ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

โรคภูมิแพ้ (Allergy)

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ (Allergy) ด้วยลักษณะการทำงานของคนออฟฟิศที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ต้องตื่นเช้าเพราะหนีรถติดและส่วนใหญ่อยู่ในที่ทำงาน ทำให้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย พฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อภาวะภูมิแพ้หรือไม่

โรคภูมิแพ้ (Allergy) คือ โรคที่เกิดจากภาวะร่างกายตอบสนองต่อสารกระตุ้น (โดยในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อย่างเช่น พวกไรฝุ่น ละอองเกสรพืช) แล้วเกิดการตอบสนองมากผิดปกติจนทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) นั้น เช่น ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก เมื่อเราหายใจเข้าไปทางจมูกสารก่อภูมิแพ้จะไปสัมผัสกับเยื่อบุโพรงจมูกแล้วทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก ทำให้คัดจมูก จาม มีน้ำมูกใส ๆ คันจมูก

ส่วนกรณีที่เป็นโรคหืดเมื่อหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปถึงหลอดลมก็จะทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลม แล้วหลอดลมก็จะตอบสนองด้วยการหดเกร็ง ทำให้เกิดอาการของหลอดลมตีบขึ้น ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้

 

โรคภูมิแพ้มีหลายชนิด

โรคภูมิแพ้แบ่งเป็นหลายชนิด ได้แก่ โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้ทางตา และแพ้อาหารโดยโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยคือโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคหืด สถิติในประเทศไทยเราพบว่า อุบัติการณ์ของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 23 – 30 โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคหืดร้อยละ 10 – 15 โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 15 และโรคแพ้อาหารร้อยละ 5

 

สาเหตุ

สาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะภูมิแพ้ คือ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีสารกระตุ้นภูมิแพ้ โดยสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญในคนไทยคือ ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มักอยู่ตามที่นอน พรม ม่าน ดังนั้นคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีพรม ม่านหรือแอร์ที่เก่า ไม่ค่อยได้ล้างก็อาจทำให้เป็นภูมิแพ้ หรือคนที่เป็นอยู่แล้วอาจมีผลทำให้อาการกำเริบได้

ดังนั้นคนที่ทำงานออฟฟิศอาจประสบกับภาวะนี้ เพราะต้องอยู่ในที่ทำงานที่มีสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นมาก อาจมีผลให้อาการของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจกำเริบได้ นอกจากนี้การทำงานหนัก พักผ่อนน้อยมีผลทำให้อาการของโรคโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้กำเริบ และติดเชื้อหวัดได้ง่าย

 

วิธีสังเกต

วิธีสังเกตว่าเป็นโรคโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้หรือแพ้อากาศ จะมีอาการน้ำมูกใส โดยจะไหลออกมาหรือไหลลงคอ จาม คันจมูก อาจมีอาการไอเรื้อรังหรือกระแอม ซึ่งเกิดจากเสมหะไหลลงคอ บางคนมีอาการปวดศรีษะเรื้อรัง นอนกรน หรือถอนหายใจบ่อย ๆ ปากแห้ง บางคนมีอาการคันหัวตาโดยไม่มีอาการตาแดง ผู้ป่วยที่เป็นโรคโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้นั้น ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่กว่าคนปกติ เช่นว่า มีอาการคัดจมูกในเวลากลางคืนทำให้นอนอ้าปากหายใจ จึงตื่นมาด้วยอาการปากแห้ง รู้สึกเหมือนนอนหลับไม่สนิท คุณภาพการนอนหลับลดลง ทำให้ร่างกายไม่สดใสตื่นตัว มีผลกระทบต่อการทำงาน อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ อย่างไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก หูชั้นกลางอักเสบ หรือนอนกรน นอกจากนี้ในคนที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้อาจพบว่ามีโรคหืดร่วมด้วยในคนเดียวกัน ทำให้มีอาการไอบ่อย เหนื่อยง่าย หายใจดังวี้ด

หากสังเกตตัวเองว่ามีอาการเข้าได้กับภาวะเหล่านี้ ก็สามารถดูแลตนเองได้โดย การควบคุมสิ่งแวดล้อม การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ จัดบ้านและที่ทำงานให้เหมาะสม ไม่ควรมีพรมหรือม่านในที่ทำงาน ควรใช้มู่ลี่จะดีกว่า ทำความสะอาดแอร์ในที่ทำงานสม่ำเสมอ นอกจากนี้ไม่ควรปรับลดยาเอง ให้ใช้ยาสม่ำเสมอ โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจนั้นอาการจะกำเริบได้ง่ายหากอดนอน ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้อาการของโรคดีขึ้น

 

 

สำหรับท่านที่มีสมาร์ทโฟน สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และการใช้ยาได้ที่แอพพลิเคชั่นที่หมอและทีมงานของชมรมผู้ป่วยโรคหืดธรรมศาสตร์พัฒนาขึ้นมาเรียกว่า แอสมาแคร์ (Asthma Care) ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพได้ฟรี โดยใช้คำค้นหาเช่น หืด หอบ การพ่นยา การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น  เป็นต้น

 

ศ. พญ. อรพรรณ โพชนุกูล
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหืด โรคภูมิแพ้ และโรคระบบหายใจ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ภาพประกอบจาก : https://www.wowamazing.com

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *