุกคนมีความสุขและมีสุขภาพทีดี

 

 


FeaturedImageH2C31052018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีค่ะ อ๋อ – ญาดา เทพนม มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2013 มิส NTL Pink และนักแสดงช่อง 7 ค่ะ

 

ปัญหาสุขภาพก่อนหน้านี้

เคยมีปัญหาสุขภาพสมัยเด็ก เราน้ำหนักขึ้นเยอะมากสมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ตอนนั้นอายุ 17 น้ำหนักจาก 60 ขึ้นมาเป็น 70 เพราะไปอยู่เยอรมัน 1 ปี ไม่ได้คุมอาหาร ทานแต่ของมัน ๆ อ้วน ๆ พอกลับมาก็เป็นเด็ก ม.ปลาย ก็เลือกที่จะจัดการกับมันด้วยการออกกำลังกาย อย่างเต้นแอโรบิค กิจกรรมของโรงเรียนก็เต้นเป็นส่วนใหญ่ เป็นเชียร์ลีดเดอร์ แล้วก็คุมอาหารบ้างแต่ไม่ได้ซีเรียสจริงจัง กระทั่งอายุ 19 ผ่านมาเกือบ 2 ปี น้ำหนักก็ลงเหลือ 50

 

ปัญหาสุขภาพด้านอื่นนอกจากเรื่องน้ำหนัก

มีปัญหาอย่างนึงที่ตอนแรกเราไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา พอเราโตขึ้นก็เริ่มรู้ว่านี่แหละคือปัญหาสำคัญ ก็คือการขับถ่าย เป็นคนที่ขับถ่ายไม่ดีตั้งแต่เด็ก 2 วันครั้ง 3 วันครั้ง แล้วก็ไม่เป็นเวลา บางทีก็สาย เที่ยง บ่าย เย็น กลางคืนก็มี ซึ่งจริง ๆ ปัญหานี้เกิดกับหลายคนในปัจจุบันแต่หลายคนเองก็ไม่ได้สนใจ เหมือนที่อ๋อก็ไม่ได้สนใจมาก่อน แล้วก็การเหนื่อยง่ายมาเป็นตอนโต

 

เล่าถึงปัญหาเรื่องการเหนื่อยง่าย

เนื่องจากเราเรียนหนังสือก็เรียนยากขึ้น นอนก็ดึกขึ้น บางทีเราเรียนมหาลัยก็อ่านหนังสือเตรียมสอบ ก็จะพบว่าตื่นเช้ามารู้สึกไม่เฟรช ไปเรียนมหาลัยก็ไม่เฟรช หลับตอนที่อาจารย์สอนทั้งเช้าทั้งบ่าย แล้วมันก็เป็นปัญหาที่วัยของเราตอนนั้นยังเด็กก็เลยเลือกที่จะเมินเฉย ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังบ้าง ซึ่งมันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มันกลับเป็นภัยด้วยซ้ำ พอโตขึ้นมาอีกสเตปนึง ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เคยลองงานออฟฟิศอยู่ช่วงนึงก็มีอาการเหนื่อยง่ายเพราะนอนดึกและตื่นเช้ามาก สักพักเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาทำงานในวงการบันเทิงยิ่งไปกันใหญ่เพราะเราทำงานไม่เป็นเวลา ถ่ายละครเช้าจรดเย็น เย็นจรดดึก บางทีถึงตี 4 ผลก็คือเรารู้สึกว่าร่างกายเรามันอ่อนแอกว่าปกติ หลายครั้งไม่มีเวลาเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย ทำให้ช่วงนั้นเรามีปัญหาเยอะพอสมควร

 

อะไรคือจุดเปลี่ยนหรือแรงบันดาลใจให้หันมาดูแลสุขภาพ

หลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือเรื่องของความอ้วน เพราะการเป็นนักแสดงต้องดูผอมมาก ๆ และในขณะเดียวกันคือ คุณจะผอมอย่างไรให้ไม่ทำร้ายสุขภาพตัวเอง อันนี้เป็นโจทย์สำคัญมาก ตอนเราอายุ 19 เราลดน้ำหนักเหลือ 50 โดยที่ชิล ๆ แต่พอเราโตขึ้น การทำงานของร่างกายที่จะเผาผลาญอาหารก็ทำได้แย่ลง แต่เราก็ยังอยากหุ่นดีอยู่ นั่นเป็นโจทย์สำคัญว่าจะทำยังไงให้เราผอมแล้วก็สุขภาพดีด้วย แถมมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายอีก เหนื่อยง่ายทำงานหนักอีก ทุกอย่างมันก็ประดังประเดเข้ามา

