[close]
หน้าแรกสุขภาพน่ารู้โรคและการป้องกันการเตรียมตัวอาหารสุขภาพแพทย์ทางเลือกไลฟ์สไตล์สุขภาพเว็บบอร์ดวารสารในเครือเกี่ยวกับเรา

การให้วัคซีนเด็กปี 55

การให้วัคซีนเด็กปี 55

  


1. วัคซีนบีซีจี

          - ฉีด 0.05 – 0.1 มล. (ขึ้นกับชนิดของวัคซีน) ในชั้นผิวหนัง ที่ไหล่ซ้าย
          - ถ้าไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้นและไม่มีหลักฐานว่าเคยได้รับฉีดวัคซีนบีซีจีมาก่อน ให้ฉีดได้ทันที
          - หากเคยได้รับวัคซีนบีซีจีมาก่อน ไม่ต้องฉีดซ้ำแม้ไม่มีแผลเป็น


2. วัคซีนตับอักเสบบี 
          - เด็กทุกคนต้องได้รับอย่างน้อย 3 ครั้ง ถ้าไม่มีข้อห้ามและเข็มสุดท้ายต้องอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 24 สัปดาห์
          - ทารกคลอดจากมารดาที่มี HBsAg เป็นลบ หรือไม่ทราบ ให้วัคซีน จำนวน 3 ครั้ง เมื่อแรกเกิดอายุ 1- 2 เดือน และอายุ 6 เดือน
          - ทารกคลอดจากมารดาที่มี HBsAg เป็นบวก (โดยเฉพาะถ้า HBsAg เป็นบวกด้วย) พิจารณาให้ HBIG ขนาด 0.5 มล. ภายใน 12 ชม. หลังคลอด และให้วัคซีนครั้งที่ 1 พร้อมๆกันคนละตำแหน่งกับ HBIG วัคซีนครั้งที่ 2 ให้เมื่ออายุ 1- 2 เดือน และครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 6 เดือน
          - ถ้ามารดามี HBsAg เป็นบวกแต่ไม่มี HBIG ควรให้วัคซีนครั้งที่ 1 ภายใน 12 ชม. หลังคลอด ครั้งที่ 2 และ3 ให้เมื่ออายุ 1 และ 6 เดือน 
          - ในกรณีที่มาทราบภายหลังว่ามารดามี HBsAg  เป็นบวก  ควรพิจารณาให้ HBIG  ถ้าทารกได้รับวัคซีนมาแล้วไม่เกิน 7 วัน
          - ในกรณีที่ใช้วัคซีนรวมที่มีคอตีบ- บาดทะยัก-ไอกรน และวัคซีนตับอักเสบบี สามารถให้ฉีด (หลังจากเข็มแรกเกิด) ที่อายุ 2, 4 และ 6 เดือนได้ โดยถ้ามารดามี HBsAg เป็นบวกและทารกไม่ได้ HBIG ควรให้วัคซีนตับอักเสบบีแบบเดี่ยวเพิ่มตอนอายุ 1 เดือนด้วย (รวมเป็น 5 ครั้ง)
          - ในกรณีเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปี สามารถฉีดวัคซีนได้ในเดือนที่ 0, 1,6 ส่วนเด็กที่อายุ 11 ปีขึ้นไป อาจฉีดเพียง 2 ครั้ง ในเดือนที่ 0 และเดือนที่ 4 - 6  โดยใช้วัคซีนขนาด 1 มล. เท่าผู้ใหญ่


3. วัคซีนคอตีบ -บาดทะยัก-ไอกรน
          - สามารถใช้ชนิดไร้เซลล์ (DTaP) แทนชนิดทั้งเซลล์ (DTWP) ได้ทุกครั้ง
          - หากใช้ DTaP ควรใช้ชนิดเดียวกันทั้งสามครั้ง เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน หากไม่สามารถกาชนิดเดียวกันได้ ให้ใช้ชนิดใดแทนก็ได้
          - สำหรับเข็มกระตุ้นที่ 18 เดือน อาจใช้ DTaP ชนิดก็ได้แทน
          เมื่ออายุ 4-6 ปีอาจใช้ DTWP, DTaP หรือ Tdap ก็ได้
          เด็กอายุ 11- 12 ปี ควรได้รับการฉีด Td หรือ Tdap หลังจากนั้นควรกระตุ้นด้วย Td ทุก 10 ปี
          สำหรับการฉีดกระตุ้น Td ทุก 10 ปีในผู้ใหญ่ ควรพิจารณาใช้ Tdap แทน Td หนึ่งครั้ง


