[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

อาหารการกินในโรคไต ตอนที่ 2

อาหารการกินในโรคไต ตอนที่ 2


ชอบกินเค็มทำให้เป็นโรคไตจริงหรือ

          ในร่างกายคนเราตามธรรมชาติมีสารละลายเกลือโซเดียมคลอไรด์อยู่แล้ว โดยปกติปริมาณเกลือในร่างกายมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำในร่างกาย ถ้าร่างกายมีเกลือมากก็จะอุ้มน้ำไว้ในตัวมาก ส่งผลให้ร่างกายมีน้ำมาก ในทางตรงข้าม หากร่างกายมีเกลือน้อยมักพบในภาวะที่ร่างกายมีการขาดน้ำ อาหารรสเค็มมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียมคลอไรด์สูง การกินอาหารที่มีรสเค็มจึงทำให้ผู้ป่วยได้รับเกลือโซเดียมคลอไรด์เข้าไปในร่างกายมาก เดิมเคยเชื่อว่าการกินเค็มไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตโดยตรงในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง และไตทำงานปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยมีโรคความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้ว การกินเค็มย่อมส่งเสริมให้ความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีกทำให้แพทย์ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ยากขึ้น และความดันโลหิตที่สูงขึ้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้มีการเสื่อมหน้าที่ของไตได้เร็วขึ้น โดยความดันโลหิตสูงจะมีผลระยะยาวต่อไต ทำให้เนื้อเยื่อของไตส่วนที่เหลือค่อย ๆ ถูกทำลายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และการทำงานของไตเสื่อมเร็วขึ้น

          ในปัจจุบันพบหลักฐานว่า การบริโภคอาหารที่มีเกลือแกงมากเกินเหมาะสม มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในเนื้อไตมากขึ้นได้ โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยเรื่องความดันโลหิตสูง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าคนที่ชอบบริโภคอาหารรสเค็มเป็นประจำ  อาจมีโอกาสเกิดโรคไตได้สูงขึ้นทั้งจากผลโดยตรงและโดยทางอ้อม

          นอกจากนี้แล้วการกินเค็มจะทำให้ผู้ป่วยโรคไตมีปริมาณเกลือโซเดียมและน้ำสะสมในร่างกายมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการบวมและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือน้ำท่วมปอดได้

          จึงมีข้อแนะนำว่า ในคนปกติไม่ควรกินเค็มมากนัก หมายถึง ไม่ควรเติมเกลือ น้ำปลาหรือซอสต่างๆ เพื่อการปรุงรสเพิ่ม แต่ถ้ามีโรคความดันโลหิตสูงหรือมีโรคไตเรื้อรัง ควรลดปริมาณเกลือในอาหารลง


ปริมาณเกลือในอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไต

          ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ได้รับเกลือจากอาการมากไป จะทำให้เกิดอาการบวม ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ถ้าได้รับเกลือน้อยไป อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ผิวหนังเหี่ยวแห้ง ความดันโลหิตต่ำลง เป็นปริมาณเกลือในอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไตตะคริว หรือมีอาการซึมได้ การรักษาสมดุลของปริมาณเกลือโซเดียมในร่างกายจึงมีความสำคัญต่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีสภาพการทำงานของไตลดลง ปริมาณเกลือโซเดียมที่ผู้ป่วยสามารถรับได้โดยไม่เกิดอันตรายย่อมลดลงตามไปด้วย โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีเกลือมากหรือเค็มจัด หากมีอาการบวม ควรกินอาหารอ่อนเค็มค่อนไปทางจืด

ประเภทอาหารที่ให้เกลือโซเดียมแก่ร่างกายที่สำคัญ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้ คือ

          - เกลือที่ใช้ปรุงรสอาหาร ให้โซเดียมประมาณ 90% หรือมากกว่า ของปริมาณโซเดียมทั้งหมดที่ร่างกายได้รับ ซึ่งอาจอยู่ในรูปเกลือป่น เกลือเม็ด น้ำปลา หรือซอสที่มีรสเค็ม เช่น ซีอิ๊วขาว ซอสถั่วทุกชนิด

          - สารปรุงแต่งอาหาร เช่น ผงชูรส ผงฟู ยากันบูด ก็มีโซเดียมแต่มีน้อย

          - อาหารหลักธรรมชาติ เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้ ให้โซเดียมแก่ร่างกายน้อย