เราก็ต้องหาทางเลือกที่ตอบโจทย์เรา ก็เลยเริ่มคุมอาหาร เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์กว่าเดิม ก็คือเคยทานอาหารคลีน ขณะเดียวกันนอกจากเรื่องอาหารก็มีเรื่องออกกำลังกาย จากเดิมที่ออกกำลังกายอะไรก็ได้ เต้นแอโรบิคโดยที่ไม่ได้โฟกัสกับร่างกายเฉพาะจุด ผลก็คือมันไม่ทำให้เราดูมีเอวขึ้นหรือดูมีกล้ามเนื้อขนาดนั้น มันเหมือนเราไม่รู้ทิศทางก็เลยมามีเทรนเนอร์ ซึ่งเป็นประโยชน์มากเพราะเค้ามาเทรนเฉพาะจุดให้เรา ร่างกายก็แข็งแรง แล้วก็หุ่นดีขึ้น

 

ได้ลองวิธีอื่นอีกมั้ย

ต้องบอกว่าเรื่องของอาหารคลีนเราไม่ได้ทานตลอดเวลาเพราะเราก็ยังเป็นมนุษย์ ไม่มีทาง Everyday 3 มื้อทานแต่อาหารคลีน มันเป็นไปไม่ได้ ยอมรับว่าทุกสัปดาห์ต้องมี Cheat day 1 – 2 วันอยู่แล้ว ดังนั้นมันคือความ Balance ของชีวิตที่เราจะทำยังไงให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วงนึง ทานอาหารแย่ ๆ ขยะ ๆ สัก 3-4 มื้อ ต่อสัปดาห์ ออกกำลังกาย 3 – 4 มันอยู่ที่เราจะจัดการชีวิตเราเองว่าเราจะให้ความสำคัญกับมันขนาดไหน อ๋อเชื่อว่าต่อให้เราไม่มีเวลาแค่ไหน ถ้าเราจริงจังกับอะไรสักอย่าง เราจะหาเวลามาให้มันจนได้

 

ต่อให้เราไม่มีเวลาแค่ไหน ถ้าเราจริงจังกับอะไรสักอย่าง
เราจะหาเวลามาให้มันจนได้

 

แล้วผลที่ได้รับคืออะไร

หลังจากที่เปลี่ยนวิธีการดูแลตัวเองเป็นการคุมอาหารอย่างเดินทางสายกลาง ก็คือมีอาหารคลีนบ้าง อาหาร Cheat บ้าง แล้วก็เริ่มวิ่งออกกำลังกายด้วยการวิ่นเบิร์นธรรมดาบนลู่ประมาณอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ แล้วก็มีเทรนเนอร์ ทั้งหมดที่ทำมาคือทำให้ร่างกานเราฟิตขึ้น ฟิตในที่นี้ก็คือ เราต้องการเอวแบบนี้ อกแบบนี้ สะโพกแบบนี้ ต้องการลดตรงนั้นเพิ่มตรงนี้ มันจับต้องได้เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญที่แนะนำเราอย่างถูกต้องจริง ๆ

สองเลยก็คือ อาหาร สำคัญมาก มีช่วงนึงสมัยเด็กเคยลดความอ้วนแบบอยากผอมก็ไม่ต้องกินสิ ไม่กิน 2 วันก็ลงละ 2 กก. มันทำได้เพราะตอนเด็กเราเผาผลาญดี กินน้ำปั่นแก้วนึงเงี้ยแทนข้าวเย็นไปเลยก็ได้ ซึ่งบางครั้งมันอันตรายกับเรามากเลยนะคะ แต่พอเราโตชึ้นเราเริ่มรู้ละ แทนที่เราจะกินของหวานที่มันไม่ดีแทนมื้อนึง เราเลือกกินของดี ๆ เช่น สลัดสักถ้วยใหญ่ ๆ เราอิ่มด้วยแล้วเราก็ไม่ทำร้ายตัวเองด้วย ที่สำคัญคือขับถ่ายดีขึ้น อ๋อกินผักมากขึ้นและดื่มน้ำมากขึ้น ทำให้อ๋อขับถ่ายได้ดีขึ้น อ๋อว่ามันเป็นวิธีที่ชีวิต Balance กว่าสมัยก่อน ทำให้เรารู้สึกเฟรช เวลาตื่นมารู้สึกว่าร่างกายเราสมบูรณ์ทำงานได้อย่างสมดุลมากขึ้น

