[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

น้ำกัดเท้า น้ำกัดเล็บ

น้ำกัดเท้า น้ำกัดเล็บ



     

          “น้ำกัดเท้า” เป็นคำที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพื่อสื่อถึงภาวะที่เกิดอาการลอกเป็นขุย แดง คัน ของบริเวณฝ่าเท้า ซอกนิ้ว และซอกเล็บ โดยเฉพาะช่วงเวลาหน้าฝน หรือในผู้ที่มีอาชีพเท้าต้องเปียกน้ำบ่อย ซึ่งผู้ป่วยมักเชื่อว่าเกิดจากการ “แพ้น้ำ” หรือ “เชื้อรา” ส่วนคำว่า “น้ำกัดเล็บ” เป็นคำคล้องจองกับ “น้ำกัดเท้า” หมายถึงการที่เล็บมีลักษณะผิดปกติ กล่าวคือ มีลักษณะพื้นผิวขรุขระ หนา ผุกร่อน และมีสีเปลี่ยนไป มักพบร่วมกับภาวะ “น้ำกัดเท้า” แต่ความจริงแล้วน้ำไม่สามารถกัดได้ทั้งเล็บหรือเท้า แต่ที่คนทั่วไปเข้าใจดังกล่าว เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นมักพบในฤดูน้ำท่วม ทำให้เท้าชื้นแฉะได้ง่าย ซึ่งปกติน้ำมีคุณสมบัติเป็นกลาง แต่สารที่ละลายและปนเปื้อนมากับน้ำทำให้เกิดการระคายเคือง อันเป็นที่มาของคำว่า “น้ำกัดเท้า น้ำกัดเล็บ” และยังทำให้มีโอกาสติดเชื้อราได้มากกว่าปกติ


สาเหตุการเกิดโรค

       สาเหตุหรือโรคที่ทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้า มีการลอกเป็นขุย แดง คัน นั้น ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองหรือแพ้จากการสัมผัสกับสารเคมี โรคเชื้อรา หรือที่รู้จักคุ้นหูกันดีในชื่อของ “ฮ่องกงฟุต” และโรคสะเก็ดของผิวหนังอื่น ๆ เช่น โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น ซึ่งถ้าดูจากอาการภายนอกแล้ว จะคล้ายคลึงกันมากจนแยกกันไม่ออก ผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองนั้น ที่พบบ่อยมีสาเหตุมาจากการสัมผัสกรดด่างจากการทำงาน เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาซักผ้าขาว ทำให้ผิวหนังมีลักษณะแดง แห้ง ลอก และอาจแตกเป็นร่อง บางครั้งอาจกัดผิวหนังบริเวณขอบเล็บ เกิดอาการบวมแดง เจ็บหรือติดเชื้อแทรกซ้อนได้ในที่สุด ผื่นผิวหนังอักเสบที่เกิดจากอาการแพ้สารเคมี มักเกี่ยวข้องกับอาชีพการงาน จะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส มีน้ำเหลืองปนสะเก็ด และมีอาการคันมาก หากเป็นเรื้อรังจะทำให้ผิวหนังเป็นสะเก็ดหนา สารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปูนซีเมนต์ กาว เครื่องหนัง น้ำยาย้อมผม โกรกผม ดัดผม น้ำหอม ลักษณะของผื่นจะขึ้นมากบริเวณที่มีการสัมผัส โดยเริ่มแรกอาจไม่แสดงอาการ จนกระทั่งร่างกายสร้างปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันมาต่อต้านสารนั้น จึงเริ่มมีอาการ และหากได้สัมผัสสารอีกก็จะแสดงอาการรุนแรงมากขึ้นได้       

       โรคเชื้อราที่เท้า หรือ “ฮ่องกงฟุต” เป็นสาเหตุที่พบได้ในผู้ป่วยประมาณ 50% ที่มีผื่นคัน ลอกเป็นสะเก็ดที่เท้า โดยพบได้บ่อยบริเวณง่ามนิ้ว อาจลามมาที่ฝ่าเท้าหรือหลังเท้า ลักษณะอาการเป็นตุ่มน้ำใส แห้ง และเป็นสะเก็ดบาง ๆ แต่ถ้าพบบริเวณง่ามนิ้วที่อับชื้นมาก อาจมีการถลอกหรือแฉะ มีกลิ่นเนื่องจากการติดเชื้อแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อราที่เท้า ได้แก่ ผู้ที่มีเหงื่อออกมาก สวมใส่รองเท้าอับชื้น เป็นเบาหวาน โรคของหลอดเลือด หรือเป็นแผลที่เท้าบ่อยจากการกระทบกระแทก ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ส่วนโรคผิวหนังอื่นๆ ที่มาด้วยสะเก็ดลอก ได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น


