ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

เทคนิคการเลือกรองเท้าวิ่ง ให้เหมาะกับตัวเอง

เทคนิคการเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับตัวเอง

เทคนิคการเลือก รองเท้าวิ่ง ที่ถูกใจซักคู่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจพอสมควร ถ้าหากคุณไม่มีความรู้ อาจได้พียงรองเท้าวิ่งที่สวมใส่สบายเมื่อตอนที่อยู่ในร้านเท่านั้น แต่พอวิ่งบนเส้นทางจริงก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ปวดไปทั้งขาได้ ดังนั้นเราจึงมีเทคนิคในการเลือกที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อให้คุณได้รองเท้าวิ่งที่ถูกใจที่สุด คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

 

รองเท้าวิ่ง โดยเฉพาะ

การนำรองเท้าผ้าใบแฟชั่นมาใส่วิ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดเพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยาว แม้ว่าในชีวิตประจำวันบางคนอาจแย้งว่าคุณสามารถวิ่งได้คล่องแคล่วถึงจะสวมใส่รองเท้าแตะเสียด้วยซ้ำ…คุณอาจสามารถใช้รองเท้าเหล่านั้นได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่เหมาะแน่หากคุณกำลังคิดจะยึดการวิ่งเป็นกีฬาประจำตัวในการออกกำลังกาย นั่นเพราะการวิ่งเป็นประจำจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและรับภาระของช่วงล่างซ้ำ ๆ การมีอุปกรณ์ที่ถูกต้องและซัพพอร์ทการเคลื่อนไหวของคุณได้ดีจะทำให้คุณได้รับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นน้อยลง รองเท้าวิ่งจะมีการถนอมข้อเท้าที่ดีกว่า

 

ประเภทของการวิ่ง

วิ่งมาราธอน วิ่งระยะใกล้ วิ่งระยะไกลหรือวิ่งในยิม สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อลักษณะของรองเท้าวิ่ง หลักง่าย ๆ คือยิ่งคุณวิ่งเป็นระยะทางไกลมากเท่าไหร่ ควรเลือกรองเท้าที่มีการบุนวมหนาขึ้นเพื่อซัพพอร์ทกล้ามเนื้อและกระดูกข้อเท้าไม่ให้รับภาระมากเกินไป สำหรับในส่วนของการวิ่งวิบากแบบมาราธอนสิ่งสำคัญคือเรื่องของดอกยางที่สามารถเกาะพื้นได้ดี พื้นรองที่ซัพพอร์ทฝ่าเท้า จะช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนเส้นทางได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางขุระ ทางลื่น สำหรับการวิ่งในยิมซึ่งไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก รองเท้าวิ่งมักจะเน้นความสมดุลและความสามารถในการเกาะยึดพื้นผิว เพราะพื้นในโรงยิมส่วนใหญ่มักเป็นยางที่ลื่น ดังนั้นอาจเสียหลักได้ในกรณีที่เปียกเหงื่อหรือน้ำหก

 

ชนิดของรองเท้าวิ่ง

ชนิดของรองเท้าวิ่งจะสัมพันธ์กับประเภทของการวิ่งที่คุณเลือก ดังนี้

  • Neutral shoes : รองเท้าประเภทนี้เหมาะกับการวิ่งในยิมหรือพื้นที่เฉพาะอย่างสนามกีฬาและสวนสาธารณะ มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง แต่การซัพพอร์ทอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการพลิกและเส้นทางคดเคี้ยวน้อยกว่าประเภทอื่น ๆ
  • Stability shoes : รองเท้าประเภทนี้มีความสมดุลค่อนข้างสูง เหมาะกับนักวิ่งที่ชอบไปยังเส้นทางในชีวิตประจำวันเช่นการวิ่งไปทำงานหรือสถานที่ต่าง ๆ หรือการวิ่งขึ้นลงบันไดตามสิ่งก่อสร้าง เพราะตัวรองเท้ามีการซัพพอร์ทเพื่อป้องกันข้อเท้าพลิกและหกล้มค่อนข้างดี
  • Motion control : รองเท้าประเภทนี้จะมีรูปร่างภายนอกที่ดูหนาที่สุดเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งแบบอื่น ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งมืออาชีพ คนที่ยึดการวิ่งเป็นกีฬา วิ่งทุกวัน ไปวิ่งแทบทุกงาน เพราะรองเท้าวิ่งประเภทนี้จะถนอมข้อเท้าและกล้ามเนื้อขาสูงสุด ลดความเสี่ยงบาดเจ็บสำหรับคนที่วิ่งหนักและบ่อย
  • Barefoot shoes : รองเท้าประเภทนี้เน้นโครงสร้างปราดเปรียวและน้ำหนักเบา เน้นใส่แล้วเคลื่อนไหวสบาย ๆ แบบ Crossfit

 

ใส่ได้พอดี

หากรองเท้าไม่พอดี เพียงแค่เดินเรายังรู้สึกว่าลำบาก ยิ่งต้องใส่วิ่งจนครบตามเป้าหมายระยะเวลาด้วยแล้วคงเป็นเรื่องที่ไม่สบายเท้าเป็นอย่างมาก  ดังนั้นวิธีเช็คว่ารองเท้าที่ใส่พอดีหรือไม่มีดังนี้

  • กระชับ : โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าที่เมื่อสวมใส่รองเท้าวิ่งแล้วรู้สึกว่าตัวรองเท้าสามารถโอบกระชับได้อย่างดี เวลาแบะเท้าออกแล้วไม่ลื่นไหลหรือพลิกไปมา
  • มีพื้นที่หน้ารองเท้า : ตรงหัวรองเท้าช่วงปลายนิ้วและนวมบุรองเท้าควรมีที่ว่างประมาณครึ่งเซ็นติเมตร คุณสามารถลองจิกเล็บดูภายในร้องเท้า งอนิ้วได้นิดหน่อย เพื่อป้องกันปัญหารองเท้ากัดเมื่อเท้าขยายและเล็บขบ
  • ซื้อตอนเย็น : ข้อนี้สำคัญ เพราะเท้าที่ผ่านการเดินมาตลอดทั้วันจะขยายมากที่สุด ทำให้เราสามารถกะได้ว่าซื้อรองเท้าไซส์ไหนมาจึงจะไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

 

ลองเสมอ

กรณีที่ซื้อ รองเท้าวิ่ง ครั้งแรกในชีวิต คุณควรลองสวมที่ร้านก่อนเสมอ บางร้านที่มีขนาดใหญ่อาจจะมีบริเวณออกกำลังกายอย่างลู่วิ่งให้ลูกค้าได้ลองสวมวิ่งด้วย แต่ถ้าไม่…ลองสวมแล้วเดินไปมาในร้าน เพื่อให้มั่นใจว่ารองเท้าวิ่งคู่นั้นกระชับเท้าของคุณอย่างแท้จริง ถ้าไม่เคยมีรองเท้าวิ่งมาก่อน หรือเปลี่ยนแบรนด์ที่ไม่เคยใช้ ไม่ควรเสี่ยงซื้อทางออนไลน์ แต่ถ้าเคยซื้อรองเท้าวิ่งมาแล้ว และต้องการคู่ใหม่แบรนด์เดิม ก็สามารถเลือกตามแบบเดิมที่เคยมีได้เลย

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.rei.com   www.runningshoesguru.com
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *