ครบเครื่องการดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การป้องกันโรค การเงินเพื่อสุขภาพ สำหรับวัยทำงาน

6 เหตุผล ที่ทำให้อุจาระท้องร่วงมีสีแดง

6 เหตุผล ที่ทำให้อุจาระท้องร่วงมีสีแดง

อุจจาระที่บ่งบอกว่าร่างกายแข็งแรง มักมีลักษณะเป็นของแข็ง มีความอ่อนนุ่มและสีน้ำตาล ส่วนถ้าเป็นโรคอุจจาระร่วง (Diarrhea) อาหารจะมีการย่อยสลายและผ่านลำไส้เร็วเกินไป ทำให้ไม่มีเวลาในการสร้างมวลแข็ง ทำให้สิ่งต่างๆ ออกมาในรูปของของเหลว ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นสัญญาณของอาการป่วยที่ร้ายแรงเสมอไป หากจะหาสัญญาณของการเกิดโรค สีที่ปะปนออกมากับอุจจาระอาจให้ข้อมูลมากกว่า

 

สาเหตุทำให้อุจจาระร่วงมีสีแดง

การมีสีแดงหรือเลือดปะปนมาพร้อมกับท้องเสียอาจจะเป็นสัญญาณเตือน หรือบ่งบอกถึงสาเหตุต่างๆ มากมายที่เป็นไปได้ดังนี้

  1. เป็นโรคบิด
    โรคอุจจาระร่วงที่มีเลือดออกมาด้วย จะเรียกว่าโรคบิด (Dysentery) โดยต้นเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคบิด คือแบคทีเรียชิเกลล่า (Shigella) หรือปรสิตชนิด Entamoeba histolytica ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง จนทำให้เกิดการอักเสบในลำไส้มากพอที่จะทำให้เลือดออกได้
  2. จากการกินอาหารที่มีสีแดง
    อาหารที่มีสีแดงตามธรรมชาติ หรือใส่สีผสมอาหารสีแดง เป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนสีของอุจจาระได้ โดยโรคท้องร่วงที่อุจจาระมีสีแดงก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น หากอาหารเหล่านั้นเกิดการบูด เสียและถูกกินเข้าไป ทำให้เกิดอาหารอาหารเป็นพิษตามมา โดยอาหารที่สามารถส่งผลต่ออุจจาระให้เป็นสีแดง เช่น แตงโม มะละกอ มะเขือเทศ
  3. จากเลือดออกในทางเดินอาหาร
    มีปัจจัยหลายประการในการส่งผลให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร (Gastrointestinal bleeding) อาทิ ติ่งเนื้อในลำไส้ (Colon polyps) ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease : IBD) หรือแม้แต่มะเร็ง ในกระเพาะอาหาร(Gastric cancer) โดยเลือดที่ออกมามากๆ อาจทำให้เกิดอุจาระที่ออกมามีสีแดง
  4. จากโรคริดสีดวงทวาร
    ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoid) เกิดจากการที่หลอดเลือดแดง บวมขึ้น ภายในบริเวณลำไส้ ส่วนปลายหรือทวารหนัก ถือว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการท้องร่วงเป็นสีแดง
  5. จากการใช้ยาบางชนิด
    ยาบางชนิดจะมีผลข้างเคียง (Side effect) ทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และอาจนำไปสู่การอุจจาระร่วง ยาที่ทำให้อุจจาระสีแดง อาจรวมถึงยาปฏิชีวนะที่เป็นของเหลวด้วยก็ได้
  6. จากรอยฉีกที่ทวารหนัก
    บางครั้งรอยขีดข่วน หรือรอยฉีกในบริเวณทวารหนัก อาจทำให้อุจจาระที่ผ่านออกมาเปื้อนเลือดได้ ในกรณีนี้อาจเป็นเพียงสีแดงติดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

สาเหตุที่ทำให้อุจจาระมีสีอื่น ๆ

และถ้าคุณมีข้อสงสัยขึ้นมา ว่าแล้วอุจจาระสีอื่นล่ะ หมายความว่าอะไรกันบ้าง เราก็เตรียมคำตอบมาให้แล้วเช่นกัน

  • อุจจาระสีดำ
    อุจจาระสีดำหรืออุจจาระที่มีความหนาแน่นของกากใยต่าง ๆ สามารถบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ ที่อาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร(Gastrointestinal bleeding) และหากมีอาการอุจาระร่วงเป็นสีดำ  อาจชี้ไปที่เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน เพราะเลือดสีแดงจะเดินทางผ่านลำไส้ ทำให้มีเวลามากพอในการเปลี่ยนเป็นสีที่ดำคล้ำขึ้น แต่จะมีอาหารบางชนิดเช่นกัน ที่สามารถทำให้อุจจาระเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวอย่างเช่น น้ำองุ่นเข้มข้น หรือชะเอม
  • อุจจาระสีเขียว
    อุจจาระสีเขียวอาจเกิดจากการมีน้ำดี (Bile) ปนมาในอุจจาระ หรือแม้แต่การได้รับธาตุเหล็กมากขึ้นอาจทำให้อุจจาระกลายเป็นสีเขียวเข้มได้เช่นกัน
  • อุจจาระสีซีดอ่อน
    อุจจาระสีซีดหรือสีเทา อาจบ่งบอกถึงนิ่วในถุงน้ำดี ลองสังเกตว่า หากปัสสาวะมีสีเข้มร่วมด้วย คือสัญญาณเพิ่มเติม ว่าต้นเหตุมาจากถุงน้ำดีหรือตับรวมถึงการกินยาลดกรดบางชนิดที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์อาจทำให้อุจจาระซีดจางได้
  • อุจจาระสีเหลืองเยิ้มๆ
    อุจจาระสีเหลืองอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือ มีการดูดซึมของอาหารทางลำไส้ ไม่ปกติ