คนที่เป็นโรคไตควรดื่มน้ำอย่างไรจึงเหมาะสม

          เรื่องปริมาณน้ำดื่มในผู้ป่วยโรคไต มักเป็นสาเหตุของปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในผู้ป่วยโรคไตอยู่เสมอ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องดื่มน้ำในปริมาณปกติ แต่บางรายต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่ม ดังนั้น จึง
คนที่เป็นโรคไตควรดื่มน้ำอย่างไรจึงเหมาะสมอาจพิจารณาเรื่องน้ำดื่มที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไตออกเป็น 2 ประเด็น คือ ปริมาณของน้ำดื่มที่เหมาะสม และชนิดของน้ำดื่ม

          1. ปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไต ขึ้นกับชนิดของโรคไต และระยะของโรคไตเรื้อรังที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ผู้ที่เป็นโรคไตบางชนิด เช่น โรคไตที่เกิดจากนิ่ว การอุดกั้นของท่อไตหรือทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น ในระยะต้นและระยะกลางมักมีปัสสาวะมาก จึงสามารถดื่มน้ำได้อย่างค่อนข้างอิสระ ในทางตรงข้าม หากเป็นผู้ป่วยโรคไตที่เกิดจากเบาหวาน หรือโรคไตเนโฟรติก ซึ่งมักมีอาการบวมร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่ม

          ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับปานกลางจนถึงรุนแรงพอควร ซึ่งมีค่าครีเอตินินในเลือดประมาณ 2-8 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ไตของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังสามารถขับน้ำออกทางปัสสาวะได้ดี จึงสามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่ก็ไม่ควรดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ ที่ผิดไปจากภาวะปกติที่เคยปฏิบัติอยู่ประจำ เนื่องจากอาจทำให้ไตไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกได้ทันท่วงทีและเกิดปัญหาตามมาได้ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการบวมหรือมีความรุนแรงของโรคไตเรื้อรังมากขึ้น ซึ่งมีระดับครีเอตินินในเลือด ประมาณ 8-10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้ป่วยเหล่านี้มักมีปัสสาวะลดลง ควรจำกัดปริมาณน้ำดื่มให้ลดลง โดยถือตามปริมาณปัสสาวะ 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยเป็นเกณฑ์ เช่น ถ้าผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะได้รวม 1,000 มิลลิลิตร/วัน ก็อนุมารว่าผู้ป่วยควรดื่มน้ำได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร/วัน ถ้าผู้ป่วยมีปัสสาวะน้อยกว่านี้ ก็ควรดื่มน้ำให้น้อยลงตามไปด้วย และแพทย์จะให้ยาขับปัสสาวะช่วยควบคุมไม่ให้เกิดอาการบวมหรือภาะน้ำเกิน

          นอกจากนี้ อาจประเมินหาปริมาณน้ำบริโภคที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยดูจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน แสดงว่าผู้ป่วยดื่มน้ำมากไปหรือน้อยไปตามลำดับ ควรค่อย ๆ ปรับปริมาณน้ำดื่มให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม โดยพิจารณาควบคู่กับปริมาณปัสสาวะที่ขับออก และน้ำหนักตัวในแต่ละวัน

          ผู้ป่วยโรคไตในระยะฟอกเลือด ออกมีปัสสาวะน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย สามารถดื่มน้ำไม่เกินวันละ 700 มิลลิลิตร ในปริมาณนี้ต้องรวมเครื่องดื่มชนิดอื่นและอาหารทุกอย่างที่เป็นของเหลวด้วย  ในผู้ป่วยที่มีปัสสาวะน้อยมากแล้ว น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันจะสอดคล้องกับปริมาณของเหลวต่าง ๆ ที่ดื่มเข้าไปในแต่ละวัน โดยทั่วไปแนะนำให้น้ำหนักผู้ป่วยขึ้นได้ไม่เกินวันละ 1 กิโลกรัม ในผู้ป่วยฟอกเลือด หากผู้ป่วยดื่มน้ำมากเกินไป จะทำให้บวมมากขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว หรือน้ำท่วมปอดได้ ซึ่งอาจจะส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

           2. ชนิดของน้ำดื่ม นอกจากปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมแล้ว ผู้ป่วยโรคไตยังต้องคำนึงถึงชนิดของน้ำดื่มหรือเครื่องดื่มด้วย น้ำที่ผู้ป่วยโรคไตดื่มได้ ได้แก่ น้ำฝน น้ำประปากรอง แต่ไม่ควรดื่มน้ำบ่อหรือน้ำบาดาลที่มีรสกร่อย เพราะอาจมีเกลือโซเดียมหรือสารโลหะหนักอื่น ๆ ละลายอยู่ ไม่ควรดื่มน้ำแร่บรรจุขวดหรือเครื่องดื่มประเภทน้ำเกลือแร่ เพราะมีสารประกอบของโซเดียมละลายอยู่มากกว่าน้ำธรรมดา นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตในระยะกลางถึงระยะรุนแรงไม่ควรดื่มน้ำผลไม้คั้น เพราะมีสารเกลือแร่โพแทสเซียมจำนวนมาก และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการที่โพแทสเซียมในเลือดสูง


ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง

          อาการเกือบทุกชนิดมีโพแทสเซียมอยู่ โดยเฉพาะในผักและผลไม้เป็นหลักสำคัญของโพแทสเซียม สามารถแบ่งผลไม้และผักออกได้เป็น 3 กลุ่ม ตามปริมาณโพแทสเซียมที่มีอยู่ออกเป็น ต่ำ ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงปานกลาง และสูง ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะต้นและระยะกลางยังไม่จำเป็นที่จะต้องกินผลไม้ทั้งหมด อาจกินผลไม้ได้พอควร โดยตรวจดูค่าระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่าจนเป็นอันตรายหรือไม่ ไม่ควรกินผลไม้ตากแห้ง หมักดอง เช่น ลูกเกด มะม่วงดอง เนื่องจากมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง

          ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีความรุนแรงของโรคมาก ซึ่งมีค่าครีเอตินินในเลือดตั้งแต่ 9 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป หรือเมื่อระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่า 5 มิลลิโมล/ลิตร ควรงดการกินผลไม้ทุกชนิด เพราะอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกิน หากมีระดับสูงมากเกิน 6-6.5 มิลลิโมล/ลิตร จะเสี่ยงต่อการมีจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติอย่างรุนแรง จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้อย่างฉับพลัน

                                                                                                                                           

ข้อมูล: หนังสือ "รู้ดีเรื่องโรคไต" มารู้จักไตของเราและโรคไตกันเถอะ

ภาพประกอบ: www.wxyz.com, www.99healthplus.com, www.chronicfatigue.about.com,www.organicfacts.net

                                                                                                                                        

กลับหน้าแรก >> 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อาหารพลังงานตํ่า

อาหารพลังงานตํ่า

ธรรมชาติได้ให้อาหารแก่มนุษย์เรา

หลากหลายทั้งพืชและสัตว์ การกิน

อาหารปัจจุบันเป็นตัวชี้วัดหรือ  ...

อ่านต่อ

อาหารการกินในโรคไต ตอนที่ 1

อาหารการกินในโรคไต ตอนที่ 1

เดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีงานวันแม่

แห่งชาติ หลายแห่งมีการจัดงาน จัด

กิจกรรมเพื่อระลึกถึงพระคุณแม่เป็น  ...

อ่านต่อ

มุมมองนักวิทยาศาสตร์การอาหาร

มุมมองนักวิทยาศาสตร์การอาหาร

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการ

ดำรงชีวิต” คนเราควรรับประทานอาหาร

อย่างเพียงพอ ให้ร่างกายได้รับพลังงาน ...

อ่านต่อ

ใยอาหารสำคัญอย่างไรกับสุขภาพ

ใยอาหารสำคัญอย่างไรกับสุขภาพ

เมื่อพูดถึงใยอาหาร หลายท่านอาจจะนึก

ไม่ออกว่าเป็นส่วนประกอบใดของอาหาร

แท้จริงแล้วใยอาหารคือส่วนที่เรา ...

อ่านต่อ

เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับ  ปริมาณโคเลสเตอรอล

เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับ

ปริมาณโคเลสเตอรอล

อาหารจำนวน 100 กรัม ให้ปริมาณ

โคเลสเตอรอลเป็นมิลลิกรัม ดังนี้ ...

อ่านต่อ

อาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

อาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก

ให้แข็งแรง 

การกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยเสริม

สร้างให้กระดูกแข็งแรง สารอาหารที่ ...

อ่านต่อ

โภชนาการหญิงตั้งครรภ์

ธงโภชนาการ

Tags : โภชนาการ  อาหารสุขภาพ  โรคไต  อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view