 

คนรอบข้างว่ายังไงบ้าง

อย่างแรกเลยคือทุกคนชมว่าเราดูแข็งแรงดูเป็นนักกีฬาโดยที่เราไม่ได้ผอมมากแล้วก็ไม่ได้อ้วนตัวใหญ่เกินไป ทุกคนก็ชมว่าดูดี หุ่นดี ดูเฟิร์ม ทั้งที่น้ำหนักมันไม่ใช่ 50 เหมือนสมัยเด็ก มันหนักแบบ 53-54-55 คือ 50 กว่า แต่มันกลับดูฟิต มีเอว สะโพก อก ซึ่งตรงนี้ได้จากการที่กล้ามเนื้อถูกเทรนให้แข็งแรง เป็นมัดกล้ามเนื้อขึ้นมา ทำให้เราดูไม่มีไขมัน ไม่ดูเผละเหมือนแต่ก่อนที่ผอมมากแต่ดูเผละ นี่คือความแตกต่างที่ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจน

 

แล้วเรื่องเหนื่อยง่ายกับระบบขับถ่าย

เรื่องระบบขับถ่ายคือ พอตื่นมานั่งตอนเช้า เราให้เวลากับมันมากขึ้น ในขณะที่เมื่อก่อนไม่เคยแค่ร์ว่าจะถ่ายตอนไหน ถ่ายไม่ถ่าย กี่วันถ่าย เราก็ไม่แคร์ เดี๋ยวนี้เราพยายามตื่นมานั่งถ่ายตอนเช้ามากขึ้น ที่เรามั่นใจก็เพราะว่า เราทานของดี ๆ ในมื้อเย็น ก่อนนอนเรามีดื่มพรุนสกัดบ้างขวดนึงเล็ก ๆ อาจจะดื่มตอนเช้าด้วยบ้าง แล้วก็ทานมื้อเช้าประมาณนึง แล้วเราก็นั่ง ให้เวลากับมัน ผลคือตื่นเช้ามาได้ทานอาหาร ได้ถ่าย หน้าท้องก็แบนราบเหมือนเดิม บางคนอาจจะมองว่ามื้อเช้ากินเยอะแล้วท้องพอง ก็เป็นเพราะคุณไม่ถ่าย คุณสะสมของเสียไว้ในท้อง แต่ว่าตอนนี้พอเราถ่ายก็แฮปปี้ขึ้น

เรื่องเหนื่อยง่าย ถามว่าพอออกกำลังกายมากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนพอ เหนื่อยง่ายปัญหานี่มันก็จบนะ โอเคมีบ้างวันที่เราทำงานเยอะ ทำงานดึก ไปถ่ายละครเช้ามาก เลิกดึกมาก แต่ชดเชยด้วยการที่เราทานอาหารดี ๆ ระหว่างวันที่เราถ่ายละคร แล้วกลับมาก็รีบนอน ไม่ชักช้าลีลา เลือกที่จะวางสมาร์ทโฟนทิ้งไปบ้าง ปิดมันแล้วนอนเลย เวลานอนมากขึ้น ตื่นมาก็เฟรชขึ้น

 

ช่วงที่เจออุปสรรคเอาชนะยังไง

อย่างนึงเลยมีช่วงนึงที่รู้สึกว่าทำไมลดน้ำหนักแล้วไม่ลงสักที มันลงยากมากเพราะเราก็อายุเยอะขึ้น มันก็ไม่ได้เยอะแบบ 30 มันก็ 20 กว่า แต่มันก็เกิดจากการที่เราลดความอ้วนผิด ๆ มาโดยตลอด อดอาหารบ้างอะไรบ้างทำให้ระบบเผาผลาญทำงานไม่ดีเหมือนแต่ก่อน มันก็เลยท้อใจว่าทำไมไม่ลงสักที ออกกำลังกายขนาดนี้ วิ่งขนาดนี้ แต่สุดท้าย…ใจเย็น ๆ มันจะลงเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปเร่งร้อน หรือ น้อยใจ

 