อาการและอาการแสดง

       โรคเชื้อราที่เล็บ มีลักษณะเล็บหนา ข้างในกลวง เปราะ แตกหัก สีขุ่นเหลืองน้ำตาล มักเริ่มจากปลายเส็บก่อนแล้วลามไปสู่บริเวณอื่น พบว่า “เชื้อราที่เล็บ” ไม่เจ็บไม่คัน ทำให้คนส่วนมากไม่รู้ตัวหรือละเลยไม่สนใจ เกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อราอยู่ในร่างกาย พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคกลากเรื้อรังของฝ่าเท้า โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง หรือในผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องสวมรองเท้าอับชื้นอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังมีโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเล็บคล้ายคลึงกับเชื้อรา ได้แก่ โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ และโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังจากการแพ้สัมผัสหรือระคายเคือง เป็นต้น


การวินิจฉัยโรค

       จากการวินิจฉัยโรคเชื้อรา นอกจากการสังเกตดูอาการแสดงดังที่กล่าวมาแล้ว ยังต้องอาศัยการตรวจเชื้อและการเพาะเลี้ยงเชื้อทางห้องปฏิบัติการสนับสนุน จึงจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้ เนื่องจากการรักษาแต่ละโรคจะใช้ยาที่แตกต่างกันไป ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีหากมีอาการเชื้อราที่เท้าเป็นโรคติดต่อ เนื่องจากสะเก็ดผิวหนังที่หลุดลอกจากผู้ป่วยลงสู่พื้น สะสมบนพรม ผ้าเช็ดเท้า รองเท้า ถุงเท้า และมีชีวิตอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมได้เป็นระยะเวลานาน ทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้ใกล้ชิดได้

การรักษา

          การรักษาเชื้อราที่เท้าโดยวิธีมาตรฐาน นิยมเริ่มจากการใช้ยาต้านเชื้อราทาบริเวณผื่นและผิวหนังรอบ ๆ ต่อเนื่องนานอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ แล้วแต่ชนิดของยาที่ใช้ ส่วนการรักษาเชื้อราที่เล็บโดยการทายาทั่วไปนั้น ไม่ได้ผล เพราะยาไม่สามารถซึมผ่านไปยังใต้เล็บได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดกินเสมอ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่เดิมการรักษาด้วยยากิน จำเป็นต้องกินยาหลายครั้งในแต่ละวัน และเป็นเวลานานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากขาดความอดทนและเลิกการรักษาไปกลางคัน ปัจจุบันมียาต้านเชื้อราชนิดกินแบบใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการกินยาสั้นลง โดยกินยาเป็นช่วง ๆ เดือนละ 1 สัปดาห์ ติดต่อกัน 2-3 เดือน หรือบางชนิดกินเพียงวันละครั้งนาน 6-12 สัปดาห์ แล้วหายขาด ทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นดูแล ตรวจตราฝ่าเท้าและเล็บอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการกลับเป็นซ้ำ


ข้อมูลและภาพประกอบ: www.dst.or.th


กลับหน้าแรก >>

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ยารักษาผมร่วง

ถ้าเคย...อย่าเพิ่งตกใจว่าผมจะร่วง

จนหมดศีรษะ หรือวิตกว่าเป็นโรค

เชื้อราตามที่ชอบโฆษณากัน ...

อ่านต่อ

สิวและฝ้า

คงไม่มีใครปรารถนาจะมีใบหน้า

ขรุขระเป็นโลกพระจันทร์ หรือ

กระดำกระด่าง เป็นขวานฟ้า ...

อ่านต่อ

โรคด่างขาว

โรคด่างขาว เป็นโรคที่ผิวหนังปกติ

มีการเปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคสี

ขาว ขอบเขตชัดเจน เป็นผลเนื่อง

จากมีการสูญเสียเซลล์สร้าง ...

อ่านต่อ

กายภาพบำบัดในโรคข้ออักเสบ

รูมาตอยด์

เป้าหมายในการรักษา ลดอาการปวด

เพิ่มระยะเคลื่อนไหวของข้อเพิ่มความ

แข็งแรง และ ...

อ่านต่อ

โรคเก๊าท์

"โรคเก๊าท์" เป็นอาการผิดปกติของ

ร่างกายอันเนื่องมาจากการกินชนิด

อิ่มหมีพีมันเกินไป กินดีอยู่ดีเกินไป

และไม่ค่อยไม่ออกกำลังกาย  ...

อ่านต่อ

ปลูกผมถาวร.....สำหรับคนหัวล้าน

ปัจจุบันแม้มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อค้น

หายามาใช้รักษาและป้องกันผมร่วง

ศีรษะล้านแต่ก็พบยาที่พิสูจน์ว่า ...

อ่านต่อ


การดูแลผิวหน้าร้อน

ปราบฝ้าให้อยู่หมัด

ข้อเข่าเสื่อม รักษาฝ้าให้หายขาด

Tags : น้ำกัดเท้า น้ำกัดเล็บ เชื้อรา เชื้อราที่เล็บ  ฮ่องกงฟุต

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view