4.วัคซีนโปลิโอ
          - สามารถใช้ชนิดฉีดแทนชนิดกินได้ทุกครั้ง
          - หากใช้ชนิดฉีดอย่างเดียวโดยตลอด อาจให้เพียง 4 ครั้ง โดยงดเมื่ออายุ 18 เดือนได้
          - หากใช้ชนิดกินสลับกับฉีด ต้องให้ 5 ครั้ง ตาม OPV
          - การให้วัคซีนโปลิโอมากกว่าที่กำหนด ไม่มีข้อเสียและสามารถรับ OPV เพิ่มในช่วงที่มีการณรงค์หยอดโปลิโอได้

 

5.วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม
          - ให้วัคซีนครั้งแรกเมื่ออายุ 9 - 12 เดือนขึ้นไป ควรพิจารณาให้ฉีดเร็ว (อายุ 9 เดือน) ในที่ที่ยังมีรายงานผู้ป่วยโรคหัด ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีจำนวนมาก และควรฉีดช้า (อายุ 12 เดือน) ในที่ที่มีรายงานโรคหัดในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี จำนวนน้อยและฉีดครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4-6 ปี
          - ในกรณีที่ต้องการฉีดวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และอีสุกอีใสในเวลาเดียวกัน สามารถใช้วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม- อีสุกอีใส (MMRV) แทนการฉีดแบบแยกเข็มได้ในทุกครั้ง ในเด็กอายุตั้งแต่ 12 เดือน- 12 ปี การใช้วัคซีนรวม MMRV ที่อายุ 4-6 ปีแทนการฉีดวัคซีนแบบแยกเข็ม พบมีอาการข้างเคียงไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดีการใช้วัคซีนรวม MMRV ในเด็กอายุ12-23 เดือน ทำให้มีโอกาสชักจากการไข้ได้มากกว่าการฉีดแยกเข็ม สำหรับกรณีที่เคยได้วัคซีน MMRV หรือ VZV มาก่อน แนะนำให้วัคซีนรวม MMRV ห่างจากวัคซีน MMR ครั้งก่อนอย่างน้อย 1 เดือน และห่างจากวัควัน VZV ครั้งก่อน อย่างน้อย 3 เดือน (หรือ 1 เดือนในเด็กอายุ >13 ปี)

 

6.วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี
          - วัควันชนิดเชื้อไม่มีชีวิต (inactivated, mouse-brain derived vaccine: MBV) อยู่ในแผนฯของกระทรวง ฉีด 3 ครั้ง เมื่ออายุ 12-18 เดือนในระยะห่าง 0, 4 สัปดาห์ และ 1 ปี และอาจพิจารณาให้ฉีดกระตุ้นอีกหนึ่งครั้ง ห่างจากเข็ม 3 อย่างน้อย 4-5 ปี
          - วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต (live JE) ฉีด 2 ครั้ง เริ่มฉีดเมื่ออายุ 9-12 เดือน และห่างกัน 3-12 เดือน สามารใช้วัควันชนิด live JE แทนชนิด MBV ได้ ทั้งในการฉีดชุดแรกและการฉีดกระตุ้น
          - ในกรณีที่เคยได้รับ MBV มาก่อน และต้องการฉีดต่อด้วย live JE vaccine ให้พิจารณาฉีดตามตาราง

   

ประวัติการฉีด
inactivated JE ในอดีต
ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน
live attenuated JE
1  เข็ม ฉีด 2 เข็ม ห่างหัน 3-12 เดือน
2-3 เข็ม ฉีด 1 เข็ม ห่างจากเข็มสุดท้าย 1 ปี
≥4  เข็ม ไม่จำเป็นต้องฉีดอีก

  

7.วัคซีนฮิบ
          - ปัจจุบันมีวัคซีน2 ชนิด คือ conjugate กับ PRT-T และ HbOC ในเด็กไทยแนะนำให้3 ครั้ง เมื่ออายุ 2, 4 และ6 เดือน
          - การฉีดเข็มกระตุ้นที่อายุ 12- 18 เดือน อาจไม่จำเป็นต้องฉีดในเด็กแข็งแรง แต่ควรฉีดในผู้ที่มีความเสี่ยง
          - ในจำเป็นต้องฉีดวัคซีนฮิบในเด็กปกติที่อายุ 2 ปีขึ้นไป
          - หากเริ่มฉีดช้า ให้พิจารณาตามรา

  

อายุที่เริ่มฉีด เดือนที่ของการฉีด PRP-T, HbOC
 2-6 เดือน  0, 2, 4 ฉีดกระตุ้นอายุ 12-18 เดือน
 7-11 เดือน  0, 2,ฉีดกระตุ้นอายุ 12-18 เดือน
 12-24 เดือน  เข็มเดียว
 >24 เฉพาะผู้ที่เสี่ยง*    0.2