แบ่งเวลาออกกำลังกายยังไง

เรื่องฟิตเนสนี่สำคัญเลย ข้อดีคือเรามีฟิตเนสที่คอนโด ลงมาจากคอนโดก็เจอฟิตเนสเลย แล้วเราก็เป็น Brand ambassador ของเมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งออฟฟิศเนี่ยมีฟิตเนสที่ดีมาก เราก็มาเข้าออฟฟิศอยู่ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ถ้าหากเช้าวันไหนมาออฟฟิศแต่เช้าเราก็มาทำงาน ตกเย็นก็มาฟิตเนสของเมืองไทยประกันชีวิตได้ อำนวยความสะดวกดีมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้านก็มีฟิตเนสให้เราดูแลตัวเอง เราก็เลยสบายใจกับเรื่องนี้ด้วย

 

เทคนิคดูแลสุขภาพที่อยากแชร์

ไม่มีอะไรที่หวือหวาเลย ไม่ได้ต้องทานวิตามิน ประโคมทุกอย่างมา ถ้าถามว่าทานได้มั้ย ทานได้ค่ะ แต่ขอให้ทานโดยที่ปรึกษาคุณหมอแล้ว และก็มีลิมิต แต่หลัก ๆ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือ การ Balance ชีวิตค่ะ สมดุลของชีวิตสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพ นั่นก็คือ การกินเข้ามาในร่างกาย และการใช้พลังงานออกไปจากร่างกาย ถ้าเรา Balance ได้ เราจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีมาก แล้วก็เป็นคนที่มีความสุขมาก คุณน่ะคือเจ้าของปากเจ้าของร่างกาย คุณมีสิทธิ์จะเลือกกินสิ่งที่มันมีประโยชน์กับคุณ You are what you eat. ถูกมั้ยคะ ถ้าเราให้ตัวเองได้กินของที่ไม่ดีในวันนี้ พรุ่งนี้มะรืนนี้เราขอร้องตัวเองได้มั้ยว่า เราจะทานแต่สิ่งดี ๆ นะเพราะเราจะมีอนาคตที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่ดี

ขณะเดียวกันเรื่องออกกำลังกาย โอเคมันอาจจะเป็นเรื่องที่ลำบากสำหรับใครหลาย ๆ คนด้วยปัจจัยอย่างอื่น แต่ขอให้คุณเจียดเวลา เสาร์อาทิตย์ก็ได้ 2 วันต่อสัปดาห์ สักเช้านึงลงทุนตื่นเช้า ตื่นสัก 6 โมง อย่างอ๋อเนี่ยข้อดีคือเป็นคนตื่นเช้า พอตื่นเช้าจะมีเวลาชีวิตมากขึ้น 6 โมงตื่นมาไปวิ่งฟิตเนสก็ได้ เริ่มจาก 2 กม. ก่อนวันนี้เหนื่อยแล้วพอ วันต่อมา 3 กม. อาทิตย์หน้า 4 กม. ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นก็ได้ ไม่ต้องมีเทรนเนอร์ก็ได้เพราะว่าเราก็ไม่ได้ต้องการหุ่นเป๊ะเป็นดารานางแบบ แต่ถ้าเราไปวิ่งบ้าง ไปยกเวทบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เปิด Youtube ดูก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนี้โลกโซเชียลคุณสามารถหาความรู้ได้

Balance การกินกับการออกกำลังกาย กินให้น้อยกว่าที่ใช้แล้วคุณจะผอมเอง หลักการง่าย ๆ เลยค่ะไม่ต้องไปพึ่งยาลดความอ้วนเลย อ๋อขอบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เคยลองเหมือนกันยอมรับ แล้วผลคือ คุณก็จะผอมแค่ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สุดท้ายมันก็จะกลับมาอีก

Balance สมดุลระหว่างการกิน ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ แค่นี้คุณก็สามารถมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีความสุข เฟรชกับทุกวันได้ค่ะ

 

 


FeaturedImageH2C23052018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีครับ ผมฟาง – ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช อายุ 36 ปีครับ ตอนนี้ก็ทำพิธีกรรายการอาหาร เป็นเชฟตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ และเป็นเจ้าของร้าน Pain Perdu ที่เซ็นทรัลเวิลด์, Mango Mani ที่ Siam Square 1 และ Bao Bing ที่ The Scene Town in Town ครับ

 

แรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพ

เกิดจากชั้นเรียนที่ผมไปเรียนทำอาหารครับ มันเป็นหน้าที่ของเชฟที่ต้องทำให้อาหารรสชาติดี ทานได้ หน้าตาหน้ารับประทาน และที่สำคัญคือดูแลเรื่องสารอาหารที่จะเข้าไปสู่ร่างกายของคนที่ทานอาหารของเราด้วย ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จุดหนึ่งที่ทำให้มาถึงจุดนี้