 

แนวทางการรักษา

เมื่อรู้ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอุจาระร่วงเป็นสีแดงกันไปแล้ว มาถึงขั้นตอนการรักษาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งโดยพื้นฐาน การจิบน้ำบ่อยๆ เป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยได้ เมื่อคนเรามีอาการท้องเสีย จะเกิดการสูญเสียน้ำจำนวนมากผ่านทางอุจจาระ การจิบน้ำหรือดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่จะช่วยทดแทน และป้องกันอาการขาดน้ำได้

ทั้งนี้อุจจาระร่วงมักเป็นวิธีที่ร่างกายใช้กำจัดไวรัสที่ไม่พึงประสงค์ แทนที่จะให้ยาเพื่อให้ลำไส้ทำงานหรือบีบตัวน้อยลง เป็นเหตุให้เชื้ออยู่ในร่างกายนานขึ้น แพทย์อาจพิจารณาปล่อยอาการอุจาระร่วงให้เป็นไปตามธรรมชาติโดยจะหายได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากอาการอุจจาระร่วงนั้นเรื้อรัง อาจต้องใช้การรักษาเพิ่มเติม อย่างวิธีให้สารเหลวทางหลอดเลือดดำและยาเพื่อลดอาการบีบรัดในช่องท้อง หากอาการอุจาระร่วงมีสีแดงเป็นเพราะยาระหว่างการรักษา ควรมีการพูดคุยกับแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ

ในกรณีที่เป็นโรคอุจาระร่วงที่รุนแรง หรือเรื้อรัง หรือกรณีมีเลือดออกไม่ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอย่างแน่ชัด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ท่านทันที

 

ว่าด้วยการป้องกัน อุจจาระร่วงมีสีแดง

ด้านการป้องกันอุจจาระร่วง หากอาการอุจจาระร่วงมีสีแดงเป็นผลมาจากโรคบิดหรือการติดเชื้อมีหลายวิธีเพื่อป้องกัน เช่น

  • ทำความสะอาดพื้นที่เตรียมอาหารให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ปรุงอาหารให้สุก โดยอาหารดิบมีแนวโน้มที่จะมีเชื้อแบคทีเรียชิเกลล่า (Shigella) แฝงอยู่
  • ดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดหรือน้ำต้ม เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ
  • หลีกเลี่ยงการมีสัมผัสทางเพศกับบุคคลที่มีอาการอุจาระร่วง หรือผู้ที่เพิ่งป่วยด้วยเชื้อชิเกลลา
  • ห้ามดื่มน้ำที่ไม่ใช่น้ำเพื่อดื่มโดยเฉพาะ เช่น น้ำจากทะเลสาบหรือแม่น้ำ
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสัมผัสพื้นผิวที่อาจมีการปนเปื้อนหรือเพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กมา
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการย้อมสีแดง และอาหารที่มีแนวโน้มจะบูด เน่าเสีย ที่สามารถจะเป็นต้นเหตุของอุจจาระร่วงได้

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเมื่อใหร่ที่ควรจะไปพบแพทย์ สังเกตตัวเองว่าถ้ามีอาการหนาวสั่นและมีไข้ควบคู่กับโรคอุจจาระร่วงที่มีสีแดง หรืออุจจาระร่วงเป็นเลือดจำนวนมาก อาจเป็นสัญญาณของเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ดังนั้นจึงควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ส่วนอาการที่ควรไปพบแพทย์ หากมีอาการอุจจาระร่วง แต่ไม่ได้เป็นสีแดงมีดังนี้

  • หนาวสั่นควบคู่กับมีอาการท้องร่วง
  • มีอาการอุจจาระร่วงต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์
  • เป็นลม (Fainting) จากการท้องร่วง
  • มีไข้สูง33 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า
  • อุจจาระร่วงรุนแรง ติดต่อกันนานกว่า 2 วัน
  • อาเจียน
  • ปวดหรือเป็นตะคริว มีอาการที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง

 

อุจจาระร่วงธรรมดา ไม่ได้เป็นความผิดปกติที่น่ากังวลเสมอไป แต่การเสียเลือดอย่างรุนแรงหรือต่อเนื่องอาจเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะฉะนั้นควรดูแลและสังเกตตัวเองอย่างถี่ถ้วน เพื่อเตรียมพร้อมพบแพทย์อย่างทันท่วงที

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งข้อมูล : www.medicalnewstoday.com
ภาพประกอบ : www.freepik.com