[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

รักษาโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตอย่างไร

รักษาโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตอย่างไร



ภาวะโลหิตจางในโรคไตเกิดขึ้นเมื่อไร

          เมื่อการทำงานของไตลดลงจนระดับครีเอตินินในเลือดสูงกว่า 2-3 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จะเริ่มพบภาวะโลหิตจางได้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เมื่อการทำงานของไตเสื่อมลงไปอีกจะพบภาวะโลหิตจางได้บ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น และเมื่อการทำงานของไตลดต่ำกว่า 25% ของภาวะปกติ จะพบภาวะโลหิตจางได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่

          แพทย์สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยรายใดเกิดภาวะโลหิตจางมากน้อยเพียงใด โดยการตรวจวัดระดับฮีโมโกลบินหรือระดับฮีมาโตคริตในเลือด กล่าวคือ ระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 12 กรัม/เดซิลิตร หรือฮีมาโตคริตต่ำกว่า 37% ในผู้ชาย และระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 11 กรัม/เดซิลิตร หรือฮีมาโตคริตต่ำกว่า 33% ในผู้หญิง ถือว่ามีภาวะโลหิตจางแล้ว


สาเหตุใดที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางในโรคไต

          ภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง มีสาเหตุสำคัญมาจากการขาดฮอร์โมนที่เรียกว่า “อิริโธรพอยติน” ในภาวะปกติประมาณ 90% ของฮอร์โมนนี้สร้างจากเนื้อไต และไปออกฤทธิ์กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อเกิดโรคไตเรื้อรัง การสร้างฮอร์โมนนี้จึงลดน้อยลง มีผลให้การสร้างเม็ดเลือดแดงที่ไขกระดูกลดลง ผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่จึงมีภาวะโลหิตจาง

          ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบเป็นสาเหตุร่วมของภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ การขาดธาตุเหล็ก พร่องกรดโฟลิก หรือ วิตามินบี 12 การเสียเลือดซ่อนเร้นจากแผลในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ เม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังยังแตกง่าย ทำให้อายุของเม็ดเลือดแดงสั้นลง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะยูรีเมียเองหรือภาวะที่มีฮอร์โมนพาราไทรอยด์คั่งสูงในโรคไตวายเรื้อรัง การได้รับยาลดการดูดซึมฟอสเฟตในอาหารชนิดที่มีอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบอยู่นาน ๆ จะทำให้ผู้ป่วยมีธาตุอะลูมิเนียมเกิน และเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลหิตจางได้เช่นเดียวกัน


ภาวะโลหิตจางทำให้เกิดผลเสียอย่างไร

          ภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง มิใช่เพียงทำให้ผู้ป่วยดูซีดและอ่อนเพลียเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดอาการในระบบต่าง ๆ อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะการเกิดผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจโตขึ้น จนถึงการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อให้การรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยเหล่านี้ จะมีผลให้อาการต่าง ๆ ที่เชื่อว่ามีสาเหตุจากภาวะโลหิตจางลดลงด้วย และทำให้การทำงานในระบบต่าง ๆ ดีขึ้น ดังนี้คือ

          - อาการในระบบหัวใจและหลอดเลือด

          - ขนาดหัวใจที่เคยขยายใหญ่จะมีขนาดค่อย ๆ เล็กลง ผนังหัวใจห้องล่างซ้ายที่เคยหนาตัวก็ค่อย ๆ ลดขนาดลง นอกจากนี้อาการเจ็บหน้าอกจากภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีตีบก็อาจมีอาการทุเลาลงได้ อย่างไรก็ดี ควรให้การรักษาภาวะโลหิตจางตั้งแต่ระยะเนิ่น ๆ จึงจะได้ผลดี

          - อาการในระบบอื่น ๆ

ภายหลังจากที่แพทย์ได้แก้ไขภาวะโลหิตจางแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น ความทรงจำและสมาธิดีขึ้น สมรรถภาพทางเพศกลับคืนมา ผู้ป่วยหญิงที่เคยขาดประจำเดือนเนื่องจากโรคไตเรื้อรังอาจกลับมีเหมือนเดิม มีการตอบสนองในระบบภูมิต้านทานดีขึ้น การกินอาหารดีขึ้น ปัญหาการนอนไม่หลับก็ดีขึ้น และยังสามารถลดภาวะเลือดออกผิดปกติที่เกิดจากเกล็ดเลือดทำงานบกพร่องในโรคเรื้อรังระยะรุนแรงได้อีกด้วย


จะรักษาโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตอย่างไรดี

          แต่เดิมในยุคก่อนที่จะมียาฮอร์โมนอิริโธรพอยตินใช้ การรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักไม่ประสบผลสำเร็จ กล่าวคือ นอกจากการให้ยาบำรุง ยาธาตุเหล็ก ยาฮอร์โมนเพศชาย เพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ไขกระดูก ซึ่งมักไม่ค่อยได้ผลดีแล้ว ในที่สุดมักต้องลงเอยด้วยการให้เลือดแก่ผู้ป่วย แต่ในปัจจุบันตั้งแต่มีการสังเคราะห์ยาฮอร์โมน “อิริโธรพอยติน” ที่เลียนแบบเหมือนฮอร์โมนของคนเรามาใช้กับผู้ป่วยในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้ลดความนิยมในการให้เลือดลงมา เนื่องจากากรให้เลือดอาจเกิดผลเสียแก่ผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เลือดเร็วไม่อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะน้ำเกิน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ไข้หนาวสั่น เป็นผื่นคัน หรืออาจทำให้ได้รับเชื้อโรคบางอย่างได้ อายุของเม็ดเลือดแดงที่ผู้ป่วยได้รับมักมีอายุสั้นกว่าปกติ การให้เลือดบ่อย ๆ จะทำให้มีการสะสมของธาตุเหล็กในร่างกายจนเกินความต้องการ นอกจากนี้การให้เลือดยังกระตุ้นให้ผู้ป่วยสร้างภูมิต้านทานบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ทำให้อายุของเม็ดเลือดแดงที่ผู้ป่วยได้รับถูกทำลายเร็วขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้ป่วยที่ต้องการได้รับการปลูกถ่ายไตในอนาคต อาจส่งเสริมให้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาการปฏิเสธไตใหม่ที่ได้รับ ดังนั้น ในปัจจุบันนี้แพทย์จะให้เลือดแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต่อเมื่อมีความจำเปนจริง ๆ เท่านั้น เช่น ผู้ป่วยที่มีการเสียเลือดจนซีดมาก หรือผู้ป่วยที่มีอาการจากภาวะโลหิตจางที่ไม่สามารถใช้ยาฮอร์โมนอิริโธรพอยตินได้ เป็นต้น


ยาฮอร์โมนอิริโธรพอยติน และเป้าหมายการรักษา

                การรักษาภาวะโลหิตจางในโรคไตวายเรื้อรังนั้น ไม่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นปกติทั้งหมด และเป็นที่ยอมรับกันว่า ระดับฮีมาโตคริตในช่วง 33-36% หรือระดับฮีโมโกลบิน 11-12 กรัม/เดซิลิตร เป็นระดับที่เหมาะสมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในการป้องกันหรือลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากโลหิตจางได้ แพทย์สามารถให้การรักษา เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยการใช้ยาฮอร์โมน “อิริโธรพอยติน” ซึ่งถือว่าเป็นยาที่สำคัญที่สุดในการรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยให้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาด 50-100 ยูนิต/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/สัปดาห์  มักให้สัปดาห์ละครั้ง ในผู้ป่วยโรคไตในระยะก่อนการฟอกเลือด ซึ่งเป็นขนาดที่ต่ำกว่าที่ใช้ในผู้ป่วยโรคไตวายที่ได้รับการฟอกเลือดแล้ว ส่วนในผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการฟอกเลือดแล้ว ความถี่ของการให้ยาอาจเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตามความเหมาะสม เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าผู้ป่วยมีระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 11 กรัม/เดซิลิตร หรือฮีมาโตคริตต่ำกว่า 33% แพทย์จะพยายามหาสาเหตุของโรคโลหิตจางอื่น ๆ ที่แก้ไขได้ก่อน เช่น การเสียเลือดซ่อนเร้นในทางเดินอาหาร การขาดธาตุเหล็กหรือวิตามินอื่น ๆ หากไม่พบสาเหตุอื่นชัดเจน จึงพิจารณาให้เริ่มใช้ยาฮอร์โมนอิริโธรพอยตินนี้ได้ แต่เนื่องจากยาดังกล่าวนี้มีราคาแพง แพทย์จังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและปรึกษาผู้ป่วยก่อนเสมอ ในปัจจุบันมียาฮอร์โมนอิริโธรพอยตินที่เลียนแบบยาต้นตำรับออกมาจำหน่าย ทำให้มีราคาถูกลง แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบเกี่ยวกับคุณภาพของยา เนื่องจากยาที่ไม่ได้คุณภาพอาจก่อเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

 

                                                      ยาธาตุเหล็ก มีความจำเป็นอย่างไร

ยาธาตุเหล็ก มีความจำเป็นอย่างไร                เนื่องจากประมาณ 25-33% ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีโรคโลหิตจาง มีภาวะขาดธาตุเหล็กอยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อแพทย์พบว่าผู้ป่วยโรคไตมีภาวะโลหิตจางเกิดขึ้น จึงต้องตรวจเลือด เพื่อดูว่าภาวะขาดธาตุเหล็กร่วมด้วยหรือไม่ และให้ผู้ป่วยกินยาธาตุเหล็กด้วยตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่ได้รับยาฮอร์โมนอิริโธรพอยติน แพทย์จะให้ยาธาตุเหล็กด้วย แม้ไม่มีภาวะขาดธาตุเหล็กชัดเจน เพื่อให้ไขกระดูกสามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดีขึ้น ในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดแล้ว การกินธาตุเหล็กอาจไม่เพียงพอ จึงต้องให้ยาธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยบางราย

 

ข้อมูล: หนังสือ รู้ดีเรื่องโรคไต มารู้จักไตของเราและโรคไตกันเถอะ

 ภาพประกอบ: www.activebeat.com, www.livestrong.com, www.prevention.com, 

กลับหน้าแรก >> 


Tags : โรคไต  โลหิตจาง  ฮอร์โมนอิริโธรพอยติน  erythropoietin hormone  ธาตุเหล็ก

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view