 

ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่ก็เป็นคนที่ดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

เรารู้สึกว่าเราอยากมีหุ่นดี ๆ เราอยากเท่ แล้วก็เริ่มศึกษามาเรื่อย ๆ ว่าการออกกำลังกายทำอย่างไร ตอนที่ดูแลสุขภาพแบบที่มีความรู้จริง ๆ คือประมาณ 4 ปีที่แล้ว เริ่มจากการลองผิดลองถูกต่าง ๆ สุดท้ายมาเจอวิธีที่เรียกว่า “If it fit your macro” (IIFYM) ก็คืออะไรก็ได้ที่ทานเข้าไปแล้วโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตของคุณมันโอเค ก็คือเป๊ะตามที่ตัวเองตั้งไว้ แล้วผมก็เอาอันนั้นมาคิดเวลาทานอาหาร แล้วก็เริ่มใช้แอปพลิเคชั่นในการนับอาหารซึ่งค่อนข้างสะดวกครับ ต้องมีความรู้เรื่องการดูอัตราส่วนนิดนึงว่าข้าวอันนี้คือ 1 คัพนะ ไก่นี้คือ 100 กรัมนะ ถ้าทำตรงนั้นได้มันก็จะทำให้เรานับได้ง่ายขึ้นแล้วก็ดูแลตัวเองเรื่องการทานอาหารได้ง่ายขึ้น

หลัก ๆ เลยคือผมจะแบ่งเป็นการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง 80% อีก 20% ผมก็จะเล่นสนุกสนานของผม คือ ทานอย่างที่ชอบ ใช้ชีวิตอย่างที่ชอบ แต่อีก 80% ของผมคือนับแคลอรี่ ทานอาหารนับสารอาหาร (Macronutrients) ว่าโปรตีนเท่าไหร่ ไขมันเท่าไหร่ คาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ แล้วก็ออกกำลังกาย ผมออกกำลังกายน้อยที่สุด 4 วัน ปกติประมาณ 5 วันครับ ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมงต่อวัน

 

หลายคนจะเชื่อว่าไม่ควรรับประทานแคลอรี่เยอะวันที่มา
ออกกำลังกาย ผมว่ามันก็จริง แต่ก็อย่าลืมว่าช่วงวันที่
เราไม่ได้ออกกำลังกาย ร่างกายมันกำลังฟื้นฟูต้องการ
พลังงานเช่นกัน

 

วิธีการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างบ้าการออกกำลังกาย อย่างวันแรกผมจะเล่นกล้ามอก ส่วนของ Upper Body วันนี้จะไม่ได้ออกกำลังกายเยอะมาก จะมีหลังแขนด้วย แล้วก็เดินประมาณ 1 ชั่วโมง ผมเล่นเวทมานานแล้ว กล้ามเนื้อจะทนได้ ผมเลยไม่จำเป็นต้องพัก อีกวันผมจะเล่นหลัง หน้าท้อง แล้วก็แขน วันนี้ผมจะไม่ค่อยทำอะไรเยอะแล้วเพราะผมเล่น 3 ส่วน วันถัดไปจะเล่นไหล่ คือเน้นหัวไหล่อย่างเดียว แต่จะวิ่งยาวหน่อย เพราะไม่ได้ใช้ร่างกายเยอะเท่าไหร่ ก็จะวิ่งประมาณ 5 – 7 กม. วันต่อมาเราจะเล่นขากับท้อง มันหนักหน่วงมากครับ ค่อนข้างเหนื่อย วันนี้จะไม่ทำอะไรเพราะใช้พลังเยอะมาก ผมจะทานอาหารประมาณ 3,000 – 5,000 แคลอรี่เลย คือทานให้พอดีหรือมากกว่าปกติที่ร่างกายต้องการ เพราะร่างกายต้องการสารอาหารและผมก็เหลืออีก 1 วัน ผมจะตัดสินใจอีกทีว่าอาทิตย์นั้นผมเหนื่อยมากหรือน้อย ผมอาจจะแค่เดินชันก็ได้ หรือเล่นเครื่องที่มันไม่ Hi-impact เกินไป เพราะว่าเราทรมานร่างกายมาเยอะละ เหมือนเบิร์นๆ ไป แต่อีก 2 วันผมจะพักจริงจังเลยนะ คือแทบไม่ทำอะไร เพราะร่างกายมันจะพัฒนาได้ คือมันโตตอนพักนี่แหละครับ

 

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลังออกกำลังกาย

ผมว่ามันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนะ ร่างกายก็สุขภาพดีขึ้น หลังจากที่แต่ก่อนเราเหนื่อยง่าย เดินขึ้น 1 – 2 ชั้นก็เหนื่อยแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เราทำมันได้ง่ายขึ้น แล้วจิตใจมันสดชื่นกว่า เพราะตอนที่ผมพักไม่ได้ออกกำลังกายมันอึดอัด หงุดหงิดมาก พอทำแบบนี้ทำให้เรากระปรี้กระเปร่า มีแรง แล้วก็ช่วยลดความเครียดได้ ส่วนบางช่วงที่เราไม่อยากทานแบบนับแคลอรี่แล้ว ไม่อยากไดเอทแล้ว เรารู้สึกได้เลยว่าร่างกายมันไม่ความสุข ไม่สดชื่น ขับถ่ายไม่ดี แล้วเราก็รู้สึกว่า เราเริ่มอ้วนขึ้น

  

เป้าหมายการดูแลสุขภาพ

ผมอยากหุ่นดี แต่ผมคิดว่าเนื่องด้วยอายุเรา ทุกอย่างมันก็ไม่เหมือนเดิม ตาเริ่มมองไม่ชัด แล้วก็มีปวดโน้นนี่บ้าง เวลาป่วยก็เริ่มป่วยยาวขึ้น ก็เลยรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราควรจะดูแลรักษาร่างกายบ้าง มันทำให้เราเด็กลงด้วยนะ สำหรับผมเวลาออกกำลังกายเหมือนมันไปกระตุ้นร่างกายว่าฉันยังต้องใช้งานแกอยู่นะ เพราะฉะนั้นแกอย่าเพิ่งแก่นะเว้ย ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งของผม

 

นับแคลอรี่ให้เป็น ดูอาหารให้ถูก แล้วออกกำลังกาย
ให้เหมาะสมกับสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไป 
เราก็จะได้
สุขภาพที่ดีกลับมาแล้วก็ได้ทานอาหารที่เราชอบด้วย

 

คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

เทคนิคที่อยากจะแนะนำ คือ หนึ่งเลยต้องรู้ว่าเราต้องการพลังงานเท่าไหร่ อันนี้สำคัญสุด ๆ นะครับ สองเลยต้องดูอาหารให้เป็นว่าอาหารแต่ละอย่างมันให้ประโยชน์อะไรแก่เรา โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน ก็ต้องทานให้ครบ ผมอยากให้มาดูว่าอาหารที่เราทานควรจะเป็นอะไรบ้าง สำหรับคนที่เริ่มทานนะครับ อย่าคิดว่าอาหารอะไรที่เป็นอาหารที่ทานไม่ได้ ผมอยากแนะนำอย่างนี้ครับว่า นับแคลอรี่ให้เป็น ดูอาหารให้ถูก แล้วออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไป ง่าย ๆ แค่นั้นเองครับ เราก็จะได้สุขภาพที่ดีกลับมา แล้วก็ได้ทานอาหารที่เราชอบด้วย

ส่วนการหาข้อมูลก็สามารถเข้าไปหาที่ Google ได้ครับ มีอะไรเข้าไปหาก่อน แต่ถ้ารู้เรื่องภาษาอังกฤษมันก็จะดีกว่าเพราะฝรั่งเค้ามีข้อมูลแน่น ส่วนที่ผมใช้หลัก ๆ ส่วนตัวคือแอพลิเคชั่น My Fitness Pal เป็นโปรแกรมนับแคลอรี่ เริ่มมีอาหารไทยที่คนเข้าไปใส่ไว้เยอะแล้ว ดังนั้นพิมพ์ภาษาไทยมันก็จะเริ่มขึ้นแล้วว่าโปรตีนเท่าไหร่ ไขมันเท่าไหร่ มีกี่แคลอรี่ ง่ายมาก ๆ แล้วเว็บไซต์ที่ผมใช้ประจำคือ www.bodybuilding.com เป็นเว็บไซต์ที่นักเพาะกาย นักออกกำลังกาย ปั้นหุ่น เข้าไป มีข้อมูลครบเหมือนกัน แต่ถ้าบางคนที่คิดว่าไม่พอ อยากจะลงไปในเชิงลึกละ อย่างเช่น ออกกำลังกายแล้วเจ็บปวด ออกแล้วไม่ได้ผล ผมแนะนำอีกเว็บนึงคือ www.t-nation.com จะเป็นเว็บไซต์ที่พวกนักวิทยาศาสตร์การกีฬาให้ข้อมูลกัน พอเราเริ่มเข้าใจในเชิงลึกแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้นครับ

