[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

ภาวะอ้วนลงพุง : Metabolic Syndrome

ภาวะอ้วนลงพุง : Metabolic Syndrome

         



           ภาวะอ้วนลงพุง หรือ metabolic syndrome ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น Syndrome X และ insulin resistance syndrome จัดเป็นภาวะที่มีการวินิจฉัยค่อนข้างซับซ้อน เพราะการดูแค่ระดับไขมันในเลือด หรือดูขนาดเส้นรอบเอวอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีปัจจัยอื่น ๆ มากกว่านั้นร่วมด้วย
          ภาวะอ้วนลงพุง หรือ metabolic syndrome คือ กลุ่มของปัจจัยเสี่ยงที่ประกอบด้วยโรคอ้วนลงพุง (ไขมันในช่องท้องมากเกิน) ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ที่จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด
 

กรณีตัวอย่าง

          คุณเพลินใจ อายุ 45 ปี ตรวจสุขภาพจากที่ทำงานพบว่า มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ จึงเกิดความกังวลใจ เนื่องจากเพื่อนสนิทที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ และเป็นโรคหัวใจด้วยเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นาน คุณเพลินใจจึงมาปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลการตรวจเลือดและระดับไขมันในเลือดของตัวเอง ซึ่งมีผลดังนี้
          ไขมันคอเลสเตอรอลรวม 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
          ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ 300 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
          เอชดีแอลคอเลสเตอรอล (HDL-cholesterol) หรือไขมันชนิดดี 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
          แอลดีแอลคอเลสเตอรอล (LDL-cholesterol) หรือไขมันชนิดร้าย 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

          ขณะที่คุณคณิต อายุ 45 ปีเท่ากัน ตรวจสุขภาพจากที่ทำงานและพบว่า มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติเช่นกัน โดยมีระดับไขมันในเลือดเหมือนกับของคุณเพลินใจดังกล่าวมาแล้วทุกอย่าง ทั้งสองคนต่างต้องการทราบว่า ตัวเองเป็นโรคอะไรหรือไม่ จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร จะมีผลเสียต่อสุขภาพมากขนาดไหน และจะทำให้อายุสั้นลงหรือเกิดอันตรายอย่างไร จึงพากันมาพบแพทย์


วิธีการวินิจฉัย
          แต่ก่อนที่จะตอบคำถามทั้งของคุณเพลินใจและคุณคณิตได้ แพทย์ต้องทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายของทั้ง 2 คนเพิ่มเติม การซักประวัติของคุณเพลินใจพบว่าไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน และไม่ได้รับประทานยาใด ๆ เป็นประจำ ส่วนผลการตรวจร่างกายพบว่ามีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม ความสูง 156 เซนติเมตร ซึ่งเท่ากับดัชนีมวลกาย 26.7 กิโลกรัม/เมตร2 เส้นรอบเอวอยู่ที่ 85 เซนติเมตร ความดันโลหิต 150/90 มิลลิเมตรปรอท ผลการตรวจระบบอื่น ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลการตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อวัดระดับน้ำตาลตอนเช้าหลังงดอาหาร 8 ชั่วโมงอยู่ที่ 90 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งจากผลการตรวจทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า คุณเพลินใจเข้าได้กับกลุ่มอาการ metabolic syndrome 

          ส่วนคุณคณิต ซึ่งไม่มีโรคประจำตัวมาก่อนและไม่ได้รับประทานยาใด ๆ เป็นประจำเช่นกัน ผลการตรวจร่างกายพบว่า น้ำหนัก 65 กิโลกรัม ความสูง 170 เซนติเมตร ดัชนีมวลกาย 22.4 กิโลกรัม/เมตร2 เส้นรอบเอว 85 เซนติเมตร ความดันโลหิต 130/80 มิลลิเมตรปรอท ผลการตรวจระบบอื่น ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลการตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อวัดระดับน้ำตาลตอนเช้าหลังงดอาหาร 8 ชั่วโมง 90 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งผลจากการตรวจทั้งหมด คุณคณิตเข้าได้กับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ แต่ไม่เข้ากลุ่มอาการ metabolic syndrome

          แพทย์ที่ดูแลจึงให้การรักษาคนไข้ทั้ง 2 รายนี้ไม่เหมือนกัน แต่ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมในเมื่อทั้งสองคนมีระดับไขมันในเลือดเท่ากัน แต่คนหนึ่งกลับเป็นภาวะอ้วนลงพุง ขณะที่อีกคนเป็นภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเท่านั้น


เกณฑ์การวินิจฉัย
          เพราะในการวินิจฉัยภาวะอ้วนลงพุงตามเกณฑ์ของ National Education Program, Adult treatment Panel III และดัดแปลงมาใช้กับประชากรไทยจะต้องมีลักษณะ 3 ใน 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

          1. จะต้องอ้วนชนิดลงพุง กล่าวคือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร และ 80 เซนติเมตร ในชายและหญิง ตามลำดับ
          2. มีความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือได้รับยารักษาความดันโลหิต
          3. มีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมันมีระดับไขมันชนิดดี เฮส ดี แอล น้อยกว่า 40  และ 50 มิลลิกรัม/ เดซิลิตร สำหรับชายและหญิง หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน มีระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

          จากเกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าว คุณเพลินใจ ซึ่งมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร มีความดันโลหิตเกิน 130/85 มิลลิลิตรปรอท ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 300 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงเข้าเกณฑ์ของภาวะอ้วนลงพุง ในขณะที่คุณคณิตไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เพราะรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร และความดันโลหิตไม่เกิน 130/85 มิลลิลิตร ถึงแม้ว่าจะมีระดับไขมันในเลือดเท่ากันก็ตาม
          โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ ซึ่งเข้าข่ายว่าเป็นภาวะอ้วนลงพุงนั้น มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมถึงเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 24 เท่า ซึ่งกรณีของคุณเพลินใจที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ จึงมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า

อุบัติการณ์
          ในประเทศไทยพบภาวะอ้วนลงพุง หรือ metabolic syndrome ร้อยละ 29.3 โดยในเพศชายจะพบร้อยละ 24 ขณะที่เพศหญิงพบร้อยละ 34.2 สาเหตุของโรค  ยังไม่มีใครทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงของภาวะอ้วนลงพุงเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ปัจจัยเสี่ยงสำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ได้แก่
          - อายุ พบว่าอายุมาก มีโอกาสเป็นเพิ่มขึ้น
          - เชื้อชาติ โดยคนผิวดำจะมีโอกาสเกิดภาวะอ้วนลงพุงมากกว่าปกติ
          - คนอ้วน มีความเสี่ยงมากกว่าคนผอม
          - ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน จะมีโอกาสเป็นโรคสูงกว่า
          - ผู้ที่มีโรคอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง

อาการของโรค
           ภาวะอ้วนลงพุงจะขึ้นกับเกณฑ์ที่วินิจฉัย เช่น อาจจะมีอาการของโรคอ้วน เช่น ปวดข้อ หายใจลำบาก หรือมีโรคความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ มึนศีรษะ หรือโรคเบาหวาน ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย น้ำหนักลด หรือตรวจพบไขมันในเลือดผิดปกติ โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
           อย่างไรก็ดี ภาวะอ้วนลงพุงก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ โดยขึ้นกับองค์ประกอบของโรค ได้แก่
          - ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบจึงเกิดโรคหัวใจได้ง่าย
          - ไตจะขับเกลือออกได้น้อยลง ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
          - ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูง ร่วมกับไขมันดี เฮส ดี แอลต่ำ เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด

          - เลือดจะแข็งตัวได้ง่ายทำให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ

          - มีกรดไขมันจากตับมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย

          จะเห็นว่าผลเสียส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อหลอดเลือดแดงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคอ้วน หรือเบาหวาน


การรักษา
การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม
          เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มโรค metabolic syndrome ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคเบาหวาน รวมถึงจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอื่นด้วย  ทำให้การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น
          1. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยการลดอาหารประเภทไขมันลงไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ในทางปฏิบัติให้ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ได้แก่เนื้อสัตว์ที่ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทะเลพวกกุ้งและปลาหมึก น้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู น้ำมันพืชบางชนิด ได้แก่ น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว และไม่ควรรับประทานอาหารพวกแป้งเกินร้อยละ 50 ของพลังงานที่รับประทาน แต่ให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง ผัก พืชตระกูลถั่ว

          2. ลดอาหารเค็ม ทำได้โดยลดอาหารหมักดอง ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความดันโลหิต

          3. ลดน้ำหนัก พบว่าการลดน้ำหนักลงร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัว จะชะลอหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง

          4. แนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในกรณีที่เป็นโรคเหล่านี้อยู่แล้วการออกกำลังกายจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น          

          หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย ก็จำเป็นต้องใช้ยาในการควบคุม โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับโรคที่เป็น อย่างเช่นกรณีของคุณเพลินใจควรเน้นการปรับพฤติกรรมควบคู่กับการเลือกใช้ยา โดยในคนที่อ้วนการลดน้ำหนักลงร้อยละ 5-10 จะสามารถช่วยชะลอและป้องกันการเกิดโรคของหลอดเลือดหัวใจได้ ฉะนั้นคุณเพลินใจจึงควรลดน้ำหนักลง 3.25-6.5 กิโลกรัม โดยการลดพลังงานลง 500 กิโลแคลอรี/วัน จะสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ด้วยหลักการง่าย ๆ คือ ให้ลดหรืองดรับประทานของที่ให้พลังงานมาก เช่น ของทอด ของมัน ของหวาน เลือกรับประทานแต่อาหารที่ให้พลังงานน้อยกว่า เช่น รับประทานข้าวขาหมูเนื้อล้วนแทนเนื้อติดมัน รับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำแทนก๋วยเตี๋ยวแห้ง งดใส่ถั่ว เนื่องจากถั่วมีพลังงานมาก เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธีการต้ม นึ่ง ย่าง แทนการผัดหรือทอด เลือกรับประทานผลไม้สดแทนไอศกรีม ขนมหวาน และดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ระดับไขมันแอลดีแอลไม่ให้เกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ระดับไตรกลีเซอไรด์ไม่ให้เกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และเพิ่มไขมันเอชดีแอลให้มากกว่า 60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
           ขณะที่การออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้แข็งแรงและลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องจำกัดพลังงานมาก เพราะการออกกำลังกายระดับปานกลาง ซึ่งทำให้ชีพจรเต้นในระดับ 50-70 % ของชีพจรสูงสุด เป็นเวลานาน 30 นาที ร่างกายใช้พลังงานไป 250 กิโลแคลอรีต่อวัน หรือเท่ากับ 500 กิโลแคลอรีต่อวัน กรณีคุณเพลินใจควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 45-60 นาที เพราะต้องมีการลดน้ำหนัก

            สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย ควรเริ่มต้นออกกำลังกายวันละ 10 นาทีแล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ 

                                                                                                                                                      

ภาพประกอบ: www.easyhealthoptions.com

กลับหน้าแรก >> 


นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี ซึ่งเมื่อมีนิ่วเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ...

อ่านต่อ

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคืออะไร 1

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคืออะไร 1

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (หรือที่เรียกว่า Human Papillomavirus หรือ HPV วัคซีน) จะป้องกันไวรัสที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ ...

อ่านต่อ

ตรวจภายในไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ตรวจภายในไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ตรวจภายในประโยคสั้น ๆ นี้ที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่สบายใจไปตาม ๆ กันหากต้องรับการตรวจ ไม่ว่าจะเป็น ...

อ่านต่อ

ช็อกโกแลตซีส (cyst) โรคภายในที่ผู้หญิงควรรู้

ช็อกโกแลตซีส (cyst) โรคภายในที่ผู้หญิงควรรู้

นับวันผู้หญิงหลายคน ก็เริ่มที่จะคุ้นหูกับคำว่า "ช็อกโกแลตซีส" หรือโรคที่ทางการ แพทย์เรียกว่า "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญ ...

อ่านต่อ

วิธีเอาชนะกลิ่นอับในจุดซ่อนเร้น

วิธีเอาชนะกลิ่นอับในจุดซ่อนเร้น

 เรื่องกลิ่นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับสาวๆทุกท่านและยิ่งเป็นกลิ่นในที่ซ่อนเร้นแล้วเราต้องรักษาสุขภาพและความงาม ...

อ่านต่อ

ตกขาว

ตกขาว

 ตกขาวเป็นสิ่งที่พบได้ในผู้หญิงทั่วไป  ความสำคัญคือ คุณควรรู้ว่าเมื่อไหร่ตกขาวนั้นปกติ เมื่อไหร่ตกขาวนั้นผิดปกติ ซึ่ง ...

อ่านต่อ





การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง

เพศน่ารู้ โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย ตอนที่ 1

Tags : โรคอ้วน ภาวะอ้วนลงพุง Metabolic Syndrome ออกกำลังกาย น้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด หัวใจ เบาหวาน หลอดเลือด

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view