ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

16 อาหารสุขภาพ เพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

อาหารสุขภาพเพื่อผู้หญิง

ร่างกายของผู้หญิงมีความต้องการที่แตกต่างกัน การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน แต่อาหารสุขภาพเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะสามารถเข้าป้องกันสาเหตุของโรคได้ เช่น กระดูกเปราะ การตั้งครรภ์และมะเร็งเต้านม เป็นต้น อาหารสุดอร่อยเหล่านี้ล้วนอุดมไปด้วยสารอาหารจะช่วยปกป้องร่างกายและช่วยให้ทำงานได้ดีแม้ในขณะที่ผู้หญิงมีอายุมากขึ้น

 

ถั่วแระ

ถั่วแระ (Edamame) คือ ฝักถั่วเหลืองสุดอร่อย ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร ไขมันดี และเอสโตรเจน (Estrogen) ที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง คล้ายกับสารประกอบเรียกว่า ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งเป็นสารอาหารจากพืช สามารถบรรเทาอาการในวัยหมดประจำเดือน อาการร้อนวูบวาบ (แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม)

 

คะน้า

ประโยชน์ในใบสีเขียวของผักคะน้าก็คือ วิตามิน เค ที่ทำงานร่วมกับแคลเซียม และวิตามิน ดี เพื่อให้กระดูกของคุณแข็งแรง และมีสุขภาพดี จำนวนการบริโภควิตามินเค ควรเป็น 20% ของจำนวนวิตามิน เอ และวิตามิน ซี ที่แนะนำไว้ในแต่ละวัน

 

หน่อไม้ฝรั่ง

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูก ควรบริโภคประมาณ ½ ถ้วยต่อวัน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโฟเลต (Folate) วิตามิน บี 9 ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ความบกพร่องของกระดูกสันหลัง (Spina bifida)

 

ถั่ว

ถั่วมีโปรตีนจำนวนมาก ไม่มีไขมัน และมีเส้นใยอาหารสูง สามารถลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด และลดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่ง 3 อาการเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา

 

ส้มโอ

อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ (flavonoids) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบในผู้หญิง และช่วยบำรุงหัวใจ (ส้มก็ช่วยได้เช่นกันแต่ส้มโอจะมีน้ำตาลน้อยกว่า) แต่ส้มโอไม่ควรรับประทานพร้อมกับยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใส่ไว้ในเมนู

 

เบอร์รี่และเชอร์รี่

ผลไม้ทั้งสองนี้ดูสวยงามในสีม่วง สีแดงและสีฟ้า เปี่ยมด้วยฟลาโวนอยด์และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถปกป้องเซลล์จากความเสื่อมสภาพ เบอร์รี่ช่วยบำรุงให้สมองเฉียบคมขึ้นในผู้สูงอายุ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวกระชับขึ้น

 

มะละกอ

สีแดงส้มของมะละกอมาจากเบต้าแคโรทีน (Beta carotene) และไลโคปีน (Lycopene) ช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้คอเลสเตอรอลและความดันโลหิตอยู่ในระดับที่ดีต่อสุขภาพที่จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ

 

โยเกิร์ตธรรมดาไขมันต่ำ

คุณจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมมากขึ้นเมื่ออายุเกิน 50 ปีขึ้นไป โยเกิร์ตเพียงแค่ 8 ออนซ์ให้แคลเซียมมากกว่า 1 ใน 3 ของแคลเซียมที่คุณควรได้รับต่อวัน ค้นหาชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามิน ดี เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแร่ธาตุได้ดีขึ้น

 

ปลาซาร์ดีน

ปลาเหล่านี้เต็มไปด้วยกรดไขมันดีต่อร่างกาย วิตามิน ดี และแคลเซียม กรดไขมัน Omega-3 สามารถเพิ่มสารอาหารในน้ำนมแม่ ดีสำหรับทารกที่มารดารับประทานขณะตั้งครรภ์ และยังมีสารปรอทน้อยกว่าปลาอื่น ๆ ทั้งหมด

 

เมล็ดแฟลกซ์

เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) หรือเมล็ดลินิน เป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารเช่นเดียวกับ Lignans สารประกอบพืชที่ทำหน้าที่เหมือนเอสโตรเจน สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งเต้านมได้  เป็นกรดไขมันดี Omega-3  ของคุณ แต่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นโรคมะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเพิ่มในเมนู

 

วอลนัท

ถั่ววอลนัทนี้เต็มไปด้วยกรดไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอาจป้องกันมะเร็งได้ เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล ใช้ถั่ววอลนัท (หรือเมล็ดแฟลกซ์) สำหรับโรยบนโยเกิร์ต

 

อโวคาโด

เต็มไปด้วยไขมันดี จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าอโวคาโดสามารถช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องและปกป้องดวงตาและผิวหนังของคุณได้ และยังอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ “ไม่ดี” และเพิ่มคอเลสเตอรอล “ดี” ได้

 

มันหวาน

ธาตุทองแดง ไฟเบอร์ วิตามิน บี 6 โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก …ทั้งหมดนี้พบในมันหวาน และยังมี เบต้าแคโรทีน (Beta carotene) อย่างมาก เหมาะกับคุณแม่รับประทานระหว่างตั้งครรภ์และให้นม จะช่วยก็ให้ปอดของลูกน้อยแข็งแรง

 

ผักโขม

อุดมด้วยโฟเลต (Folate) ช่วยลดโอกาสต่อภาวะสมองเสื่อม โรคหัวใจและมะเร็งลำไส้ใหญ่ มี Lutein ซึ่งเป็นสารอาหารปกป้องดวงตา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเลนส์และเรตินาในตาของคุณและอาจป้องกันการเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้

 

ตับ

ตับวัวเป็นแหล่งโฟเลต (Folate) ที่มีวิตามิน บี 9 และกรดโฟลิค (Folic acid) ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ คุณประโยชน์พอ ๆ กับอาหารมังสวิรัติที่ดีอย่างผักโขมและถั่วดำได้เลย

 

เนื้อไม่ติดมัน

เนื้อวัว เนื้อแดงเต็มไปด้วยธาตุเหล็ก และหลังจากอายุ 18 ปีแล้ว ร่างกายของคนเราจะต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น อีกทั้งยังมีสังกะสีและวิตามินบี แต่อย่ากินมากเกินพดี เพราะมีโอกาสที่กินเนื้อแดงมากไปอาจทำให้มีความเสี่ยงเป็นเนื้องอกในมดลูก

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.webmd.com
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com