ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

ทำความรู้จัก…คอลลาเจน แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

ทำความรู้จัก คอลลาเจน แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นโครงสร้างหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกายของเรา ซึ่งสามารถพบได้ในส่วนที่เป็นผิวหนัง เอ็น กระดูกอ่อน กระดูกข้อต่อ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “คอลลาเจน” กันมาบ้างแล้วแน่ ๆ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เรา จะมีคอลลาเจนต่างชนิดกันอยู่ แต่จะมีแบบไหนบ้างนั้น มาทำความรู้จักกันดีกว่า

 

ประเภทของคอลลาเจน

  1. คอลลาเจนแบบที่ละลายน้ำไม่ได้ (Insoluble Collagen)
  2. คอลลาเจนแบบที่ละลายน้ำได้ (Soluble Collagen) เป็นคอลลาเจนที่จะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนสภาพเป็นคอลลาเจนที่ละลายน้ำไม่ได้ จึงทำให้ร่างกายสูญเสียความเต่งตึงและความยืดหยุ่นของผิวหนัง เกิดริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน

จริง ๆ แล้ว ชนิดของคอลลาเจนสามารถแบ่งได้ทั้งหมดออกเป็น 13 ชนิด โดยเรียงตามลำดับของกรด Amino acid แต่ที่สามารถได้พบเห็นและรู้จักอย่างกว้างขวางนั้น จะมีเพียงแค่ 4 ชนิด ดังนี้

  1. คอลลาเจนชนิด Type I : จะพบได้ในกลุ่มสัตว์ เช่น วัว หรือ ปลาทะเล อยู่ตรงบริเวณหนัง เอ็น และกระดูก ประกอบไปด้วย 3 สาย คือ  α1 ( I ) จำนวน 2 สาย และ α2 ( I ) จำนวน 1 สาย คอลลาเจน Type I จะมีกรดอะมิโนไกลซีน อยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของกรดอะมิโนทั้งหมด
  2. คอลลาเจนชนิด Type II : จะพบได้ในกระดูกอ่อน ข้อต่อต่าง ๆ ประกอบด้วย สาย α1 ( II ) จำนวน 3 มีลักษณะคล้าย ๆ กับสาย α1 ( I ) คอลลาเจนชนิดนี้มีปริมาณไฮดรอกซีไลซีนสูงกว่าคอลลาเจนชนิด Type I มากถึง 3 เท่า
  3. คอลลาเจนชนิด Type III : คอลลาเจนที่พบได้ในปริมาณน้อย มักพบในเส้นเลือด และมักมีการจับตัวกับคอลลาเจนชนิด Type I หลังจากมีการสกัดแล้วจึงสามารถพบคอลลาเจนชนิด Type III ปะปนรวมกับคอลลาเจนชนิด Type I ได้
  4. คอลลาเจนชนิด Type IV : เป็นคอลลาเจนที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยสามารถพบได้เฉพาะบริเวณเส้นใยฝอยของเยื่อแผ่นบาง ๆ บริเวณนอกเซลล์

 

แหล่งที่มาของคอลลาเจน

คอลลาเจนจากเนื้อวัว
ในการสกัดคอลลาเจนจากเนื้อวัวนั้น ได้จากส่วนต่าง ๆ อย่างผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อของวัว หลอดเลือด ส่วนใหญ่ประกอบจากคอลลาเจน Type I และ Type II มักใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับส่วนผสมในเครื่องสำอาง อาหารเสริม ที่จะช่วยในเรื่องของรอยย่นร่องลึกให้ตื้นขึ้น แต่อาจจะมีข้อเสียตรงที่มักจะมีอาการแพ้ง่ายสำหรับผิวบอบบาง และเนื่องจากคอลลาเจนเหล่านี้ เป็นคอลลาเจนที่สร้าง และพบได้มากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ โดยเป็นแหล่งของไกลซีน และโพรลีน เป็นประโยชน์สำหรับการสร้างครีเอติน สร้างกล้ามเนื้อ และช่วยเสริมร่างกายในการสร้างคอลลาเจน

คอลลาเจนจากปลา
ไม่ว่าส่วนไหนของปลา เช่น เกล็ด ครีบ หนังปลา ล้วนเป็นแหล่งคอลลาเจนจำนวนมาก จึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริม เพราะคอลลาเจนจากปลาสามารถดูดซึมได้ง่าย มีกรดอะมิโน ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซิโพรลีน ที่ช่วยให้คอลลาเจนมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ช่วยรักษาซ่อมแซมกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง อุดมไปด้วยโปรตีนและคอลลาเจนชนิด Type I ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

คอลลาเจนจากไก่
คอลลาเจนที่พบมากที่สุดในคอลลาเจนจากไก่ คือ คอลลาเจนชนิด Type II จะพบได้จากเอ็นข้อไก่ ตีนไก่ กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อของไก่ ซึ่งคอลลาเจนชนิด Type II ในไก่ ยังช่วยให้ ชอนโดรอิตินซัลเฟต และกลูโคซาไมน์ซัลเฟต ที่มีฤทธิ์ในการต้านความชรา บรรเทาอาการอักเสบ

คอลลาเจนจากเปลือกไข่
สามารถพบคอลลาเจนได้จากเปลือกไข่และไข่ขาว คอลลาเจนจากไข่ มีชอนโดรอิตินซัลเฟต กลูโคซาไมน์ซัลเฟต กรดไฮยาลูโรนิค และกรดอะมิโนต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเนื้อเยื่อเชื่อมต่อ การรักษาบาดแผล ลดอาการเจ็บปวด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ลดความเมื่อยล้า เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และสร้างกล้ามเนื้อ

 

ดังนั้น คอลลาเจนในรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบันคอลลาเจนได้ถูกสกัด และพัฒนาขึ้นมาให้เป็นในรูปแบบครีม เครื่องสำอาง แบบผง และอีกมากมาย การที่จะซื้อคอลลาเจนมารับประทาน หรือมาใช้ ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับ เพราะคอลลาเจนที่มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่เกินไปสำหรับการดูดซึมของผิว ก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนไม่เต็มที่ โมเลกุลของคอลลาเจนที่มีขนาดกเล็กจึงจะสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วกว่า เช่น คอลลาเจนแบบผงชงดื่ม ที่สามรถนำไปผสมน้ำผลไม้ น้ำเปล่า ชา กาแฟ ก็ได้เช่นกัน คอลลาเจนแบบผง สามารถละลายน้ำได้อย่างรวมเร็วและมีการทำงานในการดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

 

ทำความรู้จัก คอลลาเจน แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

 

แหล่งที่มา : Collagen peptide
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com