 

 

 


FeaturedImageH2C05062018.jpg

ดูวิดีโอสัมภาษณ์ “คลิก”

 

แนะนำตัว

สวัสดีครับ ชื่ออ้น – กนิษฐ์ ศรีสุวรรณ ปัจจุบันอายุ 39 ปีครับ เป็นพนักงานราชการ ทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสนโยบายและแผน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสครับ

 

แรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพ

ปกติเราก็มีการเล่นฟุตบอลกับเพื่อน อาทิตย์นึงประมาณ 1 – 2 ครั้ง วันนึงเราเกิดอุบัติเหตุทำให้เอ็นหัวเข่าพลิกขาดก็เลยต้องกลับมาฟื้นฟูดูแลสุขภาพตัวเองใหม่ หลังจากเข้ารับการผ่าตัด พักฟื้น เข้าเฝือก ประมาณ 6 เดือน คุณหมอก็แนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อส่วนของต้นขาเพื่อชดเชยส่วนของเอ็นหัวเข่าที่ขาดด้วยการปั่นจักรยาน ประมาณ 1 ปี จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถเล่นกีฬาได้

พอเริ่มปั่นจักรยานมาได้ปีกว่า ๆ ก็รู้สึกเบื่อ เราก็เลยเปลี่ยนเป็นการออกไปวิ่ง การวิ่งครั้งแรกของผมคือการวิ่งรอบสนามฟุตบอล ประมาณ 4 รอบก็รู้สึกเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าปั่นจักรยานอีก แต่พอวิ่งแล้วเราก็รู้สึกดี ความรู้สึกใหม่ ๆ ได้สัมผัสอากาศ บรรยากาศข้างนอกมากขึ้น พอวิ่งมาก ๆ ร่างกายก็เริ่มสนุกกับการวิ่ง ก็วิ่งได้ระยะมากขึ้น จนเพื่อนชวนไปวิ่งในงานมินิมาราธอนครั้งแรก 10 กิโลเมตร พอไปเจอบรรยากาศที่คนวิ่งเยอะ มันตื่นเต้น มันสนุก ทำให้เราอยากวิ่งอีก ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเลือกการวิ่งเป็นการดูแลสุขภาพ วิ่งต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีละครับ

 

วิธีการออกกำลังกายในปัจจุบัน

ผมก็วิ่งเกือบทุกวัน ด้วยความที่เราหนีปัญหาการจราจร ผมก็จะมาถึงเช้าก็เลยมีเวลาวิ่ง ก็วิ่งทุกเช้าครับ ประมาณ 5 – 7 กิโลเมตร ถ้าวันไหนมาถึงเร็วก็ได้วิ่งเยอะหน่อย 8-10 กิโลเมตร ผมใช้เวลาวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อประมาณ 20 – 30 นาทีครับ ผมจะชอบวิ่งข้างนอก เพราะมันได้สัมผัสบรรยากาศจริง วันไหนอากาศดีหน่อยก็ถือว่าเป็นกำไร วันไหนอากาศร้อนก็ถือว่าเป็นการฝึกทนต่ออากาศร้อนเวลาเราไปวิ่งมาราธอนครับ

 

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากการวิ่งอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ได้รับรู้ ที่เห็นได้ชัดจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเป็นผลที่เกิดจากการลงทุนกับตัวเอง เราเอาร่างกายเรามาทำให้แข็งแรงขึ้น อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ก็หายไป สองคือผลการตรวจสุขภาพเป็นที่ยืนยันว่า 3 ปีหลังที่เราวิ่งอย่างต่อเนื่องช่วยเราได้มาก ทั้งคอเลสเตอรอล ไขมัน น้ำตาล อันนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามคืออาการที่ผมเคยบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าที่ฉีกขาด ปัจจุบันก็ใช้ชีวิตได้โดยปกติ อีกด้านนึงก็ได้พบกับสังคมเพื่อนนักวิ่ง กลุ่มก๊วนที่จะไปวิ่งด้วยกัน กลุ่มอาสาที่จะไปช่วยงานวิ่งอย่างการเป็นเพเซอร์ (Pacer) สวีพเปอร์ (Sweeper) และแฟนซี (Fancy) เรียกว่าเป็นกลุ่มสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ครับ ก็คือได้ทั้งสุขภาพของตัวและสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ด้วย

