[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

ผู้ป่วยที่สูงอายุควรทานอาหารอย่างไร

ผู้ป่วยที่สูงอายุควรทานอาหารอย่างไร

         

         



          ในผู้สูงอายุระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายจะเสื่อมลงทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนั้น การที่ร่างกายได้รับสารอาหารผิดปกติทั้งมากเกินไปหรือน้อยเกินไป จะยิ่งซ้ำเติมให้ร่างกายเสื่อมถอยเพิ่มขึ้น ดังนั้น การบริโภคอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งการที่เราจะเลือกอาหารให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุนั้นจำเป็นต้องเลือกอาหารให้ตรงตามความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งแตกต่างจากคนในวัยอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดภาวะเจ็บป่วยขึ้นก็จะมีความต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันการบริโภคอาหารกลับยิ่งลดลง 

          จากการสำรวจภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุไทยของกระทรวงสาธารณสุขไทยปี พ.ศ. 2542-2543 พบว่ามีความชุกของภาวะทุพโภชนาการทั้งในผู้สูงอายุเพศชายและเพศหญิงร้อยละ 20.5 และ ร้อยละ 15 ตามลำดับ (การสำรวจภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุไทยปี พ.ศ. 2542-2543 ประเสริฐ อัตสันตชัย และคณะ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น เนื่องจากการตอบสนองต่อการรักษาลดลงเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการปกติ ดังนั้นการป้องกันภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุและการประเมินผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ได้เร็วที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น

 

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยาในผู้สูงอายุ

          1. การบริโภคอาหารได้น้อยลง มีสาเหตุมาจาก
           - การเคี้ยวและการกลืนลำบากขึ้น เนื่องจากฟันและเหงือกเสื่อมสภาพไป ทำให้ผู้สูงอายุไม่อยาก
รับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยวนาน เช่น เนื้อสัตว์และผัก เป็นต้น

           - การรับกลิ่นลดลง จึงทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลง
           - การรับรสชาติอาหารลดลง เนื่องจากปุ่มรับรสเสื่อมไป ทำให้ต้องเลือกอาหารที่มีรสจัด หรือเลือกรับประทานอาหารที่เค็มจัด หวานจัดมากขึ้น
          2. ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแอลง ฝ่อ ลีบ (sarcopenia) สาเหตุเนื่องจากการขาดสารอาหาร ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อทำให้ฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะ protein metabolism การลดลงของ physicalactivity หรือมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย เป็นต้น ทำให้กล้ามเนื้อเสียการทำงานไปและมีการสลายกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น

          3. ภาวะกระดูกเปราะและหักได้ง่าย (osteopenia) สาเหตุอาจเกิดจากการเสียสมดุลของฮอร์โมนและการได้รับปริมาณแคลเซียมจากอาหารน้อยลง ทำให้เกิดการสลายออกจากกระดูกมากขึ้น ความหนาแน่นของกระดูกลดลง
          4. พลังงานที่ผู้สูงอายุต้องการในแต่ละวันลดน้อยลง เนื่องจากผู้สูงอายุใช้พลังงานในการดำเนินชีวิตลดน้อยลงจากวัยผู้ใหญ่ ความต้องการในขณะพักลดน้อยลงเนื่องจากปริมาณกล้ามเนื้อที่ลดลง และมีปริมาณกล้ามเนื้อและมวลกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมัน (lean body mass) ลดลงเป็นผลมาจากการบริโภคอาหารที่ลดน้อยลงโดยเฉพาะอาหารกลุ่มโปรตีน พลังงานที่ใช้ในการเผาผลาญจึงน้อยลงตามไปด้วย
          5. โรคเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ
          5.1 โรคอ้วน เนื่องจากมีการสะสมของไขมันมากขึ้นความต้องการพลังงานในร่างกายลดลง การใช้พลังงานในชีวิตประจำวันลดน้อยลง แต่การบริโภคอาหารยังคงเดิม หรือเลือกอาหารไม่เหมาะสมและพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย
          5.2 โรคหัวใจ สาเหตุเนื่องจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น อาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูง บางรายงานพบว่าผู้สูงอายุมักเลือกบริโภคอาหารที่เป็น trans-fatty acidsและอาหารที่มี glycemic index สูงมากขึ้น แต่เลือกรับประทานอาหารที่มี ω-3 fatty acids,Folate และใยอาหารจากธัญพืชน้อยลง (Hu FBet.al NEJM 2000;343:350) นอกจากนั้นยังพบว่าภาวะทางจิตใจและความเครียดที่อาจเพิ่มมากขึ้นในผู้สูงอายุบางรายยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นด้วย
          5.3 Metabolic syndrome เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่เคลื่อนไหวเท่าที่ควร ใช้เวลาในการรับประทานอาหารมาก โดยเฉพาะอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ซึ่งทำให้มีการสะสมไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ จากเซลล์ไขมันออกมาสู่กระแสเลือดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเผาผลาญในร่างกายซึ่งสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงขึ้น บวกกับการมีภาวะอ้วนลงพุง ร่วมกับการออกกำลังลดน้อยลง ส่งผลให้ HDL-cholesterol ลดน้อยลงตามไปด้วย


