[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

กิน–อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลอัมพฤกษ์-อัมพาต

กิน–อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลอัมพฤกษ์-อัมพาต

 

         


                                                                                                                                                         

          อัมพฤกษ์-อัมพาต คือโรคที่ผู้ป่วยมีอาการชา ไม่มีแรง หรือสูญเสียการใช้ของอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น แขน ขาไม่มีแรง ชา หรือยกแขน ขาไม่ได้ ถ้าเป็นมากอาจเป็นทั้งแขนและขา อาจหมดสติ หรือถึงกับเสียชีวิตได้ในทันที สาเหตุของอัมพฤกษ์-อัมพาตมีมากมายตั้งแต่โรคของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอาจ มีการตีบ อุดตัน หรือเลือดออก (เรียกว่า cerebrovascular diseases หรือ CVA หรือ stroke) แต่อาจจะเกิดจากโรคมะเร็ง หรือก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็ง หรืออาจจะเป็นโรคของเซลล์ประสาทเองก็ได้ในที่นี้จะขอพูดเฉพาะโรคที่เกิดจาก ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง


ปัจจัยเสี่ยงของการที่หลอดเลือดจะตีบและอุดตัน(atherosclerosis)

          ก็คล้าย ๆ โรคของหลอดเลือดตีบและอุดตันทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดของหัวใจ กล่าวคือ พันธุกรรม เพศชาย อายุ ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วน ไม่ออกกำลังกาย ความเครียด ซึ่งพยาธิสภาพของหลอดเลือดมักมีขึ้นตั้งแต่เกิด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อย โดยทั่ว ๆ ไปแล้วก่อนที่จะมีอาการ โดยเฉพาะที่หัวใจ หลอดเลือดมักต้องตีบ 50-75% ของเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือด ทั้งนี้ จะต้องมีการแตกของ “ก้อนไขมัน” ที่อยู่ใต้ผนังหลอดเลือด ทำให้มีปฏิกิริยาและเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ฯลฯ

           ผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตมักจะมีอาการขึ้นมาทันทีทันใดคือ พูดไม่ได้หรือแขน ขาไม่มีแรง ชา หรือเคลื่อนไหวไม่ได้ ความผิดปกติอาจเป็นแค่นี้ หรือเป็นมากขึ้น หรือดีขึ้น สาเหตุอาจเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองถ้าขาดเลือดเพียงไม่กี่วินาทีจนถึง หลายนาที อาจทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ ถ้าเลือดสามารถไหลได้ตามปกติในระยะเวลาที่รวดเร็ว ผู้ป่วยอาจกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าสมองขาดเลือดนานเกินไปเซลล์ของสมองอาจตายได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ร่างกายจะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม ถ้ามีอาการนานกว่า 24 ชั่วโมง ถือได้ว่าเป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตแล้ว

          การไหลน้อยของเลือดในหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่มีความดันโลหิต ต่ำ เช่น จากการเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือจากการเสียเลือดและช็อก ถ้าหลอดเลือดสมองมีเลือดน้อยไปนาน ๆ จะทำให้เกิดการตายของเซลล์สมองได้ ซึ่งจะนำไปสู่อัมพฤกษ์-อัมพาต

           อัมพฤกษ์-อัมพาต ยังเกิดได้จากการที่หลอดเลือดสมองแตก ทำให้มีเลือดออกไปกดเซลล์สมองและมีอาการต่าง ๆ ตามมา เวลามีอัมพฤกษ์-อัมพาตเกิดขึ้นแพทย์ต้องวินิจฉัยสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากโรค อะไร หลอดเลือด มะเร็ง หรือโรคทางเส้นประสาทเอง ถ้าเป็นโรคของหลอดเลือดเอง ต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นการตีบ อุดตัน หรือหลอดเลือดแตก เพราะการรักษาไม่เหมือนกัน ถ้าวินิจฉัยและรักษาผิดอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้
          การตีบของหลอดเลือดมักเกิดจากมีไขมันไปเกาะที่ใต้ผนังของหลอดเลือดใหญ่ที่ อยู่นอกสมอง ไขมันนี้อาจหลุดและไหลไปอุดตันในหลอดเลือดที่เล็กกว่าในสมองทำให้เกิดอาการ ได้ หรือหลอดเลือดในสมองอาจมีการอุดตันเอง ผู้ป่วยอาจมีอาการเตือนมาก่อน คือ แขนขาไม่มีแรงแต่เป็นเพียงชั่วครู่ ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาจจะเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ในโอกาสต่อมา

          การอุดตันของหลอดเลือดสมองอาจมาจากก้อนเลือด (หรือไขมัน) ที่หลุดมาจากหัวใจหรือหลอดเลือดอื่นได้ ซึ่งในกรณีนี้อาการของอัมพฤกษ์-อัมพาตมักเป็นมากทันทีที่เกิดอาการ

 

การป้องกันการเกิดอัมพฤกษ์-อัมพาต

คือ การหาปัจจัยเสี่ยง คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง บุหรี่ อ้วน ไม่ออกกำลังกาย และความเครียด ฉะนั้น ทุก ๆ คนจึงควรหมั่นวัด

           1. ความดันโลหิตสูงความดันโลหิตมี 2 ระดับ ระดับบนเรียกว่า systolic ซึ่งไม่ควรสูงเกินกว่า 135 mmHg
ระดับล่างเรียกว่า diastolic ไม่ควรสูงเกินกว่า 85 mmHg