 

การที่เราออกมาสู้กับใจตัวเองว่าให้ออกไปวิ่งเถอะ
ไปออกกำลังกายเถอะ มันอาจจะยากตอนเริ่มต้น
แต่พอเริ่มต้นแล้วผมคิดว่ามันให้ประโยชน์ทั้งสุขภาพ
ของตัวเองและได้สังคมเพื่อนฝูง

 

ความลำบากหรืออุปสรรคในการออกกำลังกาย

มันเป็นเรื่องของจิตใจ ความขี้เกียจ ความเบื่อ แน่นอนว่าใครที่ออกกำลังกายใหม่ ๆ จะเริ่มเป็น มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราทำมันด้วยความรู้สึกที่ยังไม่ได้ชอบ ยังไม่ได้รู้สึกสนุกับมัน มันจะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ถ้าเราทำด้วยความชอบ เราเห็นประโยชน์จากมันจริง ๆ พอเราเห็นผลที่ได้จากการออกกำลังกาย เราจะก้าวข้ามผ่านความเบื่อ ความขี้เกียจจะหายไปเอง

 

เป้าหมายการออกกำลังกาย

ผมสามารถวิ่งได้ระยะมินิมาราธอน ฮาฟมาราธอน มาราธอนได้แล้ว ปัจจุบันระยะที่ผมวิ่งได้อย่างเป็นทางการก็ประมาณ 66 กิโลเมตร ปลายปีนี้ก็ตั้งเป้าว่าจะวิ่งให้ได้สัก 100 กิโลเมตร ก็เป็นลักษณะของการวิ่งเทรล (Trial) วิ่งในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ ก็เป็นเป้าหมายที่เราตั้งใจอยากจะท้าทายตัวเองครับ

โปรแกรมการออกกำลังกายตอนนี้คือผมวิ่งทุกเช้าอยู่แล้วครับก็เป็นการซ้อมโดยปกติ แต่สิ่งที่อยากเพิ่มคือการเวทเทรนนิ่ง การไปซ้อมในสภาพภูมิประเทศจริง คือการวิ่งขึ้นเขาก็น่าจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้ ก็ต้องมีการวางแผนการซ้อมให้มากขึ้นด้วย เพราะมันก็คงไม่ง่ายที่เราจะไปให้ถึง 100 กิโลเมตร แต่ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ เราแค่วางโปรแกรมให้ดี ให้ชัด แล้วก็ฝึกซ้อมตามโปรแกรมที่กำหนดครับ

 

การวิ่งทำให้เราได้เห็นมุมมองต่าง ๆ ได้เห็นวิถีชีวิต
ได้เห็นผู้คน พอมันเป็นความชอบมันเกิดเป็นสิ่งที่เรา
อยากจะทำมันก็จะไม่รู้สึกฝืน แต่มันเป็นสิ่งที่เราทำแล้ว
เราได้ประโยชน์

 

เทคนิคในการดูแลสุขภาพ

หลัก ๆ เลยคือการที่เราชอบหรือสนุกกับมัน โดยที่เราไม่ต้องฝืนตัวเองเลย เราต้องหาความชอบของเราก่อนว่าเราชอบออกกำลังกายด้วยวิธีไหน แล้วก็หาความสนุกจากมัน การวิ่งก็ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศใหม่ ๆ มุมมองใหม่ ๆ จากที่เคยขับรถผ่านก็ลองมาวิ่งผ่านดู มันก็จะเป็นอารมณ์นึง ถ้าเราชอบวิธีการแบบนี้ก็จะทำใหเราสนุกกับมันมากขึ้นครับ

 

แนะนำคนที่สนใจออกกำลังกาย

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มออกกำลังกาย ลองเริ่มออกไปเดินก่อนก็ได้ครับ สัก 1 กิโลเมตร สัก 10-15 นาที แล้วก็เดินให้เร็วขึ้น อาจจะเริ่มวิ่งสั้น ๆ วิ่งสลับเดิน ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและทำได้ทันทีครับ พอเดินให้เร็วขึ้น หัวใจทำงานมากขึ้นก็ทำให้เราสุขภาพดี แต่ถ้าเดินแล้ว วิ่งแล้วไม่ชอบ ลองหากิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้เราออกแรงมากขึ้น และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์