การเลือกอาหารในผู้สูงอายุ

          การเลือกอาหารในผู้สูงอายุผู้สูงอายุรีเนื่องจากการใช้พลังงานในขณะพักของผู้สูงอายุลดน้อยลง ดังนั้น ผู้สูงอายุควรลดการบริโภคอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง น้ำตาล รวมถึงไขมันให้น้อยลง และควรเลือกรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนเพิ่มมากขึ้น

          โปรตีนจาก FAO/WHO/UAN แนะนำให้ผู้สูงอายุได้รับปริมาณโปรตีนประมาณ 1 g/kg/d และสัดส่วนร้อยละ12-15 ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน และที่สำคัญผู้สูงอายุมีความต้องการกรดอะมิโนจำเป็นมากกว่าวัยผู้ใหญ่อีกด้วย จึงควรเลือกโปรตีนที่มีคุณภาพดี เคี้ยวง่ายและไขมันต่ำ เช่น ไข่ เนื้อสัตว์จำพวกปลา ปลาทะเล ไก่ไม่ติดหนัง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง นม และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
          - คาร์โบไฮเดรต ผู้สูงอายุควรได้รับคาร์โบไฮเดรต ประมาณร้อยละ 50-60 ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีใยอาหาร แทนคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกระบวนการขัดสีแล้วเช่น เลือกบริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขาว แต่ควรหุงให้ได้ข้าวนิ่มกว่าปกติ เป็นต้น หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาล น้ำหวาน ทั้งในรูปของ soft drink และการเติมลงในอาหาร นอกจากนั้น ควรบริโภคใยอาหารเพิ่มมากขึ้นจากอาหารจำพวกผักต่าง ๆ (ซึ่งควรหุงจนมีเทคเจอร์ที่นุ่ม) เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ ป้องกันภาวะท้องผูก ซึ่งมักพบได้
บ่อยในผู้สูงอายุ ควรเลือกหรือดัดแปลงผักให้มีลักษณะอ่อน นุ่ม เคี้ยวได้ง่าย เพื่อให้สามารถบริโภคได้มากขึ้น
          - ไขมัน ควรบริโภคไขมันไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน และควรเลือกไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลืองเป็นต้น หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ รวมทั้งอาหารทอดนมและเนยที่มีไขมันเต็มส่วน
          ควรหลีกเลี่ยงน้ำชาและกาแฟ เนื่องจากมีผลทำให้ท้องผูก นอนไม่หลับได้ หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ เนื่องจากทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะมากขึ้นและทำให้อ้วนได้ง่าย

 

ผู้สูงอายุที่มีอาการเบื่ออาหาร 

          อาหารจากโรคที่เป็นหรืออาจเกิดจากยาที่ได้รับ มักบริโภคอาหารได้น้อยกว่าที่ควร หากผู้ป่วยไม่สามารถรับอาหารทางปากได้ดี nutrition support ทั้ง enteral nutrition และ/หรือ tube feeding ตามความเหมาะสม ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมกับสภาวะของโรค ช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และที่สำคัญเพื่อลดความเสี่ยงและอัตราการเสียชีวิตได้ จาก meta-analysis ได้ศึกษาในผู้สูงอายุที่ได้รับ food supplement สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 26 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (RR 0.74; 95% CI) ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำจาก ESPEN Guidelines on Enteral Nutrition : Geriatrics (Clinical Nutrition 2006; 25:330-60) ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะทุพโภชนาการควรได้รับ oral nutrition supplement และในผู้ที่มีปัญหากลืนลำบาก (dysphagia) และคาดการณ์ว่าไม่สามารถกลับมารับประทานเองได้ตามปกติเป็นระยะเวลานานเกิน 1-2 อาทิตย์ ควรได้รับการพิจารณาให้สารอาหารทาง Nasogastric Tubes (NGT) ส่วนการให้สารอาหารทาง Percutaneous Endoscopic Gastrostomy (PEG) จะถูกพิจารณาเมื่อเห็นว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร EN เป็นระยะเวลานานกว่า 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้นได้เร็ว ลดอุปสรรคและความเสี่ยง จากการให้อาหารผ่านทางจมูกนาน ๆปัจจุบันมีสารอาหารทางการแพทย์หลายชนิด แต่ละชนิดเหมาะกับสภาวะผู้ป่วยแต่ละโรค การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยมีแนวทาง ดังนี้

          1. ประเมินความสามารถของผู้ป่วย โดยพิจารณาถึง severity ของโรค ความต้องการพลังงาน (30 kcal/kg/d) และโปรตีน (1 g/kg/d) ประเมินความสามารถในการขับน้ำโดยดู intake/output เพื่อนำมาคำนวณปริมาณ volume ที่รับไหวใน 1 วัน โดยไม่เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ความสามารถในการย่อยไขมัน และความสามารถในการ metabolize carbohydrate และ protein เพื่อเลือกชนิดอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการในการย่อยและเผาผลาญสารอาหารของผู้ป่วยนั้น
          2. เลือกอาหารตามสัดส่วนของ non-protein calorie ต่อ nitrogen หรือ NPC : N ratio (kcal :1 gN) ให้เหมาะสมกับความรุนแรงของโรคของผู้ป่วย เช่น การมี stress มาก ควรได้รับอาหารที่มี NPC : N ratio ต่ำ เป็นต้น แล้วพิจารณาว่าจำเป็นต้องมี MCT ช่วยในผู้ที่มี ปัญหาการย่อยไขมันหรือไม่ หรือต้องใช้สูตรพิเศษสำหรับลดน้ำตาล เพิ่ม protein เพิ่ม fiber
          3. คำนวณ volume อาหารที่ต้องการใช้ โดยดูตามความต้องการโปรตีนของผู้ป่วย จนได้โปรตีนตามความต้องการ
          4. ปรับ calorie ที่ยังขาดด้วยการเพิ่มคาร์โบไฮเดรตและ/หรือไขมันโดยเฉพาะให้กับสารอาหารนั้นๆ หากอาหารนั้นมีโปรตีนพอแต่พลังงานยังไม่พอ
          5. ปรับ volume ที่ยังขาดด้วยการเพิ่มน้ำ หากเกินก็ตัดน้ำหรือให้อาหารที่มี caloric density สูง ควรระมัดระวังเรื่อง osmolarity ด้วยเช่นกัน

 

          หลักการให้โภชนบำบัดที่กล่าวแล้วนั้นเป็นเพียง guide เบื้องต้น อย่าลืมว่าแพทย์ต้องหมั่นทำการประเมินภาวะโภชนาการและความสามารถในการช่วยเหลือตนเองด้านการรับประทานอาหารของผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมา และป้องกันการกลับเข้าโรงพยาบาลอีก



ข้อมูล: วารสาร CVM

ภาพประกอบ: www.aspirace.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อาหารเพื่อสุขภาพกับ10 เมนู
สำหรับผู้สูงอายุ

อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุจะ
สนุกกับการกินอาหารไม่ได้ ลองนึกดู ...

อ่านต่อ

อยู่อย่างผู้สูงอายุที่มีความสุข

ชีวิตทุกคนผ่านวัยทารก วัยเด็ก
วัยหนุ่มสาว วัยผู้ใหญ่และก็ถึงวัยสูง
อายุหลายคนได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อ
 ...

อ่านต่อ

อาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ

การสูงวัยมีผลให้ร่างกายมีความเสื่อม 
การรับประทานอาหารที่เหมาะสมจะ
ช่วยชลอความเสื่อมของร่างกาย ...

อ่านต่อ

9 วิธีกินดีเพื่อสุขภาพ

1. กินอาหารครบ 5 หมู่-หมั่นดูแล
น้ำหนักตัวกินอาหารครบ 5 หมู่ แต่
ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่น ...

อ่านต่อ

อาหารเพื่อสุขภาพคือ...

ในยุคของการแข่งขัน ที่เรากำลัง
ประสบอยู่ในปัจจุบัน ชีวิตมีความ
รีบเร่งมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลา ...

อ่านต่อ

เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับปริมาณ
โคเลสเตอรอล

ถ้าท่านมีภาวะไขมันในเลือดสูง ควร
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอล ...

อ่านต่อ


กินเพื่อสุขภาพ 1 กินเพื่อสุขภาพ 2

Tags : อาหารผู้ป่วย  ผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยวัยเกษียน  เบื่ออาหาร

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view