                     หมายเหตุ อาจไม่จำเป็นต้องฉีดเข็มกระตุ้นในเด็กไทย
                     *ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคฮิบ เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานผิดปกติ

 

8.วัคซีนตับอักเสบเอ
          - ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน อาจใช้ต่างชนิดได้ในการฉีดแต่ละครั้ง


9.วัคซีนอีสุกอีใส
          - ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดเข็มแรกอายุ 12-18 เดือน
          - อาจพิจารณาไห้ฉีดเข็มที่ 2 เมื่ออายุ 4 – 6 ปี อาจฉีดเข็มที่สอง ก่อนอายุ 4 ปีได้ในกรณีที่มีการระบาด โดยต้องห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน
          - พิจารณาให้ฉีดวัคซีนนี้แก่เด็กทุกคนที่มีอายุมากกว่า 1ปี ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส
          - ถ้าอายุมากกว่า13 ให้ฉีดสองเข็มห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
          - ในกรณีที่ต้องการฉีดวัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน- คางทูม และอีสุกอีใส ดูรายละเอียดได้ในข้อ 5.

10.วัคซีนไข้หวัดใหญ่
           - พิจารณาให้ฉีดในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปถึง 18 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี และเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรครุนแรง เช่น เด็กที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคอ้วนที่มี BMP> 35 ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
         - ถ้าอายุน้อยกว่า 9 ปี การฉีดในครั้งแรกต้องฉีดสองเข็มห่างกัน 1 เดือน และเป็นวัคซีนสายพันธุ์เดียวกัน ในปีต่อไปฉีดเข็มเดียวปีละครั้ง ในกรณีที่ปีแรกได้ฉีดไปเพียงครั้งเดียว ปีถัดมาให้ฉีดสองครั้ง จากนั้นจึงสามารถฉีดปีละครั้งได้
        - ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ให้ลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง (0.25 มล.)
        - ในกรณีที่เคยได้รับวัคซีน monovalent H1N1 (2009) มาก่อน  สามารถฉีดวัคซีนประจำฤดูกาลต่อได้เลย โดยยังต้องฉีดวัคซีนตามฤดูกาลอีกสองครั้งในปีแรกของการฉีดในเด็กอายุน้อยกว่า 9 ปี

11.วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต

        - ควรให้ในผุ้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ชนิดรุกราน (invasive disease) หรือ รุนแรง (severe) ดังตารางและในเด็กแข็งแรงปกติที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ที่ประสงค์จะป้องกันโรค

   

อายุที่เริ่มฉีด จำนวนครั้งที่ฉีด การฉีดกระตุ้น
 2-6 เดือน  PCV 3 ครั้ง ห่างกัน 6-8 สัปดาห์  PCV 1 ครั้ง อายุ 12-15 เดือน
 7-11 เดือน  PCV 2 ครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์  PCV 1 ครั้ง อายุ 12-15 เดือน
 12-23 เดือน  PCV 2 ห่างกัน 6-8 สัปดาห์  ไม่ต้องฉีด
 24-59 เดือน- เด็กปกติ  PCV 1  ไม่ต้องฉีด
 24-71 เดือน – เด็กเสี่ยง*  PCV 2 ห่างกัน 6-8 สัปดาห์  ฉีดกระตุ้นด้วย PS-23 1 เข็ม

                    หมายเหตุ:PCV = Pneumococcal conjugate vaccine, PS-23 = 23- Valent pneumococcal polysaccharide vaccine