           2. เบาหวาน ควรวัดน้ำตาลในเลือดซึ่งควรอยู่ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถ้าอยู่ระหว่าง 100-126 ถือว่าเป็นว่าที่เบาหวาน ถ้าสูงกว่า 126 ถือว่าเป็นเบาหวาน 

          3. ไขมันในเลือดสูง ต้อง วัดไขมันในเลือดหา total cholesterol, triglyceride และ HDLซึ่งไขมัน 2 ตัวแรกเป็นไขมันที่ไม่ดีถ้ามีมากไป ส่วน HDL ยิ่งสูงยิ่งดี จะป้องกันโรคหลอดเลือดตีบและอุดตัน total cholesterol ไม่ควรสูงเกิน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ triglyceride ไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ HDL ควรสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในชายและ 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในหญิง อัตราส่วนของ cholesterol ต่อ HDL ในชายควรต่ำกว่า 5 ในหญิงควรต่ำกว่า 4.5 ไขมัน LDL (low density liproprotein) ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดี ควรจะต่ำกว่า 130 มิลลิกรัม ในผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคหัวใจ แต่ผู้ที่เคยเป็นโรคหัวใจหรือเป็นเบาหวาน (ถึงแม้จะยังไม่เป็นโรคหัวใจ) LDL ควรต่ำกว่า 100โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง ควรได้รับการตรวจ วินิจฉัย รักษา ภายใต้การควบคุมของแพทย์ แต่หลักการคือ


ออกกำลังกายที่เหมาะสมและรับประทานอาหารที่เหมาะสม

          ต้องเป็นการออกกำลังกายที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและนานพอ คือ 30-40 นาที ซึ่งต้องหนักพอ คือ ให้หัวใจเต้นประมาณ 70% ของความสามารถสูงสุดที่หัวใจจะเต้นได้ (วิธีคำนวณความสามารถสูงสุด ที่หัวใจจะเต้นได้คือ 220 - อายุ (ปี) เช่น คนอายุ 60 ปี = 220 - 60 = 160 ครั้ง 70% ของ 160 คือ 112 ครั้ง/นาที) แต่ในทางปฏิบัติถ้าไม่มีเครื่องวัดชีพจรอาจไม่ต้องวัด แต่ออกกำลังกายให้รู้สึกเหนื่อย หอบเล็กน้อย และมีเหงื่อออก และต้อง ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ วิธีการออกกำลังกายที่ดีคือ การเดินเร็ว ๆ วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ ถีบจักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิก ฯลฯ ส่วนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมคือการรับประทานหนักไปทางผัก ปลา ข้าว ผลไม้ควรหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง (ไม่ควรรับประทานมากกว่า 3 ฟองต่อสัปดาห์) กะทิ ของหวาน น้ำหวาน


           ท่านควรดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายรับประทานอาหารที่เหมาะสมตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป และบอกลูกหลาน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงให้ทำด้วย และถ้าเป็นไปได้ควรวัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาล ไขมันในเลือดด้วย เพราะการปฏิบัติตนเองเพียงแค่นี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ได้มากมาย และยังโรคอื่น ๆ ด้วย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง กระดูกพรุน โรคมะเร็งบางชนิดอาการปวดหลัง ฯลฯ การสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ดีกว่ารอให้เป็นแล้วจึงรักษาครับ ได้ผลดีกว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย

 

ข้อมูลและภาพประกอบ: healthy.moph.go.th

กลับหน้าแรก >>


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อาหารพลังงานตํ่า

อาหารพลังงานตํ่า

ธรรมชาติได้ให้อาหารแก่มนุษย์เราหลากหลายทั้งพืชและสัตว์ การกินอาหารปัจจุบันเป็นตัวชี้วัดหรือ  ...

อ่านต่อ

อาหารคุณแม่

อาหารคุณแม่

อาหารมีบทบาทสำคัญต่อผู้ป่วยโรคไตทั้งต่อการดำเนินของโรคไตเรื้อรังเองและต่อการเกิดอาการจากการสะสม ...

อ่านต่อ

มุมมองนักวิทยาศาสตร์การอาหาร

มุมมองนักวิทยาศาสตร์การอาหาร

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต” คนเราควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ ให้ร่างกายได้รับพลังงาน ...

อ่านต่อ

ใยอาหารสำคัญอย่างไรกับสุขภาพ

ใยอาหารสำคัญอย่างไรกับสุขภาพ

เมื่อพูดถึงใยอาหาร หลายท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นส่วนประกอบใดของอาหาร แท้จริงแล้วใยอาหารคือส่วนที่เรา ...

อ่านต่อ

เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับ  ปริมาณโคเลสเตอรอล

เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับปริมาณโคเลสเตอรอล

อาหารจำนวน 100 กรัม ให้ปริมาณโคเลสเตอรอลเป็นมิลลิกรัม ดังนี้ ...

อ่านต่อ

อาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

อาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

การกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง สารอาหารที่ ...

อ่านต่อ

โภชนาการหญิงตั้งครรภ์

ธงโภชนาการ

Tags : อัมพฤกษ์-อัมพาต ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง กินเพื่อสุขภาพ การอกกำลังกาย

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view