ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

banner-talkwithdoctor-featured-image.jpg

กองทุนวิจัยมะเร็งโลก (World Cancer Research Fund) และสถาบันวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Institute for Cancer Research) ได้รายงานปัจจัยที่จะช่วยป้องกันและลดโอกาสของการเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหาหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก

มะเร็งป้องกันได้

ในประเทศไทย อัตราการตายจากโรคมะเร็งมากขึ้น ๆ อย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงหน้า การตายจากอุบัติเหตุที่มาเป็นอันดับ 2 และจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในอันดับ 3 และ จากรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (Cancer in Thailand) พ.ศ. 2554 พบว่า ผู้ชายไทยป่วยเป็นมะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับมากที่สุด รองลงมา คือ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนหญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด รองลงมา คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และท่อน้ำดีในตับ (https://www.m-society.go.th/article_attach/19824/20879.pdf)

รายงานดังกล่าวเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ณ เวบไซต์ https://www.wcrf.org/dietandcancer/cancer-prevention-recommendations ซึ่งรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง และหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ ได้แนะนำข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็ง 10 ประการง่าย ๆ ได้ดังนี้

  1. น้ำหนักตัวเหมาะสม (Healthy Weight) เพราะหากควบคุมดูแลน้ำหนักตัวให้ได้ตามเกณฑ์ ไม่อ้วน หรือผอมเกินไป จะส่งผลป้องกันมะเร็งได้ถึง 12 ชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร มะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งไต มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งเยื่อบุมดลูก
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (Physical Active) อย่างน้อยสัปดาห์ละ 90 นาที ซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์ว่า ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งเยื่อบุมดลูกได้
  3. อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ที่ควรรับประทานในสัดส่วนที่มากขึ้น ได้แก่ เมล็ดธัญพืชทั้งเมล็ด (Whole Grain) ผัก (Vegetable) ผลไม้ (Fruit) และถั่ว (Bean)
  4. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือลดสัดส่วนลง ได้แก่ อาหารจานด่วน หรือฟาสฟูด (Fast Food) อาหารที่มีไขมัน หรือแป้ง น้ำตาล (Food with High Fat, Starch, Sugar) ในปริมาณสูง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
  5. ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแดง และเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ (Red Meat & Processed Meat) เพราะการบริโภคเนื้อแดง หรือเนื้อแปรรูป จะเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็ง ในทางตรงกันข้ามจะแนะนำให้บริโภคเนื้อขาว เช่น ปลา ไก่ หรือแหล่งโปรตีนจากพืชแทน
  6. ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาล (Sugar Drink)
  7. ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ (Alcohol) เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เชื่อมโยงกับโรคกว่า 200 ชนิด อุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท ตับแข็ง โรคหัวใจ ความจำเสื่อม และมะเร็ง
  8. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในขนาดสูง (High Dose of Food Supplement) ซึ่งแนะนำให้ใช้อาหารตามธรรมชาติดีกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  9. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Breast Feeding) หากเป็นไปได้หญิงตั้งครรภ์ เมื่อคลอดบุตรแล้ว ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างน้อยสัก 6 เดือน หรือจนกระทั่งบุตรอายุ 2 ปี
  10. หากเป็นมะเร็ง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง

นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยง บุหรี่ แสงแดด เกลือ ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ถุงลมปอดโป่งพอง หัวใจ เป็นต้น

 

 


banner-talkwithdoctor-featured-image.jpg

จากข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เรื่องของ ‘ก๊วนดารา’ รับรีวิว “เมจิก สกิน” ทำให้เกิดความตื่นตัวขึ้นทั้งในหมู่ผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลาย ๆ แง่มุม วันนี้จะมานำเสนอในมุมมองที่เกี่ยวกับผู้บริโภค ในตอน “ความสวย…ที่มี เสียว” ติดตามเลยครับ

 

สังคม…นิยม…ความสวยความงาม

เรื่อง ความสวยความงาม เรื่องที่เกือบทุกคนให้ความสนใจ…ในการช่วยให้ตัวเอง ดูสวย ดูหล่อ สมาร์ทยิ่งขึ้น และแน่นอน…ยิ่งมีอายุก็อยากให้ ดูสาว ดูหล่อ แบบกระชากวัยกันเลย…ยิ่งดี

จากสภาพดังกล่าวทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ด้านความสวยความงาม ออกมาให้เลือกกันมากมาย ทั้งบนดิน ทั้งใต้ดินหรือผิดกฎหมาย โดยแต่ละรายก็ทำการตลาดกันทุกช่องทาง ทุกวิธีการ โดยทุ่มทุนหมดงบไปกับการโฆษณาบรรยายสรรพคุณซึ่งมีทั้งจริง…และเกินจริง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ…หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณภาพ สมดั่งคำโฆษณา หรือ มีการศึกษาวิจัยสนับสนุนถึงสรรพคุณดังกล่าว ก็เป็นการดี เพราะอย่างน้อย ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ตามเนื้อหาของโฆษณา

ในทางตรงกันข้าม หากเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ” หรือ “ใช้แล้วไม่ได้ผลดีตามสรรพคุณ” หรือ มีการ “โอ้อวดเกินจริง” หรือ มี “ผลเสียตามมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์” ก็จะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภค และสังคมโดยภาพรวม

 

ทุ่มโฆษณา…ให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ

กลับเข้ามาที่ข่าวพาดหน้าปก ผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในข่าว ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการผลิตให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่กลับใช้การทุ่มเงินทุนมหาศาล หลายร้อยล้าน ไปกับสื่อโฆษณา เรียกได้ว่าครบวงจร ทั้งสื่อออฟไลน์แบบเดิม ป้ายบิลบอร์ด ป้ายอีเล็คโทนิคตามย่านชุมชน และสื่อออนไลน์ โดยใช้เนทไอดอล หรือ ดาราชื่อดังจำนวนมาก มารีวิวผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญมีการเลือกใช้คำโฆษณาที่เกินจริง เช่น “ผิวขาวใน 7 วัน” “สลายไขมัน แค่ดื่ม แขน ขา เล็ก เรียวดังใจ” “ลดความอ้อน การันตีความผอม” “ผิวขาวออร่า เทียบเท่าฉีด ไม่ต้องเจ็บตัว” เป็นต้น

 

กระจายสินค้า…แบบเครือข่ายลูกโซ่

นอกจากนี้ในส่วนของการจัดจำหน่าย ยังมีการจัดเป็นเครือข่ายคล้ายแชร์ลูกโซ่ มีตัวแทนกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมธุรกิจ โดยสร้างภาพให้เห็นว่าตัวแทนสามารถสร้างผลกำไรได้สูงถึง 2 – 5 เท่าของต้นทุนที่ลง เมื่อผลตอบแทนดี ก็ยิ่งพูดปากต่อปาก ยิ่งนำเงินเท่าที่จะหาได้ทุกบาททุกสตางค์  จากญาติพี่น้อง มาร่วมลงทุนในเครือข่ายดังกล่าว เรียกกันว่า ทุ่มสุดตัว เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าโดยเร็ว

ดั่งคำให้สัมภาษณ์ของผู้แทนจำหน่ายที่ว่า

“ตนเองเริ่มใช้ก่อน ต่อมามีการชักชวนให้โพตส์ขายสินค้าในสื่อออนไลน์ ด้วยรูปดาราและเงินจำนวนมหาศาล เพื่อเป็นสิ่งล่อใจถึงผลกำไรที่ดีต่อลูกข่าย พร้อมให้ความเชื่อมั่นด้วยการโฆษณาของเนทไอดอลหรือดารา ถึงแม้ว่าตนเองจะใช้แล้วไม่ได้ผลก็ตาม แต่ด้วยกำไรงาม สินค้าขายคล่อง จึงยังเป็นตัวแทนขาย และชักชวนให้มีลูกข่ายเพิ่มมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ”

 

ผลิตภัณฑ์…มีปัญหา…แค่ยังขายดี

ต่อมามีการตรวจพบผลิตภัณฑ์ในข่าว มีปัญหาด้านการผลิตและการจดแจ้งของผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้หลงเชื่อที่ร่วมลงทุน ในรูปของตัวแทนจำหน่ายระดับต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เดือดร้อนเนื่องจากเงินลงทุนยังติดอยู่ในสินค้าดังกล่าว

 

ความเสียหาย…มหาศาล

เรื่องนี้ นับเป็นอีกหนึ่งของเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายครั้งสำคัญต่อสังคมไทย สร้างความสูญเสียทั้งกับผู้บริโภค และทรัพย์สิน เงินลงทุนของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อม ๆ กับสร้างความตระหนัก ถึงความสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ

 

เคล็ดลับ…ในการแยกชนิดของผลิตภัณฑ์สุขภาพ

เพื่อให้การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความสวยความงามในครั้งต่อ ๆ ไป ได้ความสวย…แบบไม่ต้องเสียวกัน อย่างน้อย ผู้บริโภคควรมีความรู้ ความเข้าใจถึงเครื่องหมายที่จะต้องปรากฏในผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง ดังนี้

 

สัญญลักษณ์แรกนี้ คือ เลข อย. หรือ เครื่องหมาย อย. ที่จะพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งผลิตภัณณฑ์เหล่านี้จะต้องแสดงสรรพคุณในลักษณะที่เป็นอาหารเท่านั้น และจะต้องไม่แสดงถึงสรรพคุณของยา เช่น บรรเทา บำบัด ป้องกัน หรือ รักษาโรค

หากพบสัญญลักษณ์นี้ในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น เครื่องสำอาง หรือ ยา เป็นต้น จะแสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย

 

สัญญลักษณ์ที่สองนี้ จะเรียกว่า เลขทะเบียนยา ที่ทางราชการออกให้กับยาเท่านั้น อาจจะเป็นตัวอักษร แสดงบนฉลากยาทุกชนิด และแสดงว่า เป็นยาที่ผ่านการพิจารณาและอนุม้ติให้จำหน่ายในประเทศไทยได้

 

สัญญลักษณ์สุดท้ายนี้ เรียกว่า เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก ซึ่งเครื่องสำอางทุกชนิดที่จำหน่ายในประเทศไทย จะต้องจดแจ้งกับทางราชการ

ด้วยสัญญลักษณ์ง่าย ๆ 3 ชนิดนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านคัดกรองผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องได้ จะได้ไม่ต้องเสียว…เวลาที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อความสวย…นะครับ

 

(อนึ่ง รูปสัญญาลักษณ์ทั้งสาม คัดลอกมาจาก : http://www.oryornoi.com/kb/ผลิตภัณฑ์ยา/216)