          -*เด็กเสี่ยง คือ เด็กที่มีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสอย่างรุนแรงมากกว่าเด็กปกติ ได้แก่ เด็กที่เป็นโรคภูมิคุ้นกันบกพร่องจากสาเหตุต่างๆ ภาวะไม่มีม้าม ธาลัสซีเมีย โรคเรื้อรังของอวัยวะต่างๆ เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต เบาหวาน และโรคที่เสี่ยงต่อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น CSF leak, cochlear implantation
          - สำหรับเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกลางวันไม่จัดในกลุ่มเสี่ยงแต่อาจพิจารณาให้วัคซีนได้
          -*ในเด็กกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ควรได้รับวัคซีน PCV เช่นเดียวกับเด็กปกติทุกคน และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่อายุ 12-18 ปี ควรให้ฉีดวัคซีน PS-23 ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะสามารถฉีด PCV ได้หรือไม่ก็ตาม และหากเป็นเด็กเสี่ยงประเภทภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะไม่มีม้ามหรือธาลัสซีเมีย ควรฉีด PS-23 ซ้ำอีก 1 ครั้ง ห่างจากครั้งแรก 5 ปี การฉีด PCV ก่อนแล้วตามด้วย PS-23 จะให้ผลการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าฉีด PS-23 เพียงอย่างเดียว หรือฉีด PS-23 แล้วตามด้วย PCV
          -ในเด็กปกติ อาจพิจารณาให้ฉีดแบบ 2+1 (รวมเป็นการฉีด 3 ครั้ง) คือฉีดเมื่ออายุ2, 4, และ 12-15 เดือน
          - ให้ 3 ครั้งเมื่ออายุ 2, 4, และ 6 เดือน และให้ฉีดกระตุ้นที่อายุ 12-15 เดือน โดยห่างจากเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 2 เดือน หากเริ่มฉีดช้าให้ฉีดดังตาราง
          - ปัจจุบันมีวัคซีนชนิด 10 สายพันธุ์ (PCV10) และ 13 สายพันธุ์ (PCV13) มาจำหน่ายแทน PCV7 สามารถให้วัคซีน PCV13 ฉีดแทน PCV7 เดิมได้ทันทีทุกเข็ม โดยมีตารางการฉีดและวิธีใช้เหมือน PCV7 และสามารถใช้วัคซีน PCV10 แทน PCV7 ในเข็มกระตุ้นได้ แต่ยังไม่มีการศึกษาการใช้ PCV10 แทน PCV7 ในเข็มที่สอง (อายุ 4 เดือน) หรือ 3 (อายุ 6 เดือน) แม้จะมีการใช้แทนทุกเข็มในหลายประเทศ ในกรณีที่ได้มีการฉีดวัคซีน PCV7 ครบแล้ว 4 ครั้ง พิจารณาให้ฉีด PCV13 อีก 1 ครั้ง ห่างจาก PCV7 เข็มสุดท้ายอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่เพิ่มเติมขึ้น

12.วัคซีนโรต้า
          - ชนิด monovalent ให้กิน 2 ครั้ง เมื่ออายุประมาณ 2 และ 4 เดือน
          - ชนิด pentavalent ให้กิน 3 ครั้ง เมื่ออายุประมาณ 2, 4, 6 เดือน
          -วัคซีนทั้งสองชนิด สามารถเริ่มให้ครั้งแรกเมื่ออายุ 6-15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายอายุไม่เกิน 8 เดือน โดยแต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์
          - ควรใช้วัคซีนชนิดเดียวกันจนครบ หากจำเป็นต้องใช้วัคซีนต่างชนิดกันในแต่ละครั้ง ต้องให้วัคซีนทั้งหมด 3 ครั้ง
          - ควรใช้วัคซีนชนิดเดียวกันจนครบ หากจำเป็นต้องใช้วัคซีนชนิดต่างกันในแต่ละครั้ง ต้องให้วัคซีนทั้งหมด 3 ครั้ง
          - เฉพาะการให้วัคซีนนี้เป็นครั้งแรกร่วมกับวัคซีนโปลิโอชนิดกิน ควรพิจารณาให้ห่างกันอย่างน้อย 14 วัน เพราะอาจมีการรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโรต้าได้ แต่ในครั้งต่อไปสามารถให้พร้อมกันได้
         - ห้ามใช้วัคซีนนี้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

13.วัคซีนเอชพีวี
         - มี 2 ชนิดคือ ชนิด 2 สายพันธุ์ (bivalent มีสายพันธุ์ 16, 18) และชนิด 4 สายพันธุ์ (quadrivalent มีสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18)
         - แนะนำให้ฉีดในหญิง อายุ 9-26 ปี (เน้นให้ฉีดในช่วงอายุ 11-12 ปี) โดยฉีด 3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
         - ประสิทธิภาพของวัคซีนจะสูงหากฉีดในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
         - การฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 26 ปี อาจพิจารณาได้เป็นกรณีไป
         - การฉีดในเด็กผู้ชาย พิจารณาให้ฉีดเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-26 ปี

ข้อมูลและภาพประกอบ: สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

Tags : การเจริญพันธุ์  การตั้งครรภ์  เริ่มต้นครอบครัว  การให้วัคซีน  การให้วัคซีนในเด็ก

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ health2click
RR1
RR2
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
« July 2017»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
RR7
RR6










ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ช้อมูลสุขภาพน่ารู้จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
  l   l   l   l 

หน้าแรก  l  สุขภาพน่ารู้  l  สุขภาพหญิง  l  สุขภาพชาย  l  สุขภาพทางเพศ  l  โรคและการป้องกัน  l  กินเที่ยวสไตล์คนรักสุขภาพ

ออกกำลังกายสไตล์คนรักสุขภาพ  l  กินให้ถูกโภชนาการ  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